027.jpg

งานวันสถาปนา กฟผ. ครบรอบ 47 ปี จัดยิ่งใหญ่ ประธานบอร์ดชื่นชมความมุ่งมั่น กฟผ. สร้างความมั่นคง ใส่ใจรอบด้าน พร้อมหนุนสู่องค์การชั้นนำ ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาติ

          ครบรอบ 47 ปี ประธานบอร์ดกล่าวปาฐกถาพิเศษ ชื่นชมการดำเนินงานของ กฟผ. ตลอดเกือบ 5 ทศวรรรษ รับใช้สังคมไทยในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า รวมถึงดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของ กฟผ. ในอนาคต ด้านผู้ว่าการ กฟผ. เน้นย้ำ ผู้ปฏิบัติงานคือทรัพยากรที่สำคัญยิ่งขององค์การ ที่จะสร้างความเจริญเติบโตของ กฟผ. และสร้างการยอมรับจากสังคม

20160429 M01 01

          เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 กฟผ. จัดพิธีเปิดงานวันสถาปนา กฟผ. ครบรอบ 47 ปี โดยมีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานกรรมการ กฟผ. เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “47 ปี กฟผ. คิดและทำเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยมีนายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวรายงาน ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช อาคาร ต.040 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

ประธานบอร์ดชื่นชมความมุ่งมั่นของ กฟผ.

20160429-M01-02

          นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานกรรมการ กฟผ. กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า “ตลอดระยะเวลา 47 ปี กฟผ. ได้ทำหน้าที่รับใช้สังคมไทยและประสบความสำเร็จ ในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกๆคน ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้มุ่งมั่นขับเคลื่อนให้ กฟผ.ก้าวไปสู่องค์การชั้นนำที่เป็นความภาคภูมิใจของชาติการคิดและทำเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน มีนัยที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและเป็นเหมือนคำมั่นสัญญาของ กฟผ. ที่มีต่อสังคมว่า จะดำเนินกิจการโดยคำนึงถึงอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงพลังงานต่างคาดหวังให้ กฟผ. เป็นองค์การ ที่สร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ทั้งด้านการวางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า การแสวงหาและกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้เหมาะสม รวมถึงดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสังคม และลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมลงนามในพันธสัญญาจากเวทีการประชุม COP21 ที่ประเทศฝรั่งเศส”

          ประธานกรรมการ กฟผ. ได้กล่าวถึงแผนบูรณาการพลังงานระยะยาวของประเทศ 20 ปี ทั้ง 5 แผน ซึ่ง กฟผ. ถือเป็นอีกองค์การหนึ่งที่มีส่วนขับเคลื่อนให้บรรลุตามแผนที่วางไว้เพื่อความมั่นคงของพลังงานโดยรวมของประเทศ ดังนี้ 1) แผน PDP 2015 ซึ่งมีเป้าหมายในด้านต่างๆ คือ ด้านความมั่นคง ลดการใช้ก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าลง เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน รวมถึงเชื้อเพลิงที่ใช้เทคโนโลยีสะอาด 2) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็นร้อยละ 30 ในปี 2579 เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานทดแทนอยู่ในระบบกว่าร้อยละ 10 3) แผนอนุรักษ์พลังงาน จะมีการเพิ่มสัดส่วนการลดใช้พลังงานเป็นร้อยละ 30 ด้วยมาตรการลดการใช้พลังงานในกลุ่มโรงงาน อาคาร และอาคารภาครัฐ เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และ ภาคเอกชน เช่น โรงน้ำแข็ง เป็นต้น 4) แผนบริหาร จัดการน้ำมันเชื้อเพลิง มีเป้าหมายเพื่อทยอยปรับลดประเภทน้ำมันเบนซินให้มีความเหมาะสม และ 5) แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ กำหนดเป้าหมายบริหารจัดการการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ให้เกิดการแข่งขัน เพิ่มจำนวนผู้จัดหาและจำหน่าย กำกับดูแลการจัดหา LNG ทั้งในระยะสั้น/ระยะยาว เพื่อให้เกิดการแข่งขันเสรีรวมถึงการรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติให้มีเพียงพอในอนาคตต่อไป

          สำหรับการดำเนินงานในอนาคต กฟผ. เดินหน้าสู่เป้าหมายองค์การชั้นนำในกิจการไฟฟ้าในระดับสากล (Global Top Quartile Utility) ซึ่งทางคณะกรรมการ กฟผ. เห็นว่า กฟผ. ดำเนินการไปได้เป็นอย่างดี ด้วยยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ 1) การปรับปรุงความสามารถ ด้านการผลิตและส่งไฟฟ้า กฟผ. ได้เพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้เทียบเท่าโรงไฟฟ้าระดับโลก มีความสูญเสียน้อยที่สุด และมีความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าสูงสุด 2) การขยายงานด้านธุรกิจต่อเนื่องร่วมกับบริษัทในเครือ กฟผ. ได้มองถึงธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้รัฐ เช่น ธุรกิจด้านไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน ธุรกิจต้นน้ำด้านการจัดหาเชื้อเพลิง เช่น การนำเข้า LNG จากต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งการเข้าไปดำเนินธุรกิจในต่างชาติ นอกจากจะดำเนินการในธุรกิจไฟฟ้าแล้ว ยังต้องแสวงหาธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ในการเข้าไปลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม 3) การนำความรู้ความเชี่ยวชาญในกิจการไฟฟ้าเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม รวมถึงงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและจิตอาสา ซึ่ง กฟผ. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พัฒนาไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน (Creating Share Value) 4) การพัฒนาศักยภาพบุคลากร รุ่นใหม่ กฟผ. เพื่อสร้างผู้นำในอนาคต ใน 3-5 ปี ข้างหน้า ผู้บริหารระดับสูงจะเกษียณอายุเป็นจำนวนมาก การพัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้องค์การนั้นขับเคลื่อนต่อไปได้

          “หวังว่ามุมมองและแนวคิดที่นำเสนอในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับ กฟผ. ให้สามารถนำไปปรับใช้เหมาะสมกับบริบทขององค์การ ซึ่งจะช่วยให้ความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการคิดและทำเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน บังเกิดผลสัมฤทธิ์และเกิดประโยชน์สุขแก่สังคมโดยรวม ขอเป็นกำลังใจและพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของ กฟผ. เพื่อก้าวสู่การเป็น Global Top Quartile และ เป็นองค์การแห่งความภาคภูมิใจของชาติ” ประธานกรรมการ กฟผ. กล่าวทิ้งท้าย

          ต่อจากนั้นประธานกรรมการ กฟผ. ได้เยี่ยมชมและสนับสนุนสินค้าชุมชน กฟผ. ชมรมรัฐวิสาหกิจเพื่อชุมชน (ชรช.) และ สมาคมผู้พิการ บริเวณลานหน้าอาคาร ต.040

เสวนา “คิดและทำเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”

          สำหรับการเสวนา หัวข้อ “คิดและทำเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายสหรัฐ บุณโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม. ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ นายสันติ วาสนสิริ ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรม และการบริหารความยั่งยืน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) และนางสาวภัทราพร แย้มละออ กรรมการผู้จัดการฝ่ายเผยแพร่ความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด โดยมีผู้ดำเนินรายการคือ นางสาวดาริน คล่องอักขระ ผู้ประกาศข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่อง ThaiPBS โดยการเสวนาในหัวข้อ ดังกล่าวได้พูดคุยถึงเรื่อง แนวทางการจัดการ และการพัฒนาองค์กรด้วยการดำเนินการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมองค์กร เพื่อทำให้เกิดความยั่งยืนขององค์กรในรูปแบบต่างๆ ด้วยวิธีการ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ให้เกิดความเชื่อมั่นจากภาคประชาชน ชุมชน อันจะส่งผลให้เกิดความยั่งยืนขององค์การ

ผู้ว่าการรับมอบมอบเกียรติบัตรมุ่งมั่นนำ ISO 26000 มาใช้ใน กฟผ.

          นอกจากนี้ ได้มีการจัดพิธีรับมอบเกียรติบัตรแสดงความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการนำ ISO 26000 เข้าใช้งาน มอบโดยนายปณิธาน จินดาภู รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มอบให้แก่ ผู้ว่าการ กฟผ. และได้ส่งมอบต่อให้กับนายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า และมอบรายงานผลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่ได้ผ่านการทวนสอบเรียบร้อยแล้ว แก่นายธนรัชต์ ภุมมะกสิกร ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ในฐานะสายงานนำร่องของ กฟผ.

แจกรางวัลใหญ่สลากกาชาด กฟผ. ปี 2559

          หลังจากนั้น นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ได้มอบรางวัล สลากกาชาด กฟผ. ประจำปี 2559 ให้แก่ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลใหญ่ จำนวน 3 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 รถยนต์ Toyota Camry ได้แก่ นายไพบูลย์ ถ้อยสุนทร รางวัลที่ 2 รถยนต์ Toyota Yaris 2 รางวัล ได้แก่ นายอำนาจ กองรส หัวหน้าแผนกเดินเครื่องกะ 2/3 กองการผลิตโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 โรงไฟฟ้าวังน้อย และ นายวิทยา รักษ์พงษ์ วิทยากรระดับ 11 ฝ่ายรักษาความปลอดภัย

จัดแสดงละครเวที สะท้อนความรัก ความภูมิใจใน กฟผ.

          ในช่วงบ่าย ได้จัดกิจกรรมการแสดง ชุด “47th EGAT The Road to Success” ละครเวทีแห่งความภาคภูมิใจของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ซึ่งได้คัดเลือกนักแสดงจากผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. กว่า 20 ชีวิต เพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดประทับใจ ความรัก ความผูกพันและความภาคภูมิใจในองค์การ ผ่านการแสดงละครเวทีประกอบคอนเสิร์ตภายใต้แนวคิด “สองด้าน : The road to success” เพื่อสื่อสารส่งเสริมสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์การ ก่อให้เกิดความรัก ความผูกพันและความภาคภูมิใจในองค์การ เพราะชีวิตมีสองด้านเสมอ มีด้านหนึ่ง ก็ต้องมีอีกด้านหนึ่งให้คิดถึง คน กฟผ. ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ที่มีวัยแตกต่างกัน อาจจะมีผลกระทบของช่องว่างระหว่างวัยในการทำงาน ด้วยทัศนคติและพฤติกรรมที่ต่างกันไป แต่ก็พร้อมที่จะหันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกันเพื่อสร้าง กฟผ. ให้เป็นองค์การแห่งความภาคภูมิใจ ของคนไทยทั้งชาติด้วยความสามารถและจิตสำนึกที่ดีควบคู่กัน คน กฟผ. ต่างมีใจเดียวกันที่จะดูแลทั้งความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้า และการดูแลรักษาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตสว่างไสวของทุกชีวิต

ผู้ว่าการยกผู้ปฏิบัติงานมีส่วนสำคัญสร้างความสำเร็จให้ กฟผ.

          ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการแสดงละครเวที นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ได้มอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงาน เนื่องในงานวันสถาปนา 47 ปี กฟผ. ว่า เนื่องในวันครบรอบสถาปนา กฟผ. ซึ่ง กฟผ. ได้ดำเนินภารกิจมาครบ 47 ปี ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก โดยส่วนสำคัญที่เป็นกำลังขับเคลื่อนองค์การให้เจริญก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง คือ ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ซึ่งผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ของตน พัฒนาตนเอง เป็นสื่อบุคคลขององค์การ ใส่ใจสังคม สิ่งแวดล้อม มีภาพลักษณ์ที่ดีให้คนจดจำ และในปัจจุบันผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ประกอบด้วย หลายช่วงอายุ เนื่องจากมีน้องใหม่เข้ามาสานงานต่างๆ ทำให้ กฟผ. มี Generation ที่ผสมผสานกันหลายรุ่น เราต้องเรียนรู้ เข้าใจกันและกัน เพื่อประสานการทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          อนาคตที่ กฟผ. จะดำเนินต่อไป เพื่อเป็นองค์การแห่งความภาคภูมิใจ หรือ National pride และมีความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน ทุกด้านเพื่อไปสู่ระดับโลก (Global Top Quartile Utility) ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทุกคนว่าเราต้องคิด และทำอย่างไรเพื่อให้ กฟผ. ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการดูแลความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และเกื้อหนุนสังคมไทยเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นอกจากนั้น กฟผ. ต้องดำเนินกิจการให้เหมาะสม มั่นคง และทันเวลา เนื่องจากประเทศไทยมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดถึง 29,000 เมกะวัตต์ และคาดว่าอนาคตจะเพิ่มสูงกว่า 50,000 เมกะวัตต์

          “ความคาดหวังของสังคมที่มีต่อ กฟผ. ได้แก่ การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ รวมถึงการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมลงนามพันธสัญญาจากเวทีการประชุม COP21 ที่ประเทศฝรั่งเศส รวมถึงการเร่งปรับปรุงองค์การ โดยการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร และสร้างผู้นำรุ่นใหม่ พร้อมบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การก้าวไปสู่การเป็นองค์การระดับโลก โดยต้องได้รับความไว้วางใจและยอมรับจากสังคม ว่า กฟผ. เป็นองค์การที่เป็นความภาคภูมิใจของชาติ หรือ National Pride ซึ่งหมายถึงการเป็นองค์การทั้งเก่งและดี ซึ่งการเป็นองค์การที่เก่ง (องค์การที่เติบโตอย่างยั่งยืน) ได้แก่ การสร้างความแข็งแกร่งในภารกิจหลัก กฟผ. และสร้างการเติบโตจากธุรกิจอื่น ในส่วนของการเป็นองค์การที่ดี (องค์การเป็นที่ยอมรับของสังคม) กฟผ. เป็นองค์การธรรมภิบาลและรับผิดชอบต่อสังคม มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยยึดถือค่านิยมองค์การในการปฏิบัติงานร่วมกันจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์การ “รักองค์การ มุ่งงานเลิศ เทิดคุณธรรม” ซึ่งจะนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จ รวมถึงการสร้างผู้นำรุ่นใหม่โดยยึดถือแบบอย่างที่ดีในอดีต คือ ท่านผู้ว่าการเกษม จาติกวณิช” ผู้ว่าการ กล่าวเพิ่มเติม

20160429-M01-03

เปิดตัวหนังสือสูตรลับ Super K สู่การเป็นผู้นำที่ดี

          ปิดท้ายด้วยกิจกรรมเปิดตัวหนังสือสูตรลับ Super K เพื่อเป็นการน้อมระลึกถึงคุณความดี ความสามารถ และคุณูปการของท่านผู้ว่าการเกษม จาติกวณิช ที่มีต่อ กฟผ. โดยได้มอบหนังสือสูตรลับ Super K แก่คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช และรองผู้ว่าการหรือผู้แทนทั้ง 10 สายงาน ซึ่งในวาระครบรอบ 47 ปี กฟผ. ได้จัดทำหนังสือสูตรลับ Super K ที่จะชี้แนะเส้นทางสู่การเป็นผู้นำที่ดีให้กับผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ซึ่งมี 7 คุณสมบัติ ได้แก่ ผู้นำต้องมีความรู้ ผู้นำต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชารักและเคารพ ผู้นำต้องสร้างจิตวิญญาณของการทำงานเป็นทีม ผู้นำต้องรู้จักมอบหมายงาน ผู้นำต้องฟังความเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ ผู้นำต้องรู้จักให้เกียรติผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่โอ้อวดและยกตนข่ม และผู้นำต้องมีเมตตา มีความโอบอ้อมอารีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งนี้ คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช ได้กล่าวขอบคุณและกล่าวอวยพรผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ในโอกาสนี้ด้วย

 หนังสือ 47 ปี กฟผ. แบ่งปัน เรียนรู้ และเติบโตอย่างเกื้อกูล (คลิ๊กเพื่อเปิดอ่าน)

20160429-M01-04