034.jpg

“กระทรวงพลังงาน” ซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉิน แบบจำลองสถานการณ์ เตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์วิกฤติด้านพลังงานขาดแคลน

          กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ 17 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานของประเทศ ประจำปี 2559 โดยจำลองสถานการณ์สมมติ สงครามในตะวันออกกลางและแหล่งเมียนมาหยุดจ่ายก๊าซ มุ่งเน้นการระดมความคิด วางแผน และจัดการปัญหา เตรียมความพร้อมรับมือเหตุวิกฤติด้านพลังงานขาดแคลน

20160316 M01 01

          พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน เป็นประธานการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานของประเทศ ประจำปี 2559 โดยมีหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพลังงานและหน่วยงานด้านพลังงานของประเทศที่เกี่ยวข้องจำนวน 17 หน่วยงาน อาทิ สำนักนโยบายและแผนพลังงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กฟน. กฟภ. ปตท. IPP SPP และ กฟผ. นำโดยนายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง (รวส.) โดยจำลองสถานการณ์สมมติ 2 เหตุการณ์ คือ 1. กรณีเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันและก๊าซแอลพีจีได้ 4 เดือน 2. กรณีแหล่งก๊าซเมียนมาไม่สามารถส่งก๊าซเข้าระบบได้ 10-15 วัน พร้อมแบ่งเป็น 7 กลุ่มงาน ดังนี้ กลุ่มก๊าซธรรมชาติ กลุ่มน้ำมัน กลุ่มไฟฟ้า กลุ่มลดการใช้พลังงาน กลุ่มประสานความร่วมมือ กลุ่มกลยุทธการสื่อสาร และกลุ่มสื่อมวลชน เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้ทุกหน่วยงานเห็นภาพรวมตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหา ที่ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้พลังงาน ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2559

20160316 M01 02

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง อาทิ การนำเข้าน้ำมันดิบและวัตถุดิบในการผลิต LPG จากแหล่งตะวันออกกลาง และการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศเมียนมา เป็นต้น เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีแหล่งพลังงานที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมาได้พยายามทำการสำรวจและจัดหาแหล่งพลังงานใหม่อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม อีกทั้งในช่วงระหว่างวันที่ 19-28 มีนาคม 2559 นี้ จะมีการหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งซอติกา ของประเทศเมียนมา ซึ่งจะทำให้ก๊าซธรรมชาติที่ประเทศไทยนำเข้าจากประเทศเมียนมาหายไปบางส่วน โดยในปี 2558 ประเทศไทยมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศเมียนมาอยู่ที่ 923 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน คิดเป็นร้อยละ 18 ของปริมาณการจัดหาก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย สำหรับการหยุดซ่อมบำรุงของแหล่งซอติกาดังกล่าวจะทำให้ปริมาณการจัดหาก๊าซธรรมชาติของประเทศหายไปประมาณ 640 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้สั่งการห้ามหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า และแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว และเตรียมสำรองน้ำมันเตาและน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มพิกัด รวมทั้งได้มีการตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

20160316 M01 03

          สำหรับสถานการณ์ที่ต้องมีการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศดังกล่าว อาจทำให้ประเทศต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ดังนั้น กระทรวงพลังงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับสภาวะวิกฤติด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา จึงได้กำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานของประเทศขึ้นทุกปี โดยได้จำลองสถานการณ์ฉุกเฉินสมมติเพื่อเป็นการระดมความคิด วางแผน และจัดการกับปัญหา หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยมีหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพลังงานและหน่วยงานด้านพลังงานของประเทศที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อซ้อมแผนและทำความเข้าใจถึงสภาวะวิกฤติต่างๆ เพื่อให้สามารถเตรียมแผนดำเนินการด้านต่างๆ รองรับสภาวะวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

20160316 M01 04

          ด้านนายสุธน บุญประสงค์ รวส. ได้มีโอกาสสื่อสารกับสื่อมวลชนในวาระดังกล่าว ถึงสถานการณ์ ภัยแล้งที่ส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้าว่า ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากน้ำในเขื่อนลดต่ำลง เนื่องจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนเป็นไปเพื่อการอุปโภค บริโภคเป็นหลัก ซึ่ง กฟผ. จะปรับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมให้ต่ำที่สุด