030.jpg

อากาศร้อนจัดต่อเนื่องและฝนทิ้งช่วง ส่งผลทำลายตัวเลขพีค 4 วันติดต่อกันที่ 29,403.7 เมกะวัตต์

          กฟผ. เผย จากอุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าวอย่างต่อเนื่องและฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าสูงสุดทำลายตัวเลขพีคเป็นครั้งที่ 6 ของปี 2559 ที่ 29,403.7 เมกะวัตต์ และเป็นการเกิดพีค 4 วันติดต่อกัน สาเหตุสำคัญมาจากอากาศที่ร้อนจัด 37.8 องศาเซลเซียส

20160428 P02 01

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า วันนี้ (28 เมษายน 2559) เวลา 14.23 น. ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีค (Peak) อยู่ที่ 29,403.7 เมกะวัตต์ ทำลายตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปีนี้เป็นครั้งที่ 6 เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่อุณหภูมิ 37.8 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงขึ้นจากพีค ครั้งที่ 5 เมื่อวานนี้ (27 เมษายน 2559) ที่ 29,249.4 เมกะวัตต์ สาเหตุสำคัญมาจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ และเกิดฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ประกอบกับเป็นช่วงวันทำงานปกติ รวมถึงเป็นช่วงเวลาปิดภาคเรียน จึงมีการใช้ไฟฟ้าทั้งภาคอุตสาหกรรม บริการ และบ้านอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดในเดือนพฤษภาคม ในวันแรงงานแห่งชาติ วันฉัตรมงคล และวันพืชมงคล ซึ่งจะมีผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง

          ในส่วนของกำลังผลิตรองรับพร้อมจ่ายนั้น มีความมั่นคงเพียงพอ เนื่องจากมีปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ประมาณร้อยละ 10-15 หรือไม่ต่ำกว่า 32,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ กฟผ. ได้มีการเตรียมพร้อม โดยสำรองน้ำมันเตาที่โรงไฟฟ้าราชบุรีและโรงไฟฟ้าบางปะกง รวมถึงให้ บมจ.ปตท. สำรองก๊าซธรรมชาติ เพื่อรองรับสถานการณ์

          กฟผ. จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้าตามมาตรการ “ปิด - ปรับ - ปลด - เปลี่ยน” วันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 20 มีนาคม - 20 พฤษภาคม 2559 โดยปิดไฟดวงที่ ไม่ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอความร่วมมือในการปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มาก ร่วมกับการปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม กฟผ. จะทำหน้าที่ดูแลกำลังผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ