Black Ribbon

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ชุมชนบ้านคลองเรือ ตำบลปากทรง อำเภอพะโตะ จังหวัดชุมพร โดยชุมชน เพื่อชุมชนและสังคม

P01

บ้านคลองเรือ ตั้งอยู่ที่หมู่ 9 ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร เป็นแหล่งต้นน้ำอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำหลังสวนตอนบนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน สภาพพื้นที่เป็นป่าดิบชื้นบนภูเขาสลับซับซ้อน มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มั่งคั่งด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ชาวคลองเรือเป็นชุมชนขนาดเล็ก มีประชากรอาศัยอยู่ 81 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 183 คน ภายในหมู่บ้านไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้เริ่มต้นเมื่อปี 2518 มีชาวบ้าน 2 ครอบครัว นำโดย นายละเมียด สวัสภักดี เข้าไปทำเหมืองร่อนแร่ดีบุกในป่าคลองเรือ ต่อมาชาวบ้านจากที่ต่าง ๆ ได้ทยอยตามเข้าไป เมื่อแร่หมด จึงหันไปหักร้างถางป่าเพื่อใช้เป็นที่ดินทำไร่ทำสวนกาแฟ สวนผลไม้ รวมทั้งปลูกข้าวไร่ หลังจากนั้นจนถึงปี 2531 มีคนอพยพจากทุกภาค รวม 17 จังหวัดเข้าไปบุกป่าหาที่ทำกินเช่นเดียวกัน โดยที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่สามารถป้องกันและปราบปรามได้เพราะการสัญจรลำบากต้องใช้ม้าและเดินเท้าเท่านั้น

ในปี 2537 หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโตะ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้จัดทำโครงการ “คนอยู่-ป่ายัง” ตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจแก่ชุมชนภายใต้กรอบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีการจัดการการใช้ประโยชน์และปกป้องรักษาทรัพยากร ผสมผสานภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ส่งเสริมความรู้ให้ชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ชุมชนพัฒนาทางความคิดและกลไกในการดูแลตนเองมากขึ้นตามลำดับ มีการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ และคนทำให้ในเวลาต่อมาชุมชนบ้านคลองเรือสามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับป่าไม้อย่างสมดุล ปัจจุบันชุมชนได้รับการอนุญาตให้ทำกินได้ในพื้นที่ 1,050 ไร่ และทำหน้าที่ช่วยอนุรักษ์ดูแลรักษาป่าคลองเรือ 16,050 ไร่ และทำหน้าที่ช่วยอนุรักษ์ดูแลรักษาป่าคลองเรือ 16,050 ไร่ ชุมชนบ้านคลองเรือ ร่วมกันสร้างวิถีการดำรงชีวิตที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ผืนป่าอย่างเข็มแข็ง มีการส่งเสริมเกษตร 4 ชั้น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ธนาคารต้นไม้ และกิจกรรมเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และคุณภาพสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในการอนุรักษ์ป่าที่ส่งผลต่อความสมบูรณ์ของทรัพยากรแหล่งน้ำ อย่างไรก็ตามชุมชนบ้านคลองเรือ เป็นหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้และเป็นความฝันอันสูงสุดของชุมชนที่ต้องการให้ลูกหลานในหมู่บ้านได้เห็นข่าวสารภายนอก ซึ่งถือเป็น “แสงสว่างแห่งปัญญา” และชาวบ้านคลองเรือ ยังคงแสวงหาแหล่งความรู้และภูมิปัญญาจากการเดินทาง ไปดูงานในที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดมา

P02 P03

โครงการการจัดการความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยความร่วมมือระหว่างนักวิชาการจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองนครศรีธรรมราชภายใต้การสนับสนุนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ร่วมทำงานกับชุมชนบ้านคลองเรือ ตั้งแต่ปี 2551 โดยใช้กระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วมเริ่มต้นจากการศึกษาศักยภาพของชุมชนในด้านสังคม และทรัพยากรธรรมชาติ พร้อม ๆ กับการเปิดโลกทรรศน์ นำผู้นำชุมชนศึกษาดูงานด้านการผลิตไฟฟ้า จากแหล่งพลังงานต่าง ๆ ทั้งจากเชื้อเพลิง ถ่านหิน น้ำตก และชีวมวลในพื้นที่ภาคเหนือและพบว่าชุมชนบ้านคลองเรือ มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพทางทรัพยากร (น้ำ) และความเข้มแข็งของชุมชน ดังนั้นทีมงานด้านวิศวกรรมศาสตร์ จึงเริ่มศึกษารายละเอียดด้านเทคนิค ศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบร่างพิมพ์เขียว การก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ บริเวณน้ำตกเหวตาจันทร์

P04 P05

ปี 2552 เริ่มการสำรวจ เก็บข้อมูลสภาพพื้นที่ ปริมาณน้ำปรับปรุงร่างแบบพิมพ์เขียวให้เหมาะสมกับเงื่อนไขเฉพาะของพื้นที่ชุมชนเลือกกำลังการผลิต 100 กิโลวัตต์ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนวิถีการดำรงชีวิตของชุมชนที่มีมาแต่เดิม ในระหว่างการดำเนินโครงการชุมชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนมีการเตรียมช่างชุมชนเข้าอบรมเพิ่มพูนความรู้ เรื่องการเดินระบบผลิตไฟฟ้า การดูแลรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ ตลอดจนร่วมกันวางแผนการก่อสร้าง การระดมทุน การประสานความร่วมมือกับภาคี ต่าง ๆ จนเกิดองค์กร / กลไกใหม่ขึ้นมา ทั้งในระดับจังหวัดและในระดับชุมชน

P06 P07

หัวใจ ความสำเร็จของโครงการสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ชุมชนแห่งนี้ อยู่ที่ความมุ งมั่นและอุดมการณ์ชุมชนที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ป่าแหล่งต้นน้ำแห่งนี้อย่างจริงจัง จนได้รับการสนับสนุนจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ป่าทั้งทางตรงและทางอ้อมชุมชน มีส่วนร่วมตั้งแต่การระดมทุน ระดมแรงงาน อาทิ การรับจ้างทำฝายแม้ว 70 แห่ง เพื่อนำเงินทั้งหมดที่เป็นค่าแรงงานมาใช้โครงการนี้ เช่น การสร้างอาคารโรงไฟฟ้า การทำฝายชะลอน้ำ การออกแรงงานทำทุกกิจกรรม (ไม่มีการจ้างเหมาแต่อย่างใดตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง) การซื้อเสาไฟฟ้า รวมทั้งการนำเงินรางวัลชนะการประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริมาสมทบเป็นงบประมาณก่อสร้างเป็นต้น ชาวบ้านคลองเรือ มีแนวความคิดจัดตั้งกองทุนโรงไฟฟ้าที่มีวัตถุประสงค์หลากหลายคือ ทั้งเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การจัดสรรเงินเพื่อการรักษาป่า การสะสมทุนเพื่อคืนเจ้าของทุน ที่สนับสนุน หรือให้ชุมชนอื่น ๆ ได้มีโอกาสเข้าถึงเงินทุนลักษณะนี้เพื่อการพัฒนาชุมชนด้านต่าง ๆ


P08 P09

การจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพทางทรัพยากร โดยการนำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อให้เกิดการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน จึงจัดส่งเจ้าหน้าที่ศึกษารายละเอียดความเป็นไปได้ของการพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชนบ้านคลองเรือ และให้การสนับสนุน ดังนี้

  1. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากทุนการวิจัยของ กฟผ.
  2. งบประมาณสำหรับการจัดหาระบบส่งไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าไปยังหมู่บ้าน จำนวน 9,000,000 บาท (เก้าล้านบาท)
  3. สนับสนุนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเครื่องจักรอุปกรณ์และให้คำแนะนำร่วมกับชุมชนระหว่างการก่อสร้างทุกขั้นตอน


เป้าหมาย การสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ชุมชนบ้านคลองเรือแห่งนี้ นอกจากจะทำให้ชุมชนมีไฟฟ้าใช้แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้คนในชุมชนและจากชุมชนอื่น ๆ ได้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของการรักษาป่าเพื่อส่วนรวม ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยพิทักษ์ป่าและเขตป้องกันรักษาสัตว์ป่า ในพื้นที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้บทเรียน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ชุมชนในฐานะที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ และที่สำคัญที่สุด คือการสร้างศูนย์รวมพลังชุมชนต่าง ๆ ที่มีศักยภาพคล้าย ๆ กัน รวมตัวกันเป็นเครือข่ายจัดการ ดิน ป่า น้ำ ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน และเข้มแข็งต่อไป

ความสำเร็จของ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ชุมชนบ้านคลองเรือเป็นบทเรียนล้ำค่ำ จากการเรียนรู้ที่ได้ดำเนินตามแนวหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่จะเป็นแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาพลังงานทางเลือก และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอื่น ๆ ต่อไป

T05 T02 T03 T04

รางวัล เกียรติยศ ของชุมชนบ้านคลองเรือ

  • "ธงพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต” จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ. 2541 ในฐานะหมู่บ้านรักษาป่ายอดเยี่ยม
  • รางวัล ยอดเยี่ยม The 6 Thailand Tourism Awards 2006 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
  • รางวัล หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็นเป็นสุข เมื่อปี พ.ศ. 2550 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
  • ตำบลเขียวจีดีเด่น เมื่อปี พ.ศ.2550 จากมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์
  • มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ปี พ.ศ. 2550 – 2552 จากสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง จากจังหวัดชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2552
  • รางวัล ชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากการประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2553