012.jpg

กฟผ. ลงนามจ้าง สหกลอิควิปเมนท์ ขุด-ขนดินและถ่านที่เหมืองแม่เมาะ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง

          กฟผ. และ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามสัญญา ขุด-ขนดินและถ่านที่เหมืองแม่เมาะ สำหรับเป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ช่วยสร้างสมดุลพลังงาน เสริมความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศ และลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ

20150902-M02-01

          เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2558 นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. เป็นประธานและลงนามในสัญญางานจ้างเหมาขุด-ขนดินและถ่านที่เหมืองแม่เมาะ กฟผ. สัญญาที่ 8 ระหว่าง กฟผ. กับ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดยมีนายศาศวัต ศิริสรรพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมลงนาม และมีผู้บริหารจาก 2 ฝ่าย ร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ นายประภาส วิชากูล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง นายถาวร งามกนกวรรณ ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ นายปราโมทย์ พรรัตนพิทักษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการเชื้อเพลิง นางสุจิตรา สุตตเขตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัสดุและจัดหาในประเทศ กฟผ. และนายกวิตม์ ศิริสรรพ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายวิทวัส ศิริสรรพ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ณ ห้องลาดพร้าว โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เเอท เซ็นทรัลพลาซ่า กรุงเทพ ฯ

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ขอเเสดงความยินดีกับบริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับงานจ้างดังกล่าวจาก กฟผ. ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกๆ ที่ได้ร่วมงานกับ กฟผ. ตั้งแต่สัญญาที่ 1 เป็นต้นมา โดย กฟผ. มีนโยบายที่ต้องการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในดำเนินการขุด – ขนดินและถ่านซึ่งในอดีต กฟผ. จะเป็นผู้ดำเนินการเอง ทั้งนี้โรงไฟฟ้าแม่เมาะมีกำลังผลิต 2,400 เมกะวัตต์ จึงมีความต้องการใช้ถ่านหินถึงปีละ 16 ล้านตัน หาก กฟผ. ดำเนินการโดยลำพัง อาจไม่ทันการณ์ต่อการผลิตไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้า และยังต้องลงทุนในเรื่องเครื่องจักร เครื่องมือเป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้นการที่มีเอกชนเข้ามาร่วมงานถือเป็นการแบ่งเบาภาระ ทั้งยังเสริมศักยภาพของเอกชนให้สูงขึ้น

          ทั้งนี้ ปริมาณถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะ ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 300 ล้านตัน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีสัญญาการดำเนินงานต่อๆ ไป ซึ่งการทำเหมืองที่ผ่านมา กฟผ. ได้ให้ความสำคัญ โดยคำนึงถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งด้านเทคนิค กฟผ. ไม่กังวล และเชื่อว่า บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีประสบการณ์เป็นอย่างดีจะสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ได้ “ประเทศไทยที่มีค่าไฟฟ้าระดับนี้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการนำลิกไนต์ที่เเม่เมาะมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้ จึงถือเป็นการช่วยชาติ ทำให้มีค่าไฟฟ้าในระดับที่เหมาะสม และลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศอีกด้วย” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในที่สุด

          นายศาศวัต ศิริสรรพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวขอบคุณ กฟผ. ที่ให้โอกาสและไว้วางใจในการดำเนินงาน ในสัญญาที่ 8 และรู้สึกยินดี ภูมิใจที่มีส่วนสร้างประโยชน์ต่อชาติในการช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ รวมทั้งมีส่วนทำให้ลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งส่งผลดีต่อประชาชนทุกคนที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า โดย บริษัท ฯ ให้สัญญาว่าจะมุ่งมั่นในการดำเนินงานอย่างสุดความสามารถ ด้วยประสบการณ์ความร่วมมือกว่า 30 ปี และร่วมกันดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายของ กฟผ.

          สัญญานี้ กฟผ. ได้ว่าจ้างบริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินการในงาน 2 รายการ ประกอบด้วย 1) งานขุดและขนดินในปริมาณประมาณ 375.0 ล้านลูกบาศก์เมตร แน่น และ 2) งานขุดคัดแยกและขนถ่านหินลิกไนต์ ปริมาณประมาณ 31 ล้านเมตริกตัน โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี (ปี 2559-2568) ในราคารวมทั้งสิ้น 22,871 ล้านบาท