random-csr-img06.jpg

กฟผ. รับมอบรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบ พร้อมใช้งานจริง จากโครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยร่วมกับ สวทช.

          กฟผ. รับมอบรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง จากโครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยร่วมกับ สวทช. พร้อมทดสอบการใช้งานจริง และจัดแสดง ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ในอนาคต

20160607 C01 01

          เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. เป็นประธานในพิธีรับมอบรถยนต์ไฟฟ้าจากการดัดแปลงรถยนต์ใช้แล้วจากโครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ. และ สวทช. โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นผู้ส่งมอบในนามของ สวทช. พร้อมด้วยผู้บริหารและสื่อมวลชนที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ บริเวณด้านข้างอาคาร ท.101 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

20160607 C01 05

          นายวราวุธ ศิริผล ผู้ช่วยผู้ว่าการนโยบาย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้กล่าวถึงความเป็นมาว่า รถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบคันนี้ เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับ สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย โครงการวิจัยนี้เกิดจากแนวความคิดที่จะดัดแปลงรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนรถยนต์เก่าของตนเองให้รองรับเทคโนโลยียานนยนต์ในอนาคต ซึ่งโครงการได้แล้วเสร็จและพร้อมนำองค์ความรู้อันเกิดจากผลการวิจัยนี้ไปขยายผลให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนต่อไป

          นายวราวุธ กล่าวต่อไปอีกว่า รถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงคันนี้จะนำมาใช้งานจริง โดยนำไปไว้ที่ฝ่ายบริการ (อบก.) เพื่อให้บริการแก่ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ในการจะออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ที่มีระยะทางไม่เกิน 100 กิโลเมตร ซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ กฟผ. และแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีอนาคตและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนโยบายการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา

20160607 C01 02

          ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวถึงผลการร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับ สวทช. ว่า เมื่อปี 2553 กฟผ. ได้มีแนวคิดริเริ่มการพัฒนารถยนต์นั่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในขณะนั้นยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่นิยม และผู้ว่าการ กฟผ. ได้เล็งเห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่จะมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของประเทศ จึงได้ให้เกียรติกับ สวทช. โดยการสนับสนุนทุนวิจัยให้กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อดัดแปลงรถไฟฟ้า โดยการดำเนินการดัดแปลงรถมี 2 รุ่น คือ Honda Jazz และ Toyota Vios ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าถือว่าเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลที่อยู่ในแผนของประเทศ โดยบรรจุอยู่ในอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ คือ อุตสาหกรรมยายนต์สมัยใหม่ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

          “อย่างไรก็ดี รถที่มีอายุการใช้งานมากแล้วจะเป็นเป้าหมายในการดัดแปลงให้เป็นรถไฟฟ้า สวทช. ได้ดำเนินการดัดแปลงชิ้นส่วนสำคัญเช่น การวางแบตเตอรี่ ระบบระบายอากาศ ระบบจัดการแบตเตอรี่ ดัดแปลงตัวถังจากบางอุปกรณ์ รวมถึงจัดตั้งอุปกรณ์ติดตามข้อมูล เป็นต้น ทำให้สามารถใช้ในการขับเคลื่อนได้จริง นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการจดทะเบียนเป็นรถไฟฟ้าสำเร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งดัดแปลงจากรถยนตร์ Honda Jazz ให้กับ กฟผ. เพื่อนำไปใช้งานจริง และทาง สวทช. ได้เก็บข้อมูลเพื่อนำผลทดสอบมาปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าความสำเร็จจากความร่วมมือกันในครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และแสดงให้เห็นถึงประโยชน์จากการวิจัยที่นำไปใช้งานได้จริงในภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงกระตุ้นให้มีส่วนช่วยในการลดมลภาวะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ดร. ทวีศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

20160607 C01 06_re

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้เล็งเห็นถึงบทบาทรถไฟฟ้าในอนาคตที่จะมีความสำคัญ อีกทั้งยังเห็นความสำคัญของรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ซึ่งอาจจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กฟผ. จึงมีแนวคิดที่จะนำรถเก่ามาดัดแปลงให้เป็นรถที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้า โดยเชื่อว่าคนไทยมีความสามารถ ซึ่งการดำเนินโครงการครั้งนี้ประสบความสำเร็จและสามารถนำรถไปใช้งานได้จริง โดยได้รับความร่วมมือจาก สวทช. และในอนาคตอาจจะต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

20160607 C01 03

          “ขอขอบคุณ สวทช. ที่ได้ผลักดันการดำเนินโครงการดัดแปลงรถไฟฟ้านี้ได้สำเร็จและส่งมอบให้กับ กฟผ. ในการนำไปใช้งานจริง พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการพัฒนารถยนต์ที่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้า” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวทิ้งท้าย

          ด้าน นายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ด้วยความตั้งใจของ กฟผ. ที่เล็งเห็นถึงอนาคตข้างหน้า จึงดำเนินโครงการสนับสนุนทุนวิจัยร่วมกับ สวทช. จนประสบความสำเร็จ ซึ่งในอนาคตจะนำรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงคันนี้ ไปแสดงที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการพัฒนารถยนต์ที่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้าถึงกระบวนการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าว ซึ่งเป็นผลงานของคนไทยและเกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง กฟผ. และ สวทช. ถือเป็นความภาคภูมิใจและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. นอกจากนี้จะมีการจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในด้านอื่นๆอีกด้วย

20160607 C01 04

          สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงคันนี้ มีความจุแบตเตอรี่ระบบไฟฟ้าอยู่ด้านหลัง และมีกำลังถึง 19.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ซึ่งมีกำลังไม่ต่างจากรถยนต์ทั่วไปที่มีความจุอยู่ 24 kWh โดยจะใช้เวลาในการชาร์ตแบตเตอรี่ประมาณ 4 ชั่วโมง โดยแท่นชาร์ตจะทำงานเมื่อนำการ์ด RFID แสกนที่ตัวแท่นชาร์ต จะทำให้วิ่งได้ในระยะทางไม่เกิน 130 กิโลเมตร โดยอัตราความเร็ว 70-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง