036.jpg

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะ ลงพื้นที่ 4 จังหวัด เยี่ยมชมศักยภาพโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะจากกระทรวงพลังงาน เยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนใน 4 จังหวัดรอบ กทม. ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เชื้อเพลิงจากขยะ และ เชื้อเพลิงชีวมวล เพื่อรับทราบถึงศักยภาพของเทคโนโลยี ข้อดี และข้อจำกัด ในปัจจุบัน เพื่อนำไปกำหนดเป็นนโยบายพัฒนาและส่งเสริมพลังงานทดแทนตามแผน PDP 2015 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

20160412-M01-01

          เมื่อวันที่ 7-8 เมษายน 2559 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. และนายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน กฟผ. นำคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดลพบุรี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประเภท SPP-Non firm ขนาด 30 เมกะวัตต์ ของบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ ประเภท SPP-Non firm ขนาด 55 เมกะวัตต์ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม เวสต์ ห้วยบง ประเภท SPP-Non firm ขนาด 90 เมกะวัตต์ ของบริษัท เคพีเอ็น เอ็นเนอยี โฮลดิ้ง จำกัด ที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมาและโรงไฟฟ้าชีวมวล (เศษไม้สัก) ประเภท VSPP-Non firm ขนาด 8 เมกะวัตต์ ของบริษัท เอเวอร์กรีน พลัส จำกัด ที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

20160412-M01-02

          พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังจากเข้าเยี่ยมชม โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้ง 4 แห่ง ว่า โครงการ พลังงานทดแทนเป็นโครงการที่รัฐบาลและกระทรวงพลังงานส่งเสริม และต้องการให้ประเทศไทยมีพลังงานทดแทนในจำนวนที่มีความเหมาะสม สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนว่าประสบปัญหาหรืออุปสรรค อะไรบ้าง โดยในภาพรวมตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 - 2579 หรือ AEDP 2015 ในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็น ร้อยละ 30 ต่อการใช้พลังงานรวม ซึ่งปัจจุบันการใช้พลังงานทดแทนมีการเติบโตมากขึ้น ผู้ประกอบการมีความสนใจเข้ามาลงทุนด้านนี้เพิ่มขึ้น

20160412-M01-03

          ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้แนวทางเพื่อให้เกิดเสถียรภาพของการส่งไฟฟ้าเข้าระบบ ตลอดจนการบริหารจัดการเรื่องราคา ให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย เนื่องจากไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทนมีต้นทุนที่สูง รวมถึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้คำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในภาพรวม พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนให้มีความเสถียร พึ่งพาได้ ไม่มีปัญหาเมื่อส่งไฟฟ้าเข้าระบบ เพราะถ้ายังไม่สามารถใช้ทดแทนโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และ น้ำมัน ได้จริง ก็จะยังคงต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าเป็นปริมาณในสัดส่วนที่สูงเช่นเคย อีกทั้งยังต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการรองรับความไม่เสถียรของพลังงานทดแทนที่จะเข้าระบบอีกด้วย

          นอกจากนี้ในขณะเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้ความสนใจซักถามถึงศักยภาพ และเทคโนโลยีด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามความก้าวหน้าในด้านศักยภาพ และเทคโนโลยีของภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของประเทศในปัจจุบัน เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้สามารถพึ่งพาได้ต่อไป

20160412-M01-04

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. พร้อมที่จะสนับสนุนพลังงานทดแทน แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าพลังงานหลักที่ใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลยังมีส่วนสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพราะพลังงานทดแทนแม้ว่าตัวเลขเมกะวัตต์จะสูงแต่ศักยภาพนำมาใช้ได้จริงได้ไม่เกินร้อยละ 50 เท่านั้น และยังไม่สามารถสั่งจ่ายไฟได้ทันทีขึ้นอยู่กับธรรมชาติ เช่น แสงแดด ลม เป็นต้น นอกจากนี้ การส่งเสริมพลังงานทดแทนก็จะต้องค่อยๆ ดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะต้นทุนของพลังงานทดแทนนั้นยังมีราคาสูง หากเร่งมากเกินไปก็จะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยพัฒนาการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทนให้สามารถพึ่งพาได้คือระบบการพยากรณ์ที่แม่นยำ ที่จะสามารถพยากรณ์แสงแดดและลมล่วงหน้าได้ว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ช่วงเวลาใดบ้าง เพื่อที่ทาง กฟผ. จะสามารถเตรียมโรงไฟฟ้าไว้สำรองในช่วงที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้