011.jpg

กฟผ. เพิ่มขีดความสามารถพัฒนาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก ตั้งเป้า เป็นองค์การตัวอย่าง เรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มอาเซียน

          กฟผ. ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าพัฒนาแนวทางการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้แผน PDP 2015 ด้านคุณประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกวางแนวทางให้ กฟผ. เป็นองค์การตัวอย่างเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกด้านพลังงานไฟฟ้า ในระดับอาเซียน

20150814-M01-01

          เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2558 นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า (รวพฟ.) เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการเพื่อพัฒนาแนวทางการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมขีดความสามารถการพัฒนาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มพูนความรู้กับนางประเสริฐสุข จามรมานผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) โดยมีนายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ (ชพฟช.) เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารของ กฟผ.และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 301/3 อาคาร ท.100 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

          นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า กล่าวว่า นอกจากภารกิจหลักของ กฟผ. ในการผลิต จัดหา จัดส่ง และจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าแล้ว กฟผ. ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจการควบคู่ไปกับการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อตอบสนองเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์องค์การ เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การพัฒนาแนวทางการประเมินการลดก๊าซเรือนกระจก จึงเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ กฟผ. คำนึงถึง และการร่วมงานภายใต้บันทึกความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนสำคัญของความสำเร็จที่จะเพิ่มขีดความสามารถ เสริมสร้างองค์ความรู้ให้ทั้ง 2 หน่วยงาน ในการควบคุมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นการเสริมสร้างแนวทางของการลดก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมที่ดำเนินการปกติ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านผู้ผลิตไฟฟ้า (Energy Efficiency) ด้านผู้ใช้ไฟฟ้า (Demand Side Management) และด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เพื่อเป้าหมายสูงสุดขององค์การ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน และมีนัยสำคัญในระดับประเทศอีกด้วย

          นางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) กล่าวว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ต้องขอชื่นชมคณะผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ที่มีการพัฒนาศักยภาพในทุกๆ ด้านอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ กฟผ. มีทีมงานที่มีความพร้อม มีความรู้ และมีประสิทธิภาพส่งผลทำให้งานในทุกๆ ด้าน ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้หากประสบผลสำเร็จ ก็จะถือเป็นตัวอย่างอันดีและถือเป็นแบบอย่างองค์การที่ดีในเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้านพลังงานไฟฟ้าระดับประเทศ ซึ่งจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถขยายผลในเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้านพลังงานไฟฟ้าไปสู่กลุ่มประเทศในอาเซียนได้อีกทางหนึ่งด้วย

          นายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นในความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการดำเนินกิจการโดยรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และการเจริญเติบโตเชิงเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อมุ่งสู่การดำเนินงานในระดับ Global Top Quartile โดยการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคผลิตไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ กฟผ. ให้ความสำคัญเพื่อตอบสนองต่อประกาศเจตจำนงของประเทศไทยที่มีต่อสหประชาชาติในการดำเนินการตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมในระดับประเทศ โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานและภาคขนส่งลงร้อยละ 7-20 ในปี ค.ศ. 2020

          นายเผ่าพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อพัฒนาแนวทางการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้แผน PDP 2015 และ 2) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการพัฒนาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก เสริมสร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มพูนความรู้ที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน