031.jpg

ปลัด ก.พลังงานชี้ผลดีการกระจายเชื้อเพลิงตามแผน PDP 2015 ทำให้ไทยมีเสน่ห์ น่าลงทุนในสายตาต่างชาติ เพราะมีค่าไฟที่เหมาะสม

         20151221-m01-01

          ปลัดกระทรวงพลังงาน ยืนยันประโยชน์ของการกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ส่งผลดีต่อประเทศไทย นอกจากความมั่นคงพลังงานแล้ว ยังดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ เหตุเพราะค่าไฟมีราคาเหมาะสม ด้าน รวพฟ. แจงเทคโนโลยีที่ กฟผ. นำมาใช้กับโรงไฟฟ้าถ่านหิน สามารถควบคุมมลสารที่เกิดจากขบวนการผลิตได้ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมเร่งทำความเข้าใจกลุ่มคัดค้าน เพื่อสร้างความเข้าใจ

         เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า (รวพฟ.) ร่วมออกรายการเดินหน้าประเทศไทย ตอน “แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ความมั่นคงพลังงานไทย” ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมี นางช่อฟ้า เหล่าอารยะ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ซึ่งได้มีการบันทึกเทปรายการ ณ ห้องควบคุมระบบไฟฟ้า (Control Room) โรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2

20151221-m01-02

         นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การที่ประเทศไทยมีการสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่า ปัจจุบันไทยมีไฟฟ้าไม่พอใช้ แต่เป็นการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้นจึงเกิดเป็นแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศพ.ศ. 2558 – 2579 หรือ แผน PDP 2015 เพื่อกำหนดทิศทางพลังงานไฟฟ้าในอนาคตให้ประเทศไทยมีไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคงแผนนี้จะทำให้ไทยมีไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคงอย่างไร คำตอบคือการกระจายเชื้อเพลิง ไม่ให้พึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติ จากปัจจุบันที่มีสูงถึงร้อยละ 65 ให้ทยอยเหลือไม่เกินร้อยละ 40 ในปี 2579 เนื่องจากแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในไทยคาดว่าจะหมดลงในอีก 7 ปี หากไม่มีการสำรวจและผลิตเพิ่มเติม

         ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้การกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้ายังทำให้ราคาค่าไฟฟ้ามีราคาเหมาะสม ไม่สูงมากเกินไปจนกระทบกับประชาชน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าลงทุนในสายตาของต่างชาติ โดย PDP ฉบับนี้เลือกที่จะใช้เชื้อเพลิงถ่านหินเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่ายังมีบางกลุ่มที่กังวลเรื่องมลภาวะจากถ่านหิน แต่นั่นเป็นเพียงภาพเก่า เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถกำจัดมลภาวะต่าง ๆ ให้เหลือน้อยที่สุดและไม่เป็นอันตรายต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานไม่ได้ละเลยพลังงานทดแทน เพราะตามแผนแล้วมีการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนถึง 8,358.68 เมกะวัตต์

20151221-m01-03

         นายรัตนชัย นามวงศ์ รวพฟ. กล่าวว่า ในส่วนของ กฟผ. ตามแผน PDP 2015 โครงการโรงไฟฟ้าสำคัญเพื่อเป็นการกระจายเชื้อเพลิง ซึ่ง กฟผ. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงานคือ โรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณปี 2562 นี้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาซึ่งนอกจากจะตอบสนองต่อการกระจายเชื้อเพลิงแล้ว ยังตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ตลอดจนรองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของประชากร โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5-6 ต่อปี ขณะที่ในพื้นที่ยังไม่มีแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักเพียงพอ การมีโรงไฟฟ้าภาคใต้จึงช่วยเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า และนับเป็นการกระจายสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าตามนโยบายของกระทรวงพลังงานอีกด้วย

         “เทคโนโลยีที่ใช้ในโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปัจจุบันมีความก้าวหน้ามาก สามารถควบคุมการปล่อยมลสารต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน โดยข้อมูลเบื้องต้นของโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผ. จะมีค่าปลดปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เพียง 50 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งดีกว่าค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดไว้ที่ 180 ส่วนในล้านส่วน และค่าการปลดปล่อยฝุ่นละอองมีเพียง 30 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งดีกว่าค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมกำหนดไว้ที่ 80 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ กฟผ. ยืนยันได้ว่ากระแสการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น ไม่ได้มีคนจำนวนมากและเป็นเพียงกลุ่มคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่หลัก และคนในพื้นที่กระบี่เริ่มมีความร่วมมือที่ดีกับทาง กฟผ. ซึ่งขณะนี้ กฟผ. ได้พยายามทำความเข้าใจและเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง และขอให้ประชาชนได้ให้โอกาส กฟผ. ในการสร้างพลังงานที่มั่นคงให้แก่ประเทศต่อไป” รวพฟ. กล่าวในที่สุด

          ชมรายการ ได้ที่นี่  youtube