009.jpg

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำ และการจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ณ เขื่อนสิริกิติ์

         นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำในเขื่อนภาคเหนือ ด้านผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ รายงานสถานการณ์เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพล และการดำเนินงานสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ชี้แจงขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำนาปรัง เนื่องจากน้ำไม่เพียงพอในฤดูแล้ง

20160119 M02 01

20160119 M02 02

         เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2559 ดร.สุเทพ เลิศศรีมงคล ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ นายวีระชัย ภู่เพียงใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานเขื่อนสิริกิติ์ ให้การต้อนรับ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ที่เขื่อนสิริกิติ์ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ โอกาสนี้ ดร.สุเทพ ได้นำเสนอสรุปสถานการณ์น้ำของเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพลในปัจจุบัน และแนวทางการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนในช่วงฤดูแล้ง

20160119 M02 03

         ดร.สุเทพ เลิศศรีมงคล รายงานถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบันของเขื่อนสิริกิติ์ว่า มีปริมาณน้ำใช้งาน 1,854 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 28 ส่วนเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำใช้งาน 1,090 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 11 สองเขื่อนรวมกันมีปริมาณน้ำใช้งาน 2,944 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเขื่อนสิริกิติ์ ระบายประมาณวันละ 10.5 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนภูมิพล ระบายประมาณวันละ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายเพื่ออุปโภค–บริโภค และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก สำหรับพื้นที่การเกษตรที่ปลูกไว้เดิมนั้นจะมีการระบายให้เพียงเล็กน้อย เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก็จะไม่มีการส่งน้ำให้ตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำนาปรัง เนื่องจากน้ำไม่เพียงพอในฤดูแล้ง

20160119 M02 04

         อขส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินงานสื่อสารข้อมูลสถานการณ์น้ำ ร่วมกับทีมประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ รวม 18 ครั้ง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดนครสวรรค์ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากมีความกังวลว่าหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้วเสร็จ เกษตรกรจะทำนาปรังต่อเนื่องเหมือนฤดูปกติ ในขณะที่น้ำต้นทุนมีจำกัด ซึ่งจะมีความเสี่ยงสูงที่ข้าวนาปรังจะได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำได้ และเพื่อเกษตรกรจะได้เข้าใจ และให้ความร่วมมือในการปรับตัว ในส่วนแผนการดำเนินงานช่วยเหลือภัยแล้ง ปี 2559 จะดำเนินการติดตามผลการใช้น้ำเพื่อการเกษตรท้ายน้ำเขื่อนสิริกิติ์ โดยเฉพาะเรื่องการสูบน้ำทำนาปรัง และจากรายงานของจังหวัดอุตรดิตถ์ การทำนาปรังในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ลดลง และข้อมูลที่รับทราบจากกรมชลประทาน และกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2558 มีการปลูกข้าวนาปรังและพืชไร่-พืชผัก จำนวน 1.678 ล้านไร่ ในเขตพื้นที่ชลประทาน ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้ง 22 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากแหล่งน้ำของตนเองสำหรับปัญหานี้หากไม่มีการทำนาปรัง และเกษตรกรมีวินัย ในการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด น่าจะผ่านวิกฤติแล้งปีนี้ไปได้