013.jpg

          กฟผ. ร่วมประหยัดน้ำ จัดตั้งคณะทำงานปฏิบัติการประหยัดน้ำ มุ่งสร้างความตระหนักและความร่วมมือจากบุคลากรทุกระดับใน กฟผ. ในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ตั้งเป้าลดการใช้น้ำลงอย่างน้อยร้อยละ 10 จากปี 2557 ด้านผู้ช่วยผู้ว่าการบริการ ย้ำถือเป็นความรับผิดชอบต่อส่วนรวมควรทำให้ต่อเนื่องเป็นนิสัย

20160129 m01 01

         นายสมภพ พวงจิตต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการบริการ (ชหก.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะประธานคณะทำงานปฏิบัติการประหยัดน้ำ เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยต้องเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงเวลาที่ผ่านมา เกิดการขาดแคลนน้ำในภาคเกษตรกรรม บางพื้นที่ เริ่มขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และต้องควบคุมปริมาณน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศและการผลักดันน้ำเค็ม ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนมีน้อยที่สุดในรอบ 20 ปี เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาวิกฤตขาดแคลนน้ำที่เกิดขึ้น ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันประหยัดน้ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จึงมีมติให้หน่วยงานภาครัฐ ลดการใช้น้ำลงอย่างน้อยร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปริมาณ การใช้น้ำของปีงบประมาณ พ.ศ.2557 โดยจะต้องรายงานผลต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ดังนั้น กฟผ. จึงได้ตั้งคณะทำงานปฏิบัติการประหยัดน้ำ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการประหยัดน้ำให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติกำหนด กำกับดูแลการดำเนินการ รณรงค์ส่งเสริมความเข้าใจให้ผู้ปฏิบัติงานมีจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า รวมถึงติดตามประเมินผลการดำเนินการตามแผน โดยมี ชหก. เป็นประธาน และมีผู้อำนวยการฝ่ายจากทุกสายงานร่วมเป็นกรรมการ

         ชหก. กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางการลดปริมาณการใช้น้ำของ กฟผ. จะมีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว โดยแผนระยะสั้นมุ่งเน้นให้เกิดพฤติกรรมลดการใช้น้ำในผู้ปฏิบัติงาน ส่วนแผนระยะยาวจะมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าแก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยแนวทางในการลดปริมาณการใช้น้ำจะนำหลัก 3R มาใช้ ได้แก่ 1) การลดใช้น้ำ (Reduce) 2) การใช้ซ้ำ (Reuse) และ 3) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดย กฟผ. จะเน้นการลดใช้น้ำ หรือ Reduce เป็นหลัก เช่น ใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดน้ำ รณรงค์ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้น้ำอย่างประหยัดโดยใช้ภาชนะรองน้ำเพื่อใช้ในปริมาณที่พอดี ไม่ปล่อยน้ำทิ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ ฝ่ายบริการได้นำน้ำที่ใช้ตามอาคารสำนักงานในสำนักงานใหญ่ ซึ่งได้ผ่านการบำบัดในระบบบำบัดน้ำเสียรวมให้คุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ไปใช้รดน้ำต้นไม้และทำความสะอาดถนน ซึ่งถือเป็นการใช้ซ้ำ หรือ Reuse และยังเป็นการลดการปล่อยน้ำสู่แหล่งน้ำสาธารณะอีกด้วย ส่วนในหน่วยงาน กฟผ. ทั่วประเทศ ก็มีการบริหารจัดการการใช้น้ำในหน่วยงานตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน

20160129 m01 02

         “ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของผู้ปฏิบัติงานทุกคน ที่จะตระหนักรู้ในคุณค่าของทรัพยากรน้ำ ขอให้ผู้ปฏิบัติงานให้ความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพราะน้ำทุกหยดเป็นทรัพยากรที่องค์กรและประเทศชาติได้ลงทุนเพื่อให้ทุกคนได้มีน้ำกินน้ำใช้ ต้องใช้พลังงานในการที่จะผลิตน้ำที่มีคุณภาพตามมาตรฐานกำหนดมาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าจะทำให้ได้ประโยชน์2 ทาง ได้แก่ 1) เป็นการสงวนน้ำให้มีใช้อย่างเพียงพอต่อไป และ 2) เป็นการประหยัดพลังงาน เพราะเมื่อใช้น้ำน้อยก็ใช้พลังงานในการผลิตน้ำน้อยลง ซึ่งถือเป็นการลดปัญหาโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง และยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ เพราะฉะนั้น การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าถือเป็นความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ควรทำให้ต่อเนื่องเป็นนิสัย” ชหก. กล่าวทิ้งท้าย