019.jpg

ร้อนสะสม ส่งผลทำลายตัวเลขพีค ครั้งที่ 7 ที่ 29,600.8 เมกะวัตต์

          กฟผ. เผย จากอุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าวต่อเนื่อง ทำให้เกิดความร้อนสะสม โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่มีอากาศร้อนจัด ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าสูงสุดทำลายตัวเลขพีคเป็นครั้งที่ 7 ของปี 2559 ที่ 29,600.8 เมกะวัตต์

20160511-P01-01

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า วันนี้ (11 พฤษภาคม 2559) เวลา 14.12 น. ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีค (Peak) อยู่ที่ 29,600.8 เมกะวัตต์ ทำลายตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปีนี้เป็นครั้งที่ 7 เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่อุณหภูมิ 36.4 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงขึ้นจากพีค ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 ที่ 29,403.7 เมกะวัตต์ สาเหตุสำคัญมาจากการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม บริการ และบ้านอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นวันทำงานปกติ หลังจากช่วงวันหยุดยาวในเดือนพฤษภาคม ในวันฉัตรมงคลและวันพืชมงคล ประกอบกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวต่อเนื่อง ทำให้เกิดความร้อนสะสม โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่มีอากาศร้อนจัด

          ในส่วนของกำลังผลิตรองรับพร้อมจ่ายนั้น มีความมั่นคงเพียงพอ เนื่องจากมีปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ประมาณร้อยละ 10-15 หรือไม่ต่ำกว่า 32,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ กฟผ. ได้มีการเตรียมพร้อม โดยวางแผนงดบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าหลักในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม นี้ รวมถึงจัดสรรการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว มากเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน ตลอดจนสำรองน้ำมันเตาที่โรงไฟฟ้าราชบุรีและโรงไฟฟ้าบางปะกง และประสานกับ บมจ.ปตท. ให้สำรองก๊าซธรรมชาติ เพื่อรองรับสถานการณ์

          กฟผ. จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้าตามมาตรการ “ปิด - ปรับ - ปลด - เปลี่ยน” วันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 20 มีนาคม - 20 พฤษภาคม 2559 โดยปิดไฟดวงที่ ไม่ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอความร่วมมือในการปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มาก ร่วมกับการปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนให้ กฟผ. สามารถทำหน้าที่ดูแลกำลังผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศได้เป็นอย่างดี