002.jpg

อากาศร้อนจัดส่งผลทำลายตัวเลขพีคต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกันที่ 29,249.4 เมกะวัตต์

          กฟผ. เผย จากอุณหภูมิที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าสูงสุดทำลายตัวเลขพีคเป็นครั้งที่ 5 ของปี 2559 ที่ 29,249.4 เมกะวัตต์ และเป็นการเกิดพีค 3 วันติดต่อกัน สาเหตุสำคัญมาจากอากาศที่ร้อนจัด 38 องศาเซลเซียส

20160427-P02-01

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า วันนี้ (27 เมษายน 2559) เวลา 14.33 น. ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีค (Peak) อยู่ที่ 29,249.4 เมกะวัตต์ ทำลายตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปีนี้เป็นครั้งที่ 5 เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่อุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงขึ้นจากพีค ครั้งที่ 4 เมื่อวานนี้ (26 เมษายน 2559) ที่ 29,004.6 เมกะวัตต์ สาเหตุสำคัญมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในหลายพื้นที่ และเป็นช่วงวันทำงานปกติ ประกอบกับเป็นช่วงเวลาปิดภาคเรียน จึงมีการใช้ไฟฟ้าทั้งภาคอุตสาหกรรม บริการ และบ้านอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น

          สำหรับสถานการณ์การใช้ไฟฟ้า กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า ในเดือนเมษายนไทยจะมีอากาศร้อนจัด จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดในเดือนพฤษภาคม ในวันแรงงานแห่งชาติ วันฉัตรมงคล และวันพืชมงคล ซึ่งจะมีผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง และตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปจะเริ่มมีฝนตกและอากาศเย็นลง ทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย

          กฟผ. จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้าตามมาตรการ “ปิด - ปรับ - ปลด - เปลี่ยน” วันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 20 มีนาคม - 20 พฤษภาคม 2559 โดยปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอความร่วมมือในการปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มาก ร่วมกับการปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม กฟผ. จะทำหน้าที่ดูแลกำลังผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ