023.jpg

กฟผ. ร่วมกับสถาบันการศึกษา จัดเสวนา 10 ปี โรงไฟฟ้ากระบี่ ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชนจริงหรือ

           20151116-m01-06

           การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ ม.อ.ภูเก็ต และ มก. จัดเสวนา “10 ปี โรงไฟฟ้ากระบี่ ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วมีผลกระทบต่อปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน และวิถีชีวิตชุมชนจริงหรือ” เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรป่าไม้ และผลิตผลชีวภาพทางทะเล จากสถาบันการศึกษาของรัฐ พร้อมผู้แทนชาวประมงพื้นบ้าน จ.กระบี่ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม บริเวณท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันบ้านคลองรั้ว ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

20151116-m01-07

         เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 กฟผ. ร่วมกับมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต (ม.อ.ภูเก็ต) และมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ (มก.) จัดงานเสวนา “10 ปี โรงไฟฟ้ากระบี่ ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วมีผลกระทบต่อปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน และวิถีชีวิตชุมชนจริงหรือ” ณ ห้องประชุมอาคารประชาสัมพันธ์ โรงไฟฟ้ากระบี่ โดยมี ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้แทนคณะผู้ดำเนินการศึกษาจากคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดการเสวนา นายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ (ชพฟช.) กล่าวต้อนรับ ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.สคาร ทีจันทึก ผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินการศึกษาด้านป่าชายเลน คณะวนศาสตร์ มก. ดร.ทนงศักดิ์ จันทร์เมธากุล ผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินการศึกษาด้านปะการัง และ อ.ชัยมงคล แย้มอรุณพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินการศึกษาด้านหญ้าทะเล คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ภูเก็ต และนายอุเส็น คลองรั้ว ผู้แทนชาวประมงพื้นบ้าน ตำบลตลิ่งชัน ร่วมเสวนา โดยมีนางฐิติชญาน์ บุญโสม ผู้บริหารและผู้ดำเนินรายการ สถานีวิทยุ FM 96 MHz Unity Radio จังหวัดกระบี่ ดำเนินการเสวนา ทั้งนี้ มีผู้นำชุมชนโดยรอบพื้นที่ท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันบ้านคลองรั้วและสื่อมวลชน ร่วมรับฟังการเสวนา

20151116-m01-01

         นายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ ชพฟช. กล่าวว่า “การเสวนาในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรหญ้าทะเล ทรัพยากร ปะการัง วิถีชีวิตของชุมชนและการทำประมงของชุมชน โดยรอบท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันบ้านคลองรั้ว แก่ผู้นำชุมชนในพื้นที่ ตลอดจนผู้ที่สนใจได้รับทราบ โดย กฟผ. ได้ขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาของรัฐ ประกอบด้วย อาจารย์จากคณะวนศาสตร์ มก. ดำเนินการศึกษาและตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านทรัพยากรป่าไม้ และอาจารย์จากคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ภูเก็ต ดำเนินการศึกษาและติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านแหล่งหญ้าทะเล และแนวปะการัง บริเวณโดยรอบท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันบ้านคลองรั้ว จังหวัดกระบี่ โดยเริ่มดำเนินการศึกษาและติดตามตรวจวัดผลการศึกษาทุกปี ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนมีท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันบ้านคลองรั้ว เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้รับมาปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานของ กฟผ. ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดและตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ดียิ่งขึ้น”

20151116-m01-02

         ผศ.ดร.สคาร ทีจันทึก ผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินการศึกษาด้านป่าชายเลน สรุปผลการศึกษา ผลกระทบของท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันบ้านคลองรั้ว ที่มีต่อป่าชายเลน ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา ว่า “จากการวางแปลงตัวอย่างติดตามการเจริญเติบโตของต้นไม้ บริเวณท่าเทียบเรือขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงบ้านคลองรั้ว และบริเวณแนวฝั่งเกาะศรีบอยา ระหว่างปี 2551 – 2558 ต้องยอมรับว่าช่วงระหว่างที่ กฟผ.กระบี่ เข้าพื้นที่ดำเนินงานก่อสร้างท่าเทียบเรือขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงบ้านคลองรั้ว ป่าชายเลนบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบบ้าง แต่ภายหลังการดำเนินงานแล้วเสร็จ สภาพป่าชายเลนบริเวณแปลงทดลองมีแนวโน้มการเจริญเติบโตเป็นไปในทิศทางบวก ทั้งด้านขนาดลำต้น ความสูง และปริมาตรไม้ มีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น”

20151116-m01-03

         ดร.ทนงศักดิ์ จันทร์เมธากุล ผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินการศึกษาด้านปะการัง สรุปผลการศึกษาผลกระทบของท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันบ้านคลองรั้ว ที่มีต่อปะการัง ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา ว่า “จากการติดตามการเจริญเติบโตของปะการัง บริเวณท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ใน 4 สถานีตัวอย่าง ได้แก่ บริเวณเกาะปู เกาะกา เกาะศรีบอยาตะวันตก และหน้าหาดแหลมหินระหว่างปี 2550 - 2558 พบว่า การเจริญเติบโตของปะการังบริเวณเกาะปู เกาะกา และหน้าหาดแหลมหิน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างช้าๆ ในขณะที่การเจริญเติบโตของปะการังบริเวณเกาะศรีบอยาตะวันตกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่าผลกระทบโดยตรงที่มีต่อการเจริญเติบโตของปะการัง ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางกายภาพ 3 ด้าน ได้แก่ ตะกอนชายฝั่ง ปริมาณน้ำจืด และปรากฏการณ์ทางธรรมชาติน้ำขึ้นและน้ำลง”

         อ.ชัยมงคล แย้มอรุณพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ดำเนินการศึกษาด้านหญ้าทะเล สรุปผลการศึกษาผลกระทบของท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันบ้านคลองรั้ว ที่มีต่อหญ้าทะเล ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา ว่า “จากการติดตามการเจริญเติบโตของแหล่งหญ้าทะเล บริเวณท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ใน 40 สถานี ตัวอย่างตั้งแต่ ปี 2541 ก่อนก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว พบว่า แหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์น้ำ บริเวณแหลมหิน และเกาะกาด้านตะวันตก มีความสมบูรณ์ขึ้นเล็กน้อย แหล่งหญ้าทะเล บริเวณเกาะศรีบอยาตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ มีความสมบูรณ์ขึ้นปานกลาง แหล่งหญ้าทะเลบริเวณเกาะกาด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เกาะปูด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เกาะปูด้านเหนือ และเกาะโต๊ะลังด้านตะวันออก มีความสมบูรณ์อยู่ในระดับดี และ 2 บริเวณสุดท้าย ได้แก่ แหล่งหญ้าทะเลบริเวณเกาะกาด้านใต้ ซึ่งมีลักษณะพื้นที่เป็นร่องน้ำลึก และเกาะศรีบอยาตะวันตก พบความหนาแน่นของหญ้าทะเลสมบูรณ์ดีมากกว่าร้อยละ 70 โดยบริเวณดังกล่าวยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหายาก อาทิ พะยูน เป็นต้น”

20151116-m01-05

         นายอุเส็น คลองรั้ว ผู้แทนชาวประมงพื้นบ้าน ตำบลตลิ่งชัน เล่าถึงผลกระทบของท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ที่มีต่อวิถีชีวิตและการทำประมงของชุมชน ว่า “ตนเองสามารถออกหาปลาได้เหมือนเมื่อก่อน แต่เนื่องจากปัจจุบันคนในพื้นที่หันมาทำอาชีพประมงและมีคนนอกพื้นที่เข้ามาทำอาชีพประมงในพื้นที่มากขึ้นรวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการทำอาชีพประมงมีความทันสมัยมากขึ้น ปลาที่จับได้จึงมีปริมาณน้อยลงบ้าง ทั้งนี้ กฟผ.กระบี่ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพชุมชนอยู่ทุกปี อาทิ กิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลากะพง และหอยชักตีน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีส่วนช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในทะเล ให้เพียงพอต่อการทำอาชีพประมงของชุมชน”