random-csr-img03.jpg

Move World Together ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล UNESCO

          โครงการ Move World Together : เพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นโครงการในนามตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมประกวดเพื่อชิงรางวัลด้านกระบวนพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืนของ UNESCO - Japan Prize on Education for Sustainable Development (ESD) 2016

20160425-C01-01

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้คัดเลือกโครงการ Move World Together : เพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อม (MWT) ให้เป็นโครงการตัวแทนประเทศไทยที่มีความโดดเด่นด้านกระบวนพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน (Education for Sustainable Development - ESD) เข้าร่วมในประกวดชิงรางวัลจาก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO - Japan Prize on Education for Sustainable Development (ESD) 2016 โดยได้นำส่งให้คณะกรรมการนานาชาติของ UNESCO เป็นผู้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ผลงานของโครงการ MWT มีความโดดเด่นทางการพัฒนาเยาวชนและสามารถสร้างผลงานที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง รวมทั้งเกิดเป็นนวัตกรรมที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งคณะกรรมการฯจะประกาศผลการประกวดในเดือนกันยายน 2559 นี้

          สำหรับกระบวนการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน (ESD) เป็นแนวโน้มของโลกที่ UNESCO ให้ความสนใจและตั้งเป็นเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลกในอีก 15 ปีข้างหน้า ภายในปี พ.ศ.2573 (Sustainable Development Goal - SDG 2030)

          รองผู้ว่าการกิจการสังคม กล่าวต่อไปว่า โครงการ Move World Together เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง กฟผ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมกิจการเด็กและเยาวชน และสมาคมพัฒนาศักยภาพและอัจฉริยภาพมนุษย์ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน โดยการเปลี่ยนวิธีคิดของเยาวชนด้วยกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้เยาวชน สามารถนำความคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ไปใช้ในการแก้ปัญหา รวมทั้งสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับประเทศและนานาชาติ โดยระหว่างปี 2557-2559 ที่ผ่านมามีผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมได้รับรางวัลรวมถึง 38 รางวัล

          "อนาคต กฟผ.จะสนับสนุนให้ต่อยอดเพื่อนำผลงานนวัตกรรมต้นแบบต่างๆ ไปสู่การผลิตเป็นสินค้าจำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ เกิดมูลค่าเพิ่มและคุณค่าร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศในภาพรวม" รองผู้ว่าการกิจการสังคม กล่าวในตอนท้าย