034.jpg

กกพ. ปรับลดค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย. – ธ.ค. 58 ลง 3.23 สตางค์ต่อหน่วย สะท้อนราคาเชื้อเพลิงที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

          คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาผลการคำนวณค่าเอฟทีในงวดเดือนกันยายน ถึงธันวาคม 2558 โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับลดค่าเอฟทีลง 3.23 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 46.38 สตางค์ต่อหน่วย ลดลงน้อยกว่าที่เคยประมาณการไว้เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาภัยแล้งทำให้ผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำได้น้อยลงในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งในเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2558 กกพ. ได้นำแนวโน้มค่าเอฟทีที่คาดว่าจะลดลงในอนาคตบางส่วนมาลดค่าไฟฟ้าให้ผู้ใช้ไฟฟ้าแล้วจำนวน 3.66 สตางค์ต่อหน่วย จึงทำให้ค่าเอฟที ในงวดนี้ลดลงได้เพียง 3.23 สตางค์ต่อหน่วย

20150827-M01-01

          นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยภายหลังจากการประชุม กกพ. ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) สำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2558 ในอัตรา 46.38 สตางค์ต่อหน่วย ลดลง 3.23 สตางค์ต่อหน่วยเมื่อเปรียบเทียบกับค่า Ft งวดที่ผ่านมา (พ.ค. – ส.ค. 2558) จำนวน 49.61 สตางค์ต่อหน่วย

          สำหรับสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อการปรับลดค่า Ft ในงวดเดือน ก.ย. – ธ.ค. 58 นี้ ลดลงน้อยกว่าที่เคยประมาณการไว้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวน โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจากที่ประมาณการไว้ในช่วง พ.ค. - ส.ค. 58 ถึง 1.4 บาทต่อเหรียญสหรัฐมาอยู่ที่ 34.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (เฉลี่ยเดือน ก.ค. 58) ทำให้ราคาเชื้อเพลิงนำเข้าสูงขึ้น ประกอบกับในปี 2558 ประเทศไทยประสบกับปัญหาภัยแล้งเป็นระยะเวลานานกว่าปกติ ส่งผลทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำได้ต่ำกว่าแผนที่วางไว้ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ค่า Ft ในงวดนี้ลดลงเพียง 3.23 สตางค์ต่อหน่วย

          นอกจากนี้นายวีระพล ยังได้กล่าวสรุปถึงปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงและการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนกันยายน – ธันวาคม 2558 ดังนี้
1) ความต้องการพลังงานไฟฟ้าคาดว่าจะเท่ากับ 59,046 ล้านหน่วยต่ำกว่าช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 58 ร้อยละ 8.39 ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว
2) อัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 34.45 บาท/เหรียญสหรัฐ ในการประมาณการ ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดือน พ.ค. – ส.ค. 58 ที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 33.05 บาท/เหรียญสหรัฐ
3) สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในงวดเดือน ก.ย. – ธ.ค. 58 เมื่อเทียบกับงวดที่ผ่านมา (พ.ค. – ส.ค. 58) ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักร้อยละ 63.86 รองลงมาเป็นซื้อไฟฟ้าจากลาวร้อยละ 10.36 ถ่านหินนำเข้าร้อยละ 9.65 ถ่านหินลิกไนต์ร้อยละ 9.15 ในขณะที่พลังน้ำลดลงเหลือร้อยละ 1.98
4) ในส่วนของราคาเชื้อเพลิง คาดว่าราคาเนื้อก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ 245 บาทต่อล้านบีทียู ปรับตัวลดลงจากงวดที่ผ่านมา 19 บาทต่อล้านบีทียู น้ำมันเตาจะอยู่ที่ 19.14 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 3.94 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลจะอยู่ที่ 20.48 บาทต่อลิตร ลดลง 5.38 บาทต่อลิตร และถ่านหินนำเข้าจะอยู่ที่ 3,386.58 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.38 บาทต่อตัน
5) ในเดือนพฤษภาคม ถึงสิงหาคม 2558 กกพ. ได้เห็นชอบค่า Ft เรียกเก็บจำนวน 49.61 สตางค์/หน่วย (-9.35 สตางค์/หน่วย) ในขณะที่คำนวณค่า Ft ได้ 53.27 สตางค์ต่อหน่วย แต่เพื่อเป็นการบรรเทาภาระผู้ใช้ไฟฟ้า ตามแนวโน้มราคาเชื้อเพลิงที่ลดลง จึงพิจารณานำแนวโน้มค่าเอฟทีที่คาดว่าจะลดลงในเดือนกันยายน – ธันวาคม 2558 บางส่วนมาปรับลดค่า Ft ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2558 ไปแล้วจำนวน 3.66 สตางค์ต่อหน่วย จากการกำหนดค่า Ft เรียกเก็บงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2558 ในอัตรา 46.38 สตางค์ต่อหน่วย หรือลดลง 3.23 สตางค์/หน่วย จะมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.73 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

         และจากมติ กกพ. ดังกล่าวข้างต้น สำนักงาน กกพ. จะเผยแพร่รายละเอียดทั้งหมดผ่านทาง www.erc.or.th เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม – 1 กันยายน 2558 ก่อนที่จะนำผลการรับฟังความคิดเห็น มาพิจารณาและให้การไฟฟ้าประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับค่าFt สำหรับเรียกเก็บในรอบดังกล่าวอย่างเป็นทางการต่อไป