015.jpg

กฟผ. - USAID แชร์ประสบการณ์ รฟ. พลังน้ำ มุ่งดูแลสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล

          กฟผ. มุ่งมั่นรักษาสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับ United States Agency for International Development (USAID) เชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

20160526-M01-01

          เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2559 เวลา 09.00 น. นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม (รวค.) และ Mr. Alfred Nakatsuma, Director of Regional Environmental Office USAID เป็นประธานร่วมเปิดงานสัมมนาเรื่อง มาตรการทางด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับการวางแผนและการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Workshop on Environmental in Safeguards in Hydropower Planning and Investment) โครงการพัฒนาความรู้โครงสร้างพิ้นฐานอัจฉริยะในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (USAID Smart Infrastructure for the Mekong (SIM) Program) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2559 เพื่อให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อมระดับนโยบายในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ณ ห้องอินทนิล โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ โดยมี นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ร่วมบรรยายเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศไทย

20160526-M01-02

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวในพิธีเปิดการสัมมนาระบุว่า ในอดีต การสร้างเขื่อนของไทยมีเป้าหมายสำคัญในการผลิตไฟฟ้า แต่ในปัจจุบันได้มุ่งเน้นการใช้เขื่อนเพื่อประโยชน์ทางด้านการเกษตร ขณะที่ บทบาทในการผลิตไฟฟ้าลดลง โดยเป็นเพียงโรงไฟฟ้าที่ผลิตเพื่อเสริมระบบเท่านั้น

          อย่างไรก็ตาม นายสหรัฐ ระบุว่า ในประเทศไทยไม่สามารถสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ได้แล้ว ทาง กฟผ. จึงได้พยายามที่จะพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ในเขื่อนเพื่อการเกษตรที่มีอยู่ ขณะเดียวกัน กฟผ. จะมุ่งพัฒนาเขื่อนต่างๆ ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงด้วย

          "สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง บริษัทในเครือของ กฟผ. ได้แก่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชันแนล จำกัด, บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด (มหาชน) และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้เข้าไปพัฒนา โดยที่จะคำนึงถึงมาตรฐานสากล และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ยกตัวอย่างเช่น ที่น้ำเงี๊ยบ1 มีการทบทวนการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ถึง 6 เดือน เพื่อให้โครงการส่งผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด" นายสหรัฐ กล่าว

ร่วมบรรยายเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศไทย

20160526-M01-03

          Mr. Alfred Nakatsuma กล่าวว่า โครงการสร้างเขื่อนและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำต่าง ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของประชากรในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จึงจำเป็นต้องหาจุดสมดุลทั้งด้านการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การสร้างความสมดุลนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาวต่อไป

          แม้ว่าการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำจะมีต้นทุนที่ต่ำ แต่จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาพบว่า ในทุกๆปี ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หามาตรการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดกรณีเดียวกัน นอกจากนั้น ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำโขงอีกด้วย

20160526-M01-04

          ทั้งนี้ งานสัมมนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ Sustainable Hydropower in Lower Mekong Countries : Technical Exchanges and Policy Workshops เป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงพลังงาน ,กฟผ. ,U.S. Department of State (DOS), U.S.Department of Energy (DOE), U.S.Department of the Interior (DOI),United States Agency for International Development (USAID) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทย 2 โครงการ ได้แก่ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ