026.jpg

กฟผ. พร้อมรับมือแหล่ง “ซอติก้าของเมียนมา” หยุดผลิตก๊าซธรรมชาติ 19-28 มี.ค. นี้ มั่นใจไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า รณรงค์ “4 ป.” คนไทยร่วมประหยัดไฟฟ้า ติดตามชมการใช้ไฟฟ้าประจำวันแบบ Real Time ได้ทางเว็บไซต์

          กฟผ. เชื่อมั่นสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติแหล่ง “ซอติก้า” สหภาพเมียนมา หยุดผลิตช่วงวันที่ 19-28 มีนาคม 2559 ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า เนื่องจากเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดเล็ก พร้อมรณรงค์ขอความร่วมมือคนไทยช่วยกันประหยัดไฟฟ้า ตาม “มาตรการ 4 ป.” ทั้งนี้ติดตามชมสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าประจำวันได้ตลอดเวลาทางเว็บไซต์ www.so.egat.co.th/genmapchart/GenChartEN.aspx

20160321-M01-01

          นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งซอติก้า สหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 19-28 มีนาคม 2559 เพื่อการบำรุงรักษาประจำปี ทำให้ก๊าซธรรมชาติที่ส่งมาจากสหภาพเมียนมาหายไปประมาณ 630 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน จากสภาพปกติส่งให้วันละ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติในฝั่งภาคตะวันตกบางส่วนไม่มีเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้สั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติฝั่งภาคตะวันออก และโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว และเดินเครื่องด้วยน้ำมันบางส่วนทดแทน

          นายสุธน กล่าวเพิ่มเติมว่า กฟผ. ได้ปลดโรงไฟฟ้าภาคตะวันตกที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ เหลือเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี เครื่องที่ 1,2 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ ชุดที่ 1,2 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ชุดที่ 3 และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรีเดินเครื่องทดแทนด้วยน้ำมัน ส่วนภาคตะวันออก ได้เดินเครื่องเพิ่มที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกงด้วยน้ำมันบางส่วน โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเอกชนด้วยน้ำมันบางส่วนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ทดแทน เสริมความมั่นคงของระบบให้มีความมั่นคงขึ้นส่วนด้านระบบส่ง ได้มีการตรวจสอบสายส่ง และอุปกรณ์สำคัญให้พร้อมใช้งานก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ และหยุดการบำรุงรักษาระบบส่งช่วงหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติแล้ว

          “ขอให้ความมั่นใจว่าการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งซอติก้าในช่วงดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า แต่ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้า ตามมาตรการ 4 ป. คือ
1) ปิดไฟฟ้าดวงที่ไม่ได้ใช้
2) ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส
3) ปลดปลั๊กไฟที่ไม่ใช้
4) เปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงาน ตลอดจนประหยัดการใช้น้ำในช่วงวิกฤตภัยแล้งด้วย
          ซึ่งจากภาวะภัยแล้งจัดจากเอลนิโญ ส่งผลให้มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สามารถติดตามดูสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าประจำวันตลอดเวลาแบบ Real Time ได้ที่ www.so.egat.co.th/genmapchart/GenChartEN.aspx เพื่อช่วยกันรณรงค์ลดการใช้พลังงานร่วมกันทั้งประเทศ” นายสุธน กล่าว