random-csr-img00.jpg

กฟผ. จับมือ สอศ. ขยายโครงการชีววิถีฯ หลังประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

         กฟผ. และ สอศ. มีมติขยายเวลาลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการชีววิถีฯ อีก 3 ปี หลังเห็นพ้องเกิดผลความสำเร็จแก่ชุมชนตามเป้า พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพิ่มชุมชนเข้มแข็ง มุ่งเน้นการสื่อสารโครงการฯ สู่สาธารณะ

20160224 c01 01

         นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม (รวค.) เป็นประธานการประชุมพิจารณาขยายความร่วมมือโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนา อย่างยั่งยืน โดยมีนายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานฝ่ายกิจการสังคม นางสาวยุพดี รุ่งเรือง ผู้แทนสำนักความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นายชาติชาย เกตุพรหม ประธานกรรมการตรวจประเมินผลการดำเนินงาน ตามโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมคณะ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคาร ท.100 สำนักงานใหญ่ กฟผ. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559

20160224 c01 02

         นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รวค. กล่าวว่า “ขอขอบคุณคณะทำงาน โครงการชีววิถีฯ ทั้ง สอศ. และ ผู้แทนชีววิถี กฟผ. ทั่วประเทศ ที่เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นับเป็นเวลา 13 ปีแล้ว ที่ทั้งสองหน่วยงานได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการชีววิถีฯ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวมาปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการชีววิถีฯ ได้มีการขยายผลการดำเนินการไปยังชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการคิดค้น วิจัย พัฒนาจนเกิดนวัตกรรม ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ ด้วยการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ อันจะส่งผลถึงสุขภาพของคนในชาติอย่างยั่งยืนตลอดไป ในการนี้ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ขยายความร่วมมือออกไปอีก 3 ปี ซึ่งจะมีการลงนาม MOU โดยผู้บริหารของทั้ง กฟผ. และ สอศ. ภายในเดือนเมษายนนี้ พร้อมทั้งจะมีการตั้งคณะทำงานในการจัดทำแผนประชาสัมพันธ์โครงการชีววิถีฯ ร่วมกันตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ เพื่อเน้นสร้างการรับรู้ต่อสาธารณะให้สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันด้วย”

         นายชาติชาย เกตุพรหม ประธานกรรมการตรวจประเมินผลการดำเนินงาน ตามโครงการชีววิถีฯ กล่าวถึงบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่า การลงนาม MOU ในครั้งที่ 5 นี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในบางส่วน ประเด็นสำคัญ คือ มุ่งเน้นประโยชน์ของการพัฒนา ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ราษฎร และชุมชนตามโครงการชีววิถีฯ และสนับสนุนสถานศึกษาให้ดำเนินโครงการชีววิถีฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

         นายธาตรี ริ้วเจริญ ชคส. กล่าวว่า ผลการดำเนินงานตามความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับ สอศ. ปี 2558 ที่ผ่านมานั้นถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งในแต่ละปีสามารถสร้างเครือข่ายและขยายผลได้ ไม่น้อยกว่า 120 ชุมชน 50 โรงเรียน และประชาชนทั่วไปกว่า 100,000 คน มีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเข้าร่วม 92 แห่ง อีกทั้งได้ขยายผลการดำเนินงานไปสู่วิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการต่างๆ อีกด้วย