007.jpg

สคร. และ IRDP ตรวจประเมิน SEPA กฟผ. ปี 2558 ชื่นชม กฟผ.ให้ความสำคัญ SEPA มุ่งมั่นพัฒนาและรักษาความเป็นผู้นำในกิจการไฟฟ้า

         สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (IRDP) ในฐานะผู้ตรวจประเมินคุณภาพรัฐวิสาหกิจ (SEPA) เข้าตรวจประเมินการดำเนินงานของ กฟผ. หมวด 1-6 ชื่นชม กฟผ. พัฒนาจากปีที่แล้ว ให้ความสำคัญการตรวจประเมิน มุ่งมั่นในการพัฒนาและยังเป็นองค์กรที่รักษาความเป็นผู้นำในกิจการไฟฟ้า รวมถึงเป็นต้นแบบให้กับรัฐวิสาหกิจอื่นๆได้อีกด้วย พร้อมให้คำแนะนำที่จะช่วยพัฒนา กฟผ.ต่อไป

20160126 M01 01

         เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2559 นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. เป็นประธานในการรับการตรวจประเมินการดำเนินการตามระบบ SEPA ของ กฟผ. (Site Visit) ประจำปี 2558 วันแรก ในหมวด 1 การนำองค์การ หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ และ หมวด 3 การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ หรือ IRDP ทำหน้าผู้ตรวจประเมิน หลังจากที่ กฟผ. ได้จัดทำรายงานผลการดำเนินงานขององค์การ (Organizational Performance Report : OPR) รายงานการตรวจประเมินองค์การด้วยตนเอง (Self Assessment Report : SAR) พร้อมข้อสรุปจุดแข็ง และโอกาสในการปรับปรุง (Opportunity for Improvement : OFI) และแผนพัฒนาองค์การส่งให้กับผู้ตรวจประเมิน โดยมี รองผู้ว่าการพร้อมด้วยคณะกรรมการดำเนินการบริหารจัดการคุณภาพทั่วทั้งองค์การ (คดบ.) หมวด 1-3 รวมถึงคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการคุณภาพทั่วทั้งองค์การ (คนบ.) เข้าร่วมการตรวจประเมินและตอบคำถามจากผู้ตรวจประเมินโดยพร้อมเพรียง ในการนี้ได้รับเกียรติจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)ในฐานะผู้กำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล และพัฒนารัฐวิสาหกิจเข้าร่วมการตรวจประเมินในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุม 201 อาคารสำนักผู้ว่าการ สำนักงานใหญ่ กฟผ.

20160126 M01 02

หมวด 1 การนำองค์การ

         นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ในฐานะประธาน คดบ. หมวด 1 การนำองค์การ กล่าวว่า กฟผ. โดยผู้บริหารระดับสูงร่วมกำหนดวิสัยทัศน์องค์การให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น คือ เป็นองค์การชั้นนำในกิจการไฟฟ้าในระดับสากล โดยกำหนดให้ กฟผ. เป็นเลิศในการดำเนินงานทุกด้าน โดยตั้งเป้าให้ กฟผ. มีความสามารถอยู่ในกลุ่มระดับยอดเยี่ยม (Top Quartile) เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบกิจการไฟฟ้าอื่นๆ ในโลก นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการติดตามผลมากขึ้น มีการจัดทำคู่มือค่านิยมองค์การสำหรับผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหาร มีการสัมมนาบุคคลต้นแบบ กฟผ. กว่า 100 คน เพื่อให้ทราบถึงแนวคิดของการปฏิบัติตนตามค่านิยมองค์การ และมีการจัดกิจกรรมและสื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมค่านิยมองค์การเพื่อสร้างบรรยากาศและการรับรู้ นอกจากนี้มีการสร้างบรรยากาศเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายและประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม เช่น มีการปรับปรุงระบบจัดซื้อจัดจ้าง e-Bidding มีการดำเนินการเชิงรุกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ มีการปรับปรุงและทบทวนกฎระเบียบต่างๆให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา มีการจัดกิจกรรมเพื่อยกย่องคนดี คนเก่ง ของ กฟผ. ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของความภาคภูมิใจในการปฏิบัติดี ตั้งใจทำงาน และมีผลงานที่โดดเด่น

         “ในด้านการสื่อสาร ได้มีการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมองค์การไปยังผู้ปฏิบัติงาน ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การประชุม Top Team Meeting งานผู้ว่าการพบผู้ปฏิบัติงาน และการส่งมอบนโยบายผ่านรองผู้ว่าการทุกสายงาน รวมถึงได้ทำการสำรวจการรับรู้วิสัยทัศน์และนโยบายขององค์การเพื่อติดตามผลการสื่อสาร และในปี 2558 ได้มีการใช้สื่อ Social Media และ Infographic มากขึ้น ทั้งการสื่อสารภายในและภายนอก เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าถึงข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงได้มากขึ้น รวมถึงเพื่อความรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และสามารถเข้าใจได้ง่าย” ผู้ว่าการ กล่าว

20160126 M01 03

หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์

         ด้าน นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ รองผู้ว่าการ นโยบายและแผน (รวผ.) ในฐานะประธาน คดบ. หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ กล่าวว่า กฟผ. ได้วิเคราะห์การดำเนินงาน และค่าคาดการณ์การดำเนินงานในอนาคต เช่น สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าลดลง การพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ไม่เป็นไปตามแผน และการลงทุนพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าจะเพิ่มสูงขึ้นมากใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และการเจริญเติบโตของ กฟผ. ฝ่ายบริหารจึงปรับปรุงกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์จากเดิมที่มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารจัดการด้านยุทธศาสตร์ การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน กฟผ. (คยส.) จัดทำและนำเสนอ เป็นการจัดทำโดยที่ประชุมคณะกรรมการ ผวก. และรองผู้ว่าการ กฟผ. (Top Team Meeting : TTM) เพื่อให้ได้วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ และเป้าประสงค์ที่ชัดเจน สามารถนำไปสู่การปฏิบัติ โดยมีกระบวนการคัดเลือก initiatives ที่จะนำมาปรับปรุงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญต่อ กฟผ. โดยผู้นำระดับสูงเป็นผู้กำหนด initiatives มีการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง ผ่านกลไกการนำองค์กรและผลักดันจากผู้นำระดับสูง รวมถึงเพิ่มการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลให้ครบถ้วนมากขึ้นผ่านเครื่องมือต่างๆ

20160126 M01 04

         “นอกจากนี้ กฟผ. ได้ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ โดย กฟผ. นำมาพิจารณาในปีนี้ ได้แก่ หน่วยงานกำกับ ที่ต้องการเห็นความมั่นคงและความเพียงพอของพลังงาน และกลุ่มชุมชน ในเรื่องความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อให้เกิดการยอมรับจากชุมชน และสามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ได้ตามแผน โดยได้เปิดศูนย์การเรียนรู้เพื่อสังคมแล้ว 3 ศูนย์จากทั้งหมด 7 ศูนย์” รวผ. กล่าว

20160126 M01 05

หมวด 3 การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด

         นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง (รวส.) ในฐานะประธาน คดบ. หมวด 3 การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด กล่าวว่า กฟผ. มีผลิตภัณฑ์ขององค์การอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลักในรูปของพลังงานไฟฟ้า ให้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ ลูกค้าตรงอีก 8 ราย สร้างรายได้หลักให้แก่ กฟผ. และ การให้บริการการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าและระบบส่ง (O&M) ให้แก่กลุ่มโรงไฟฟ้าเอกชน ซึ่ง กฟผ. ได้ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยได้เพิ่มระบบ EGAT Customer Model เพื่อมุ่งตอบสนองลูกค้าเพื่อสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์การ ประกอบด้วย 7 กระบวนการ ได้แก่ 1) กระบวนการกำหนดกลุ่มลูกค้าและตลาด 2) กระบวนการรับฟังลูกค้าปัจจุบันและอนาคต 3) กระบวนการสำรวจความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความภักดี ของลูกค้า 4) กระบวนการกำหนดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ 5) กระบวนการสนับสนุนลูกค้า 6) กระบวนการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และ 7) กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน โดยผลลัพธ์ของการใช้ EGAT Customer Model ระดับความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มขึ้น จาก ความพึงพอใจ ร้อยละ 84 ในปี 2557 เป็น ร้อยละ 89 ในปี 2558 เนื่องจาก ระบบการบริหารจัดการลูกค้ามีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าได้ รวมถึงมีการทบทวนประสิทธิผลเพื่อหาโอกาสในการปรับปรุง

การตรวจประเมินผลการดำเนินงานของ กฟผ. วันที่ 2

20160126 M01 08

         สำหรับการตรวจประเมินผลการดำเนินงานของ กฟผ. 3 หมวดสุดท้าย คือ หมวด 4 หมวด 5 และหมวด 6 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2559 นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน (รวผ.) พร้อมด้วยนางภาวนา อังคณานุวัฒน์ ผู้ช่วยผู้ว่าการทรัพยากรบุคคล (ชหท.) ได้รับมอบหมายจากรองผู้ว่าการบริหาร (รวห.) และนายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า (รวฟ.) เป็นประธานในการรับการตรวจประเมินการดำเนินการตามระบบ SEPA ของ กฟผ. (Site Visit) ประจำปี 2558 จากมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ หรือ IRDP ณ ห้องประชุม 201 อาคาร ท.100 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

20160126 M01 09

หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้

         นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ รวผ. ในฐานะ ประธาน คดบ. หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ กล่าวว่า ในปี 2558 กฟผ. ได้มีการพัฒนาการวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ โดยได้ทำการปรับปรุงจากปี 2557 ดังนี้ คือ 1) การวัดผลดำเนินการ ได้พัฒนาระบบวัดผลเป็นการติดตามรายเดือน ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านApplication บนมือถือ 2) การใช้ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ จากการทบทวนเกณฑ์ในการประชุม Top Team Meeting พบว่าเกณฑ์ยังมีความเหมาะสมต่อการใช้งาน โดยใช้ข้อมูลระดับ World Class เพื่อให้มีความสัมพันธ์กับการมุ่งสู่ Global Top Quartile ทั้งด้านการผลิตไฟฟ้า ด้านระบบส่งไฟฟ้า ด้านลูกค้า ด้านการเงิน และด้านบุคลากร 3) การทบทวนและวิเคราะห์ผลดำเนินการ ผ่านการประชุมทุกระดับ โดยใช้ข้อมูลและสารสนเทศ เพื่อแสดงให้เห็นว่าได้ใช้ข้อมูลจริงที่สำคัญประกอบการทบทวนและปรับปรุง 4) การจัดการความรู้ ในปี 2558 ได้นำผลการประเมิน EGAT KMA ปี 2557 มาดำเนินการ สำหรับหมวด 3 หมวด 4 หมวด 5 และ หมวด 6 5) ระบบเตือนภัย ได้ทำการประเมินประสิทธิผลของระบบเตือนภัยทั้ง 3 ระบบ คือ ระบบเตือนภัยระดับยุทธศาสตร์ ระบบบริหารความเสี่ยง และระบบเตือนภัยระดับปฏิบัติการ

20160126 M01 10

หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร

         นางภาวนา อังคณานุวัฒน์ ชหท. ได้รับมอบหมายจาก รวห. ในฐานะประธาน คดบ. หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร กล่าวว่า ในปี 2558 ได้ทำการปรับปรุงประเด็นต่างๆ จากปี 2557 ดังนี้ 1) ขีดความสามารถและอัตรากำลัง 2) ระบบรับสมัครงานของบุคลากรใหม่ 3) สภาพแวดล้อม การทำงาน 4) นโยบายด้านบุคลากร และสิทธิประโยชน์ 5) วัฒนธรรมองค์การ 6) การจัดการผลการปฏิบัติงาน 7) ระบบการเรียนรู้และการพัฒนา 8) ความก้าวหน้าในอาชีพและการงาน และ 9) การประเมินความผูกพัน

         “กฟผ. ปรับปรุงการรับสมัครงานใหม่ โดยแยกออกเป็นอัตราภูมิภาคและอัตราทั่วไป รวมถึงวิธีการเรียกผู้เข้าสอบสัมภาษณ์เรียงตามลำดับคะแนนในสัดส่วน 3 : 1 ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาด และทำให้ กฟผ. คัดเลือกพนักงานเข้าทำงานได้เร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับผลการดำเนินการในปี 2558 กฟผ. ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย จากกระทรวงแรงงาน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 และมีหน่วยงานได้รับรางวัลจำนวน 30 หน่วยงาน โดยโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าจะนะ ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. 18001/OHSAS 18001 นอกจากนี้ การวัดการผลการปฏิบัติงาน กฟผ. ได้ปรับปรุงเนื้อหา และน้ำหนักของการประเมินผลการปฏิบัติงานเชิงพฤติกรรม โดยกำหนดหัวข้อปัจจัยเชิงพฤติกรรมให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานตามค่านิยม FIRM-C ให้ครบทั้ง 5 หัวข้อ และกำหนดน้ำหนักของแต่ละปัจจัยเท่ากันทุกหัวข้อ” ชหท. กล่าว

20160126 M01 12

หมวด 6 การมุ่งเน้นการปฏิบัติการ

         สำหรับหมวด 6 การมุ่งเน้นการปฏิบัติการ นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ รวฟ. ในฐานะประธาน คดบ. ได้เข้ารับการตรวจประเมิน พร้อมให้ข้อมูลทาง IRDP ว่า ในปีที่ผ่านมา กฟผ. ได้ทำการปรับปรุงงานที่สำคัญ ได้แก่ งาน O&M โรงไฟฟ้า ปรับปรุงกระบวนการทำงานโดย Model Plant งาน System Operating และงาน O&M ระบบส่ง มีโครงการ Tx 2.0 เพื่อลดค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุน งานพัฒนาระบบส่งไฟฟ้า ปรับปรุงกระบวนการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าโดยใช้ Lean Construction และControl Tower งานบริการได้มีการเพิ่มแนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (EGAT–SCM) ท้ายสุด งานพัฒนาระบบงาน ได้ปรับปรุงกระบวนการความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน และปรับปรุงงานผ่านกิจกรรมคุณภาพ

          “การก้าวสู่ Global Top Quartile จะต้องมีนวัตกรรมในการช่วยผลักดัน โดยหลักสำคัญจะต้องสอนให้คนทำงานเป็น แล้วนำสิ่งเหล่านี้ไปขยายผลต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สิ่งที่เห็นผลเป็นรูปธรรมในปัจจุบัน เช่น ระบบ Coaching การมี Model Plant ที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ แล้วจะขยายผลไปยังโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โรงไฟฟ้าบางปะกง และเขื่อนวชิราลงกรณ ด้านสายงานผลิตไฟฟ้า ได้ทำการขยายผลต่อเนื่องจากปี 2557 ในด้านมาตรฐาน ISO โดยได้ขยายผลไปที่โรงไฟฟ้านครใต้ ส่วนสายงานระบบส่ง ก็มีความจำเป็นที่จะต้องขยายออกไปให้มากกว่า 3 เท่า และให้ความสำคัญในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว” รวฟ. กล่าว

         หลังจาก กฟผ. ได้ตอบข้อคำถามจากผู้ตรวจประเมินครบทุกหมวด ทุกคำถาม นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ รวฟ. และนางภาวนา อังคณานุวัฒน์ ชหท. ได้รับมอบหมายจากรองผู้ว่าการบริหาร (รวห.) ได้เป็นผู้แทน กฟผ. กล่าวขอบคุณคณะผู้ตรวจประเมินในความตั้งใจและความเป็นกันเองในการตอบข้อคำถามเพื่อการประเมินผล โดยหวังว่า กฟผ. จะตอบข้อคำถามจากคณะผู้ตรวจประเมินได้ครบถ้วน

20160126 M01 06

         ด้านนางสาวรสา กาญจนสาย ผู้อำนวยการกองพัฒนารัฐวิสาหกิจ 2 (สคร.) กล่าวว่า การประเมินผลในปีที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก กฟผ. การตรวจประเมิน SEPA นั้น เป็นการตรวจประเมินตนเองเป็นส่วนใหญ่ ให้อิสระในการบริหารจัดการ ประเมินผลการทำงาน และปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจเอง สคร. เป็นเพียงผู้กำกับดูแลภายใต้กฎระเบียบที่กำหนดไว้ และตรวจสอบว่ารัฐวิสาหกิจได้มีการปฏิบัติจริงและมีหลักฐานรองรับ ซึ่งในการประเมินผลการทำงาน สคร. คาดหวังให้ดำเนินการประเมินโดยใช้วิธีสื่อสาร 2 ทาง คือ การปรึกษาหารือกัน ให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาระหว่างรัฐวิสาหกิจและผู้ตรวจประเมิน ในโอกาสนี้ขอขอบคุณผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทุกคน ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ถือเป็นต้นแบบที่ดีให้กับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ซึ่ง กฟผ. มีระบบงานที่ค่อนข้างสมบูรณ์มาก ขอให้ กฟผ. รักษามาตรฐานนี้ไว้ตลอดไป

20160126 M01 07

         นายสมชาย ไตรรัตนภิรมย์ รองกรรมการผู้จัดการ IRDP กล่าวว่า ปีนี้ เป็นปีที่ 3 ที่ทาง IRDP ได้เข้ามาเป็นผู้ตรวจประเมิน SEPA อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีแนวทางหลักในการตรวจประเมิน เช่นเดียวกับปีก่อน คือเน้นที่การปฏิบัติมากกว่าการเขียนรายงาน โดยใช้รายงานเป็นส่วนประกอบว่าองค์การได้ดำเนินการอะไรและมีการปรับปรุงอะไรบ้างโดยในปีนี้ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาต่อยอดจากปีที่ผ่านมา ซึ่งขอชื่นชม กฟผ. ที่ทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการประเมินSEPA และยังเป็นองค์กรที่รักษาความเป็นผู้นำในกิจการไฟฟ้า รวมถึงเป็นต้นแบบให้กับรัฐวิสาหกิจอื่นๆได้อีกด้วย ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีความยากลำบากในการดำเนินภารกิจมากขึ้น ก็ยังสามารถดำเนินงานได้อย่างมีมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานที่ผ่านมาของ กฟผ. ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ซึ่ง IRDP รู้สึกยินดี และขอบคุณ กฟผ. ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจประเมิน Site Visit ประจำปี 2558 ในครั้งนี้เป็นอย่างดี

         ทั้งนี้ หลังจากตรวจประเมินเรียบร้อยแล้ว ทาง IRDP จะส่งสรุปผลการตรวจประเมินไว้ในรายงานป้อนกลับ (Feedback Report) ประกอบด้วยจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์การ เพื่อให้ กฟผ. นำไปใช้ปรับปรุงองค์การ ซึ่งจะมีผลต่อคะแนนการประเมินผลการดำเนินงานในปีต่อไป