034.jpg

เปิดยิ่งใหญ่ SETA 2016 ประกาศความพร้อมไทย สู่ศูนย์กลางพลังงานยั่งยืนในเอเชีย

          เริ่มแล้วอย่างเป็นทางการ กับการประชุมและนิทรรศการนานาชาติพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2559 (SETA 2016) ไทยเป็นเจ้าภาพครั้งแรก เปิดเวทีแสดงความก้าวหน้าในการพัฒนาภาคพลังงานของประเทศและศักยภาพในการพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาคเอเชีย จัดงานทั้งสิ้น 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 23 – 25 มีนาคม นี้

20160325-M01-01

          เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด การประชุมและนิทรรศการนานาชาติพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2559 หรือ Sustainable Energy & Technology Asia 2016 (SETA 2016) ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา โดยมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ นายสหรัฐ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในพิธีเปิดครั้งนี้ด้วย

20160325-M01-02

          พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลจึงได้มีการดำเนินการเพื่อให้พลังงานมีเสถียรภาพที่เหมาะสม โดยการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ ที่ครอบคลุมทั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า ระบบจำหน่าย และมีการกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ให้ต้นทุนราคาพลังงานอยู่ในระดับที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และไม่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศในระยะยาว รวมถึงการผลิตไฟฟ้าที่ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและการประหยัดพลังงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

20160325-M01-03

          งาน SETA 2016 นับเป็นเวทีที่ประเทศไทยจะได้แสดงถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาภาคพลังงานของประเทศและศักยภาพในการพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนั้นยังถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะเป็นเวทีเชื่อมความร่วมมือของประเทศในเอเชีย เพื่อหาทางออกในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้แก่กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงการประชุม อภิปราย และการจับคู่เพื่อเจรจาทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในงานนี้

20160325-M01-04

          พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ชี้แจงให้ผู้เกี่ยวข้อง องค์กรที่มีส่วนได้เสีย ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้รับทราบถึงแผนบูรณาการ พลังงานระยะยาวของประเทศ ทั้ง 5 แผนเพื่อสร้างความมั่นใจว่าแผนดังกล่าวจะบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ผลักดันโครงการต่างๆ ดังนี้
1) แผน PDP 2015 ซึ่งมีเป้าหมายในด้านต่างๆ คือ ด้านความมั่นคง ลดการใช้ก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าลงเหลือไม่เกิน ร้อยละ 40 ในปี 2579 เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน รวมถึงเชื้อเพลิงที่ใช้เทคโนโลยีสะอาด และเร่งรัดการดำเนินโครงการ Smart Grid ตามแผน สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าหมายเพื่อลดการปล่อย CO2 ลงจากปัจจุบัน ร้อยละ 37 ในปี 2579
2) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็น ร้อยละ 30 ในปี 2579 เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และส่งเสริมการผลิตและการใช้ไบโอดีเซล และ เอทานอล
3) แผนอนุรักษ์พลังงาน จะมีการเพิ่มสัดส่วนการลดใช้พลังงานเป็น ร้อยละ 30 ด้วยมาตรการบังคับในกลุ่มโรงงาน อาคาร และอาคารภาครัฐ เช่น กำหนดให้อาคารสร้างใหม่ต้องคำนึงถึงการใช้พลังงานต่อพื้นที่ เป็นต้น
4) แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง มีเป้าหมายเพื่อทยอยปรับลดประเภทน้ำมันเบนซินให้มีความเหมาะสม ส่งเสริมน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่น เชื้อเพลิงชีวภาพ และ NGV สำหรับรถสาธารณะ และ
5) แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ กำหนดเป้าหมายบริหารจัดการการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ให้เกิดการแข่งขัน เพิ่มจำนวนผู้จัดหาและจำหน่าย กำกับดูแลการจัดหา LNG ทั้งในระยะสั้น/ระยะยาว เพื่อให้เกิดการแข่งขันเสรีรวมถึงการรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติให้มีเพียงพอในอนาคตต่อไป

20160325-M01-05

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อความมั่นคงและความยั่งยืนด้านพลังงาน โดยมีใจความเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานของโลกที่มีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความท้าทายทางด้านพลังงานในปัจจุบัน แนวทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงโครงการพัฒนาด้านพลังงานไฟฟ้าของ กฟผ.ว่า ตั้งแต่ปี 2516 – 2556 ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในเอเชียและจีนเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า และการใช้พลังงานทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 56 ระหว่างปี 2010 – 2040 ซึ่งประเทศที่ใช้พลังงานมาก ได้แก่ ประเทศอินเดีย ประเทศจีน ประเทศในแถบแอฟริกา ประเทศในแถบตะวันออกกลาง และ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ซึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศที่ใช้พลังงานสูงสุดตามลำดับ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย และ มาเลเซีย

          ในส่วนของความท้าทายทางด้านพลังงาน ได้แก่
1) การที่ราคาของพลังงานฟอสซิลขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นและลดลงของราคาพลังงานไฟฟ้า
2) ทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีปริมาณน้อยลงเรื่อยๆ หลายๆประเทศจึงเก็บทรัพยากรไว้ใช้ภายในประเทศมากกว่าที่จะส่งออก
3) ปัจจุบันสังคมและประชาชนให้ความสนใจกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะกังวลในเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และที่อยู่อาศัย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมถึงสร้างการยอมรับ เพื่อที่จะสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้
4) เนื่องด้วยกระบวนการผลิตไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 (COP21) ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ทำให้ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหานี้มากขึ้น ภาคพลังงานจึงต้องให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดภาวะโลกร้อน

20160325-M01-06

          สำหรับแนวทางการพัฒนาด้านพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับภูมิภาคเอเชีย โดยมีเป้าหมายที่จะมีพลังงานที่ยั่งยืน มั่นคง เพียงพอต่อความต้องการ และมีราคาที่เหมาะสม
1) การมีพลังงานที่มีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการลดภาวะโลกร้อน
2) การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม พัฒนาเทคโนโลยีให้มีความมั่นคงเชื่อถือได้ รวมถึงการบริหารจัดการระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าและระบบ Smart Grid
3) การกระจายสัดส่วนพลังงานอย่างเหมาะสม ไม่พึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป
4) การดำเนินงานร่วมกันในภูมิภาคให้เป็นเครือข่ายพลังงาน เช่น โครงการ ASEAN Power Grid และ Trans-ASEAN Gas Pipeline

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี กล่าวต่อว่า ได้มุ่งดำเนินงานตามแผนบูรณาการพลังงานระยะยาวของประเทศ ทั้ง 5 แผน ตามที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานได้กล่าวมา โดยเน้นหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อม ซึ่ง กฟผ. มีโครงการสนับสนุนความยั่งยืนทางระบบไฟฟ้าและการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า พัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 2,949 เมกะวัตต์ ในปี 2557 เป็น 3,507 เมกะวัตต์ ในปี 2579 และ โครงการพัฒนาระบบส่ง 500 เควี ให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อรองรับการใช้งานตามแผน PDP 2015 รวมถึงรองรับการใช้งานพลังงานหมุนเวียนอีกด้วย

20160325-M01-07

          ทั้งนี้ งาน SETA 2016 เป็นการรวบรวมองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางด้านพลังงานที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาไว้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรับฟังผลการวิจัยและกรณีศึกษาต่างๆ ผ่านการประชุมทางวิชาการในหัวข้อต่าง ๆ กว่า 100 หัวข้อ โดยคาดว่าจะมีผู้บริหารระดับสูงและผู้มีบทบาทในการกำหนดนโยบายด้านพลังงานกว่า 300 คน จาก 15 ประเทศเข้าร่วมการประชุม และมีผู้เข้าร่วมงานโดยรวมกว่า 2,500 คน ตลอดสามวัน ตั้งแต่วันที่ 23 – 25 มีนาคม 2559