random-csr-img02.jpg

กฟผ. พัฒนาศักยภาพเยาวชน ผ่านโครงการ Move World Together ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมต่อยอด นำผลงานนวัตกรรมเยาวชน ผลิตเป็นสินค้าเพื่อชุมชน

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยฝ่ายกิจการสังคม เดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เน้นพัฒนาความคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่ภายใต้ความร่วมมือของ 4 องค์กร ผ่านโครงการ Move World Together เผยปี 2559 เตรียมนำผลงานนวัตกรรมของเยาวชน ผลิตเป็นสินค้าเพื่อชุมชน

20160322 C01 01

          เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 ณ ห้องประชุม 201 สำนักงานใหญ่ กฟผ. นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทน กฟผ. มอบเงินงบประมาณจำนวน 10 ล้านบาท ให้แก่วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ฯ เป็นผู้รับมอบ โดยมี นายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. นายศานิต นิยมาคม ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสังคม กฟผ. ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งงบประมาณดังกล่าวใช้ในการดำเนินงานโครงการ Move World Together : เพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อม ปีที่ 5 ประกอบด้วยกิจกรรมค่ายและกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ ในการพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนทุกภาคทั่วประเทศ โดยเน้นให้เยาวชนมีความคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ ค้นหาคำตอบจากการลงมือปฏิบัติจริงในการแก้ปัญหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

20160322 C01 02

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี กล่าวว่า กฟผ. มีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายผู้นำเยาวชนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ความร่วมมือของ 4 องค์กร ประกอบด้วย กฟผ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมกิจการเด็กและเยาวชน และสมาคมพัฒนาศักยภาพและอัจฉริยภาพมนุษย์ ร่วมกันออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่ เพื่อสร้างเยาวชนไทยให้เป็นคนพันธุ์ใหม่ จากการเข้าร่วมโครงการ Move World Together : เพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเนื้อหาความรู้และการฝึกฝนให้เยาวชนมีสำนึกต่อส่วนรวม การทำงานเป็นทีม การพัฒนาศักยภาพทางความคิด แก่นความรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม การคิดค้นโครงงานและการพัฒนาให้เป็นนวัตกรรม

20160322 C01 03

          ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2555-2558 เยาวชนของโครงการฯ ได้คิดค้นผลงานนวัตกรรมถึงขั้นได้รับรางวัลระดับนานาชาติแล้ว 5 ผลงาน รวม 20 รางวัล ได้แก่ เตาประหยัดพลังงาน จากโรงเรียนร่มเกล้ากาญจนบุรี กระติบไฟฟ้า จากโรงเรียนอุบลรัตน์พิทยาคม ขอนแก่น หวดประหยัดพลังงาน จากโรงเรียนปิยะมหาราชาลัย นครพนม เตาเอนกประสงค์ จากโรงเรียนปลาปากวิทยา นครพนม และเครื่องดำนามือหมุน จากโรงเรียนปลาปากวิทยา นครพนม

          นายสหรัฐ กล่าวต่อไปว่า ในปี 2559 โครงการฯ จะทำการคัดเลือกผลงานนวัตกรรมเพื่อนำมาพัฒนาต้นแบบและศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตเป็นสินค้าเพื่อชุมชน ซึ่งจะต้องมีความโดดเด่น 3 ด้าน หรือ EES คือ รักษาสิ่งแวดล้อม (Environment) คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (Economy) และเกิดประโยชน์ต่อชุมชน (Society) นอกจากนี้จะมีการทำวิจัยและประเมินผลเยาวชนที่ผ่านโครงการฯ ติดตามการเปลี่ยนแปลงทักษะและศักยภาพด้านต่างๆ ของเยาวชนตามเป้าหมายของโครงการต่อไป