023.jpg

ผู้ว่าการ กฟผ. ร่วมเป็นองค์ปาฐก เน้นสร้างสมดุล 3 ด้าน เพื่อการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน” ในงาน ASEAN POWER WEEK 2015

         20150902-m01-01

         ผู้ว่าการ กฟผ. ร่วมเป็นหนึ่งองค์ปาฐกในงานประชุมวิชาการด้านอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า(ASEAN POWER WEEK 2015) ประเด็นด้าน “Sustainable Development for Tomorrow – การพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคต ด้วยการสร้างสมดุล 3 ด้าน ความมั่นคงพลังงาน ความเสมอภาคด้านราคา และการรักษาสิ่งแวดล้อม

 20150903-m01-03

         เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในองค์ปาฐก ร่วมกับ ดร.พลายพล คุ้มทรัพย์ และ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ในพิธีเปิดงาน ASEAN POWER WEEK 2015 ซึ่งเป็นงานที่รวม 3 งานไว้ด้วยกัน คือ POWER-GEN Asia 2015, Renewable Energy World Asia 2015 และ POWER-GEN Asia Financial Forum 2015 ภายใต้ Theme : Growing Together Towards a Sustainable Future ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

20150902-m01-02

 

         นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผวก. กฟผ. ได้เสนอแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคต โดย กล่าวถึงแนวโน้มด้านพลังงานไฟฟ้าของโลกในปัจจุบันว่า โลกยังคงต้องการใช้ไฟฟ้าในอัตราที่เพิ่มขึ้นถึงแม้ว่าจะมีการส่งเสริมด้านประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า (Energy Efficiency) อย่างจริงจัง เนื่องจากจำนวนประชากรของโลกที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตของ GDP ของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน

         “การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนว่า จะมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าโรงไฟฟ้าประเภทอื่นๆ แต่การพัฒนายังจะต้องมีการสนับสนุนด้านราคา (Subsidize) จากภาครัฐของประเทศต่างๆ เนื่องจากต้นทุนผลิตยังคงสูงกว่าโรงไฟฟ้าประเภทอื่นๆ โรงไฟฟ้าพลังงาน Fossil จึงยังคงเป็นแหล่งพลังงานสำคัญส่วนใหญ่ของโลกต่อไป เนื่องจากสามารถผลิตพลังงานได้มากกว่าและทำหน้าที่รักษาความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าโดยสามารถผลิตไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในช่วงที่ไม่มีลมหรือแสงแดด

         สำหรับด้านราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกจะมีแนวโน้มลดลงโดยมีปัจจัยสำคัญจากปริมาณการผลิต Shale Gas ในภูมิภาคต่างๆที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา

         นอกจากนี้ ภูมิภาคต่างๆของโลกจะมีการเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้าใน ลักษณะโครงข่ายระบบไฟฟ้าของภูมิภาคเพื่อถ่ายเทพลังงานจากแหล่งที่มีราคาถูกไปยังประเทศที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามาก ซึ่งจะทำให้ต้นทุนโดยรวมถูกลงและมีความมั่นคงมากขึ้น แต่ปัญหาสำคัญ คือ การลงทุนพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าซึ่งจะต้องพิจารณาถึงความคุ้มทุนในการก่อสร้าง ดังนั้นแนวทางการพัฒนาโครงข่ายระบบไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid : APG) จึงเป็นโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศษฐกิจระหว่างประเทศอาเซียน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาค

         การพัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืินจำเป็นต้องพิจารณาความสมดุลย์ 3 ด้านตามหลักการของ World Energy Council เรียกว่า Energy Trilemma ประกอบด้วย ความสมดุลย์ด้านความมั่นคง (Energy Security) ด้านราคาเพื่อความเสมอภาคในการเข้าถึงพลังงาน (Energy Equity) และด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability)

         การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีความเหมาะสมในด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ประเทศในยุโรปหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง เช่นประเทศเยอรมัน ซึ่งในปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน สูงถึงประมาณ 28% และมีแผนจะพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็น 66% ในปี คศ. 2030 แต่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีความไม่แน่นอน และต้องการกำลังผลิตสำรองจากโรงไฟฟ้าประเภท Fossil โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังลม ซึ่งในบางช่วงอาจไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เลย ทำให้ระบบไฟฟ้าไม่มีความมั่นคง และต้องลงทุนเพิ่มขึ้นในส่วนของกำลังผลิตสำรอง

         นอกจากความไม่แน่นอนแล้วโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนยังคงมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงกว่าโรงไฟฟ้าประเภท Fossil ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เช่น เยอรมันและเดนมาร์ก ที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนสูงกว่าประเทศอื่นๆในยุโรป ทำให้ภาคอุตสาหกรรมและประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

         ประเทศไทยได้คำนึงถึงการพัฒนาพลังงานไฟฟ้่าอย่างยั่งยืนตามหลัก Energy Trilemma โดยแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับปัจจุบัน (PDP 2015) ที่ กฟผ. ร่วมมือกับกระทรวงพลังงานจัดทำขึ้น ได้คำนึงถึงด้านความมั่นคง โดยการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงประเภทต่างๆอย่างเหมาะสม ด้านราคา โดยมีการลงทุนในระดับที่เหมาะสมทำให้อัตราค่าไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด และด้านสิ่งแวดล้อมโดยส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) และการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น จาก 7% ในปัจจุบันเป็น 18% ในปี คศ. 2036

         การพัฒนาพลังงานเพื่อความยั่งยืนในอนาคตของโลกจะพิจารณาเพียงด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ จำเป็นต้องพิจารณาสมดุลย์ทั้ง 3 ด้าน ตามหลักการ Energy Trilemma ไปพร้อมๆกัน คือ ด้านความมั่นคงด้านราคา และด้านสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาอย่างเหมาะสมตามสถานะของแต่ละประเทศ”