random-csr-img00.jpg

กฟผ. พร้อมร่วมมือฝ่าวิกฤตภัยแล้ง เข้าร่วมโครงการ “ แบ่งน้ำใช้ ปันน้ำใจ สู้ภัยแล้ง ” กับทุกภาคส่วน

          กฟผ. ร่วมเป็นหนึ่งในองค์กรภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมโครงการรณรงค์ประหยัดน้ำภายใต้ชื่อ “แบ่งน้ำใช้ ปันน้ำใจ สู้ภัยแล้ง” โดยหอการค้าไทย ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือขององค์กรภาครัฐและสิบองค์กรภาคเอกชนนำร่อง อาสาเป็นองค์กรต้นแบบลดการใช้น้ำ โดยตั้งเป้าหมายลดการใช้น้ำให้ได้ร้อยละ 30 เพื่อให้มีน้ำใช้พอเพียงในฤดูแล้ง สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำแล้ง พร้อมผลักดันให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในทุกภาคส่วน รวมทั้งถอดบทเรียนการบริหารจัดการน้ำ และแนวทางการแก้ไขอย่างยั่งยืน

20160229 M01 01

          นายธนรัชต์ ภุมมะกสิกร ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางยุวดี ธงสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมแถลงข่าวโครงการรณรงค์ประหยัดน้ำ “แบ่งน้ำใช้ ปันน้ำใจ สู้ภัยแล้ง”เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ณ อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์ สมาคมหอการค้าไทย โดยถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ www.webtvthaipbs.com และรายการสดผ่านสำนักข่าวต่างๆ

20160229 M01 02

          นายธนรัชต์ ชี้แจงในการแถลงข่าวว่า การบริหารจัดการน้ำของ กฟผ. ได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำร่วมกับกรมชลประทานอย่างสม่ำเสมอ และดำเนินการระบายน้ำตามมติคณะอนุกรรมการวิเคราะห์และติดตามแนวโน้มสถานการณ์น้ำ และได้ดำเนินการสร้างความเข้าใจกับประชาชนและชุมชนโดยรอบเขื่อน ทั้งทางต้นน้ำกลางน้ำ และปลายน้ำ เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในเขื่อนใหญ่ เช่น เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำต้นทุน (ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559) 800 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำต้นทุน (ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559) 1,500 ล้าน ลบ.ม. รวมทั้ง 2 เขื่อน มีปริมาณน้ำต้นทุน 2,300 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งทั้ง 2 เขื่อน ระบายน้ำรวมกันวันละ15 ล้าน ลบ.ม. ซึ่ง กฟผ. ยังสามารถระบายน้ำได้เป็นปกติ ทั้งนี้ชุมชนพื้นที่ต้นน้ำให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และขอความร่วมมือชุมชนปลายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด และรู้คุณค่า เพราะปริมาณน้ำต้นทุนของแต่ละเขื่อนมีอย่างจำกัด โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำต้นทุน 74 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำวันละ 0.5 ล้าน ลบ.ม. จะสามารถใช้อุปโภคและบริโภคและรักษาระบบนิเวศ ได้ถึงเดือนเมษายนปีนี้เท่านั้น

20160229 M01 03

          นายธนรัชต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการบริหารจัดการน้ำในวิกฤตภัยแล้งครั้งนี้ ไม่อยากให้มองในระยะสั้นเฉพาะวิกฤตภัยแล้งในปีนี้เท่านั้น ขอให้ร่วมกันมองในระยะกลางและระยะยาวด้วยว่า เราจะสามารถแสวงหาแหล่งน้ำใหม่หรือวางแผน การบริหารจัดการน้ำในอนาคตต่อไปอย่างไร เพื่อรับมือกับวิกฤตภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในแต่ละเขื่อนของ กฟผ. ได้มีการระดมความช่วยเหลือ ภัยแล้งแก่ชุมชนโดยรอบอย่างสม่ำเสมอ เช่น เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนน้ำพุง ได้แจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคช่วยเหลือประชาชนโดยรอบเขื่อนไปแล้วอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กฟผ. ได้มีการรณรงค์ให้ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานกลางใช้น้ำอย่างประหยัด ตามแนวทางหลัก 3R คือ 1. การลดใช้น้ำ (Reduce) 2. การใช้ซ้ำ (Reuse) 3. การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)

          โครงการ “แบ่งน้ำใช้ ปันน้ำใจ สู้ภัยแล้ง” เกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตภัยแล้ง ซึ่งเริ่มมีสัญญาณมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ปริมาณความต้องการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง สูงกว่าปริมาณต้นทุนที่มีอยู่ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบทั้งในเขตชนบทและชุมชนเมือง มีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หอการค้าไทย และองค์กรเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้จัดทำโครงการฯ ดังกล่าวขึ้น เพื่อร่วมกันก้าวผ่านวิกฤตภัยแล้งนี้ไปด้วยกัน

          สำหรับ องค์กรภาครัฐที่เข้าร่วม ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และสิบองค์กรภาคเอกชนนำร่อง อาสาเป็นองค์กรต้นแบบลดการใช้น้ำร้อยละ 30 ประกอบด้วย กลุ่มมิตรผล SCG บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) Central Group ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เครือเบทาโกร บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด สมาคมโรงแรมไทย บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดับเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) รวมทั้งหอการค้าไทย และศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิภาคและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต