ผลการศึกษาโลหะหนักตามธรรมชาติในพื้นที่โครงการกระบี่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

          คณะผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมโครงการกระบี่ แถลงผลการศึกษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ระบุ โครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศในระดับต่ำ เนื่องจากมีการกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่วนการศึกษาด้านโลหะหนักในดิน น้ำ และสัตว์น้ำ ตามธรรมชาติในพื้นที่โครงการฯ พบว่า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ชี้ หากมีการดำเนินโครงการฯ จะต้องติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่องตามมาตรการที่กำหนดไว้

20150916-A01-01

          เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา คณะผู้ศึกษานำโดย ดร. ธีระพงศ์ สันติภพ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การศึกษานี้ เป็นการรวมรวมเอกสารจากรายงานการศึกษา วิจัย ของผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ และโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว จังหวัดกระบี่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประมวลข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการฯ โดยมี ดร. พจนา หันจางสิทธิ์ จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มาให้ข้อมูลในเรื่อง “การศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนที่อาจเกิดจากโครงการฯ” ดร. ศราวุธ เจ๊ะโส๊ะ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้ข้อมูลเรื่อง “การวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่โครงการฯ” และนาย ปิยะวัฒน์ พรหมรักษา นักวิจัยจากสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน จังหวัดระนอง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาบ้านปลาและการฟื้นฟูหญ้าทะเลบริเวณ ชายฝั่งอันดามันของจังหวัดกระบี่”

20150916-A01-02

ดร.ธีระพงศ์ สันติภพ

          ด้าน ดร.ศราวุธ เจ๊ะโส๊ะ หนึ่งในทีมวิเคราะห์คุณภาพดิน น้ำ ปริมาณโลหะหนัก และโลหะหนักปนเปื้อน ในบริเวณโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ได้สรุปผลการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักในพื้นที่ศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษาโลหะหนักในธรรมชาติ ก่อนมีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ในแต่ละด้าน ประกอบด้วย

20150916-A01-03

ดร.ศราวุธ เจ๊ะโส๊ะ

          ด้านคุณภาพดิน ผลการตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติดินและปริมาณโลหะในดิน ตามความลึกชั้นดิน 0 –20 ซม. 20-50 ซม. และ 300-400 ซม. บริเวณในโรงไฟฟ้ากระบี่ 5 จุด และและบริเวณโดยรอบ 7 จุด รวมจำนวน 12 จุด มีปริมาณโลหะหนักดังนี้

20150916-A01-04

          ปรอท (Hg) มีปริมาณต่ำกว่า 0.01 mg.kg-1 ยกเว้นบริเวณที่เตรียมไว้สำหรับบ่อทิ้งเถ้า 2 ของโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ ที่ระดับ 0 - 20 เซนติเมตร มีค่า 0.374 mg.kg-1 และบริเวณบ้านเกาะโพด ที่ระดับ 20 - 50 เซนติเมตร มีค่า 0.748 mg.kg-1 บริเวณป่าชายเลนหลังโรงไฟฟ้ากระบี่ ที่ระดับ 0 - 20 เซนติเมตร มีค่า 1.014 mg.kg-1 แต่ปริมาณที่วิเคราะห์ได้ดังกล่าวไม่เกินค่ามาตรฐานกำหนดโดย กรมควบคุมมลพิษ (2558) คือ < 23 mg.kg-1 (มาตรฐานเพื่ออยู่อาศัยและเกษตรกรรม) และ USDA NRCS (2000) คือ <830 mg.kg-1

          สารหนู (As) มีปริมาณต่ำกว่า 0.046 mg.kg-1 ยกเว้น บริเวณบ่อทิ้งเถ้า 2 โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ บริเวณ Holding Pond 2 ภายในโรงไฟฟ้ากระบี่ บริเวณป่าชายเลนหลังโรงไฟฟ้ากระบี่ ที่มีปริมาณเกินค่ามาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ (<3.9 mg.kg-1) แต่ไม่เกินค่ามาตรฐานของ USDA NRCS (<75 mg.kg-1)

          ด้านคุณภาพน้ำ การวิเคราะห์คุณภาพน้ำผิวดินในคลองปกาสัย อ่างเก็บน้ำ และ ชายฝั่งทะเล พบว่า บริเวณในคลองปกาสัย ด้านท้ายน้ำ 500 เมตร จากโรงไฟฟ้า จุดสูบน้ำเข้า จุดระบายน้ำทิ้ง และบริเวณเกาะเยื่อแดง มีสภาพเป็นน้ำเค็ม (ความเค็ม 25–34 ส่วนในพันส่วน) ส่งผลให้ดัชนีคุณภาพน้ำอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงตามอิทธิพลของความเค็มหรือปริมาณเกลือที่ละลายอยู่ในน้ำที่ผันแปรตามฤดูกาล ปริมาณน้ำท่า (Runoff) และระยะทางหรือความยาวของคลองปกาสัย

          คุณภาพน้ำผิวดิน อยู่ในเกณฑ์กำหนดสูงสุดของมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ประเภทที่ 3 ยกเว้นค่าปริมาณสารหนู (Arsenic) ในคลองปกาสัย และชายฝั่งทะเลของอำเภอเหนือคลอง ที่มีค่าตรวจวัดเฉลี่ย 0.0103 และ 0.0120 mg.L-1 ตามลำดับ ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานกำหนดเล็กน้อย (กำหนดไม่เกินกว่า 0.01 mg.L-1) และปริมาณทองแดง ในคลองปกาสัย และชายฝั่งทะเลของอำเภอเหนือคลอง มีค่าตรวจวัดเฉลี่ย 0.2145 และ 0.3825 mg.L-1 ตามลำดับ (กำหนดไม่เกินกว่า 0.1 mg.L-1)

20150916-A01-05

          ด้านตะกอนดินในน้ำ วิเคราะห์คุณภาพตะกอนดินในน้ำในคลองปกาสัย อ่างเก็บน้ำ และชายฝั่งทะเล ปริมาณโลหะหนัก สารเคมีกำจัดวัชพืช (Paraquat, Glyphosate) และแอมโมเนียในดินตะกอนพื้นท้องน้ำบริเวณพื้นที่โครงการ ทุกค่าดัชนีที่ตรวจวัด มีค่าอยู่ในมาตรฐานกำหนดของตะกอนดินจากสารอันตราย (กรมควบคุมมลพิษ, 2554)

          ด้านสัตว์น้ำ ผลการตรวจวิเคราะห์ปริมาณปริมาณโลหะหนักเนื้อเยื่อสัตว์น้ำ รอบบริเวณโครงการ พบว่า ปริมาณโลหะหนักในปลาทั้งตัว ในพื้นที่รอบโครงการฯ ทุกค่าดัชนีที่ตรวจวัดมีค่าอยู่ในมาตรฐานกำหนดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 (พ.ศ.2529) เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน อย่างไรก็ตาม หากมีการดำเนินโครงการฯ ยังต้องติดตามการปนเปื้อนของโลกหะหนักในสัตว์น้ำ ตามมาตรการที่กำหนดไว้ต่อไป

20150916-A01-06

          ดร. ธีระพงศ์ สันติภพ ได้กล่าวถึงผลการศึกษาโดยสรุปว่า “โครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศในระดับต่ำ เนื่องจากมีการกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่วนผลกระทบด้านสุขภาพอนามัยของชุมชน พบว่า การเจ็บป่วยของประชาชนในอำเภอเหนือคลอง ต่ำกว่าระดับจังหวัดกระบี่ และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด อย่างไรก็ดีเรื่องของการเฝ้าระวัง และติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นก็เป็นที่ต้องดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้มีการดำเนินการเพื่อลดข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ โดยให้การสนับสนุนการประกอบอาชีพแก่ชุมชน ด้านการประมง การท่องเที่ยว และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของกลุ่มอาชีพ สังคมและผู้สูงอายุ”