027.jpg

ศาลปกครองเชียงใหม่สั่งยุติคดีเหมืองแม่เมาะ กฟผ. เดินหน้าพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด

         ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งยุติคดีที่มีผู้ร้องคัดค้านการดำเนินการของ กฟผ. ในคดีเหมืองแม่เมาะ เนื่องจากพิจารณาว่า การดำเนินงานของ กฟผ. เป็นไปตามตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด รวมทั้ง การดำเนินงานสวนพฤกษชาติและสนามกอล์ฟแม่เมาะถูกต้องตามมาตรการฟื้นฟูขุมเหมือง ถือเป็นนิมิตรหมายของการเริ่มต้นที่ดี กฟผ. พร้อมเดินหน้าต่อไป พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ที่ให้ทั้งความรู้และการพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้ง การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เพิ่มรายได้ในพื้นที่อย่างยั่งยืน

         นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม ในฐานะโฆษก กฟผ. กล่าวว่า ตามที่มีผู้ฟ้องคดีเหมืองแม่เมาะบางราย ยื่นคำร้องคัดค้านการดำเนินงานของ กฟผ. ว่า ไม่เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในคดีแม่เมาะที่พิพากษาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 สำนักงานศาลปกครองเชียงใหม่ ได้มีหนังสือรายงานคำสั่งศาลปกครองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2558 รวม 3 กรณี ดังนี้

         กรณีที่ 1 ตามที่ผู้ร้องเห็นว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในคดีเหมืองแม่เมาะ กฟผ. จะต้องเริ่มกระบวนการทำแผนขอแก้ไขมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมเหมืองแม่เมาะใหม่ ซึ่งศาลปกครองเชียงใหม่พิจารณาว่า การดำเนินการของ กฟผ. ที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่ออธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) ภายในเวลา 90 วัน ถือว่า กฟผ. ได้ปฏิบัติตามหน้าที่ภายในกำหนดเวลาที่ศาลมีคำสั่งแล้ว

         กรณีที่ 2 เรื่องการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาอพยพราษฎรที่ได้รับผลกระทบที่อาจนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินและมีความประสงค์จะอพยพในการอพยพหมู่บ้านออกนอกรัศมีผลกระทบ 5 กิโลเมตร ผู้ร้องเห็นว่า คณะทำงานฯ ที่แต่งตั้งล้วนแต่เป็นข้าราชการส่วนภูมิภาคและเจ้าหน้าที่ กฟผ. ไม่มีผู้แทนชาวบ้าน ผู้ฟ้อง และองค์กรสิ่งแวดล้อมนั้น ศาลพิจารณาว่า คำสั่งของจังหวัดลำปางที่แต่งตั้งคณะทำงานดังกล่าว ประกอบด้วย ตัวแทนจากหมู่บ้าน ท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ถือว่า การจัดตั้งถูกต้องตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว

         กรณีที่ 3 สวนพฤกษชาติและสนามกอล์ฟ ซึ่ง กฟผ. จะต้องฟื้นฟูขุมเหมืองโดยการถมดินกลับให้มากที่สุดและปลูกป่าทดแทน แต่ผู้ฟ้องเห็นว่า กฟผ. ไม่ได้ดำเนินการนั้น ศาลพิจารณาว่า เมื่อมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ประกอบกับสวนพฤกษชาติและสนามกอล์ฟไม่ใช่พื้นที่ขุมเหมืองแต่เป็นพื้นที่ทิ้งดินเดิม จึงไม่สามารถถมดินกลับในบ่อเหมืองได้ และ กฟผ. ได้มีการปลูกพืชคลุมดินหรือปลูกไม้ยืนต้นแล้ว จึงถือว่า ได้มีการฟื้นฟูสภาพเหมืองถูกต้องแล้ว

         ดังนั้น กฟผ. ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) จึงมีผลใช้บังคับโดยสมบูรณ์ ถือว่า ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลแล้ว และศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำสั่งให้ยุติการบังคับคดีนี้

         นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี กล่าวในท้ายที่สุดว่า นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ได้มีข้อยุติในคดีความ ทั้งจากการดำเนินการที่แล้วเสร็จของ กฟผ. ตามที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง และคำตัดสินของศาลปกครองเชียงใหม่ดังกล่าว รวมทั้งการที่ กฟผ. ได้แก้ไขปัญหามลภาวะลุล่วงด้วยการติดตั้งอุปกรณ์และมาตรการควบคุมคุณภาพอากาศจนไม่เกิดปัญหาขึ้นอีกมากว่า 15 ปี ต่อไปจะมีเรื่องราวดีๆ ของชาวแม่เมาะปรากฏอยู่สายตาคนทั้งประเทศมากขึ้น ทั้งในเรื่องของศูนย์การเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวและสันทนาการ เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี มียอดนักท่องเที่ยว แต่ละปีไม่ต่ำกว่า 2 – 3 แสนคน รวมทั้ง การส่งเสริมอาชีพและการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็งถึง 30 กลุ่มใน 5 ตำบล เช่น กลุ่มตัดเย็บ กลุ่มข้าวกล้อง กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรและก่อสร้าง ก่อให้เกิดรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมในพื้นที่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กฟผ. จะร่วมกับชุมชนแม่เมาะ มุ่งมั่นพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป

คลิ๊กอ่านรายงานคำสั่งของศาลปกครองเชียงใหม่