014.jpg

คณะกรรมาธิการการพลังงานเข้าหารือ กฟผ. วางแนวทางอนาคตไฟฟ้าไทยตามแผนปฏิรูป

       20151127-M01-01

        คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เข้าหารือ กฟผ. เสนอแผนงานอนาคตกิจการไฟฟ้าไทย ด้าน กฟผ.ยินดีรับฟังความคิดเห็นและถือเป็นโอกาสดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในกิจการไฟฟ้า

         เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน นายอรรถพร วัฒนวิสุทธิ์ รองผู้ว่าการพัฒนาธุรกิจ พร้อมด้วยผู้บริหาร กฟผ. ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำโดย พลเรือเอก ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร รองประธานกรรมาธิการการพลังงานฯ พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ กรรมาธิการการพลังงานฯ พลเรือเอก นพดล โชคระดา ที่ปรึกษากรรมาธิการการพลังงานฯ นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ อนุกรรมาธิการการพลังงานฯ และคณะ เพื่อมาพบปะ หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ กฟผ. เรื่องทิศทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยในอนาคตและเพื่อการศึกษาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ 3 การไฟฟ้า ณ ห้องประชุม 201 อาคาร ท.100 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

20151127-M01-02

         นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ตนเองได้เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ซึ่งได้มีการปรึกษาหารือเรื่องการปฏิรูปพลังงานและได้มีโอกาสศึกษารายงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า จะมีการปฏิรูป 18 เรื่องด้วยกัน ที่ผ่านมามีการเสนอกฎหมายไปแล้ว 4 ฉบับ และมีวาระเร่งด่วน 2 เรื่อง ที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้วคือ การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า และการเปิดเสรี solar rooftop แต่จากที่อ่านรายงานมีบางเรื่องที่ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันอยู่ ในวันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ กฟผ. ยินดีรับข้อเสนอแนะมาพัฒนาต่อไป

 

20151127-M01-03

         พลเรือเอก ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร รองประธานกรรมาธิการการพลังงานฯ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการพลังงานฯ มีหน้าที่ในการ ศึกษาการส่งเสริมพัฒนาด้านพลังงาน และทางคณะอยู่ระหว่างศึกษาแผนงานอนาคตกิจการไฟฟ้าไทย ว่าจะไปทิศทางไหน ซึ่งตอนนี้อยู่ใน ขั้นตอนการเดินสายไปยังผู้เกี่ยวข้อง 3 การไฟฟ้า และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ว่า แผนงานที่คณะกรรมาธิการการพลังงานฯ คิดถูกต้องหรือไม่ และเห็นด้วย หรือมีข้อเสนอแนะอย่างไร โดยหลังจากการเดินสายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเสร็จสิ้น คณะกรรมาธิการการพลังงานฯ จะกลับไปตั้งคณะวิสามัญ ทำหน้าที่โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงพัฒนากิจการไฟฟ้า และอาจมีการแก้ไขพระราชบัญญัติการไฟฟ้าหากมีความจำเป็น

20151127-M01-04

         นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ อนุกรรมาธิการการพลังงานฯ ได้นำเสนอผลการศึกษาปรับปรุงแก้ไขกิจการไฟฟ้าของประเทศไทยในอนาคต กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคของพลังงานทดแทนการกระจายตัวของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ระบบไฟฟ้า Smartgrid และความต้องการระบบการแข่งขันเสรี ที่เป็นแรงบีบให้ทั้ง 3 การไฟฟ้าต้องปรับตัวจึงมองว่าทางออกที่สอดรับกับอนาคตกิจการไฟฟ้าของไทยคือการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาค มีกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว 3 ด้าน ได้แก่ 1. ส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงาน โดยปรับโครงสร้างกิจการไฟฟ้าเพื่อเอกภาพในการขับเคลื่อนนโยบาย และปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุนของ 3 การไฟฟ้า 2. ขยายโครงข่ายระบบไฟฟ้าเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน และ 3. ตั้งศูนย์ประสานการซื้อขายไฟฟ้า โดยวางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าในภูมิภาค พัฒนาโครงสร้างตลาดซื้อขายไฟฟ้า และวางมาตรฐานการเชื่อมโยง

         ด้าน นายพฤหัส วงศ์ธเนศ ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงาน (ชผง.) เป็นผู้แทน กฟผ. นำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2558- 2579 (PDP 2015) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ทั้งการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยเมื่อสิ้นแผนปี 2579 ไทยจะมีพลังงานทดแทนรวม 19,634.4 เมกะวัตต์ รวมถึงมีการกระจายเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นพลังน้ำทั้งในและต่างปะเทศ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน เพื่อความสมดุลของระบบไฟฟ้า เนื่องจากพลังงานทดแทนไม่สามารถพึ่งพาได้ตลอดเวลา ดังเช่นจากสถิติค่าจริงของโรงไฟฟ้ากังหันลม ซึ่งกำลังผลิตตามสัญญา 90 เมกะวัตต์ ในบางวันผลิตได้จริงเพียง 10 – 20 เมกะวัตต์เท่านั้น

20151127-M01-05

         ชผง. กล่าวต่อไปว่า โครงสร้างกิจการไฟฟ้าไทย เป็นแบบ Enhanced Single Buyer ระบบผลิต ระบบส่งไฟฟ้า และศูนย์ควบคุมระบบโครงข่ายไฟฟ้าอยู่รวมกันทำให้เกิดการทำงานร่วมกันเพื่อดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า คือ โรงไฟฟ้า กฟผ. มีความคล่องตัวกว่าในการเดินเครื่องและการปรับแผนหยุดซ่อมบำรุงมีการวางแผนการลงทุนที่คำนึงถึงความสอดคล้องของระบบส่งและระบบผลิต และศูนย์ควบคุมสามารถสั่งการโรงไฟฟ้า กฟผ. นอกเหนือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้ในกรณีฉุกเฉิน

         “ส่วนการผลิตและซื้อขายไฟฟ้าเสรีอาจมีปัญหาและผลกระทบใน 3 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง การเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้าจะทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เนื่องจากผู้ที่หันไปซื้อไฟฟ้าเสรียังจะต้องมีการพึ่งพากำลังผลิตสำรองจากระบบ อีกทั้งหากมีการกลับมาซื้อไฟฟ้าจากระบบจะทำให้กำลังผลิตในระบบไม่เพียงพอ 2) ค่าไฟฟ้า ผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยจะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น เนื่องจากผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถซื้อไฟฟ้าเสรีได้จะออกจากระบบไปซื้อไฟฟ้าราคาต่ำ ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่เหลือต้องรับภาระโรงไฟฟ้าต้นทุนสูง 3) สิ่งแวดล้อม หากเปิดเสรีไฟฟ้า รัฐอาจไม่สามารถส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนได้เต็มที่ เนื่องจากผู้ซื้อไฟฟ้าสามารถหันไปซื้อไฟฟ้าจากแหล่งอื่นที่มีราคาถูกกว่าพลังงานหมุนเวียน และการเปิดไฟฟ้าเสรี จะส่งผลต่อแผนการอนุรักษ์พลังงานโดยผู้ขายไฟฟ้าอาจกระตุ้นให้มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น” ชผง. กล่าว