019.jpg

กฟผ. ร่วมแถลงข้อมูลความสำเร็จ การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตไฟฟ้า เพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 7 เท่า

          กฟผ. ร่วมนำเสนอข้อมูลความสำเร็จ จากการดำเนินงานลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ตามกรอบความร่วมมือกับ อบก. โดยในปี 2556 และ 2557 กฟผ. สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 7 เท่า และตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งเป้าเป็นองค์กรผู้นำในการผลิตไฟฟ้าควบคู่กับการเป็นองค์กรสังคมคาร์บอนต่ำ

p 20160609 01

    วันนี้ (9 มิถุนายน 2559) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมงานแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จัดขึ้น เพื่อนำเสนอข้อมูลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของ กฟผ. ในปี 2556 และปี 2557 ตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาแนวทางและติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก (NAMA Tracking) ซึ่ง กฟผ. ได้ลงนามแสดงเจตจำนงการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจก (NAMAs) จากการผลิตไฟฟ้าร่วมกับ อบก. ณ ห้องประชุม 301 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

p.20160609 02

    นางวราภรณ์ คุณาวนากิจ วิศวกรระดับ 11 สังกัดผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ เป็นผู้แทน กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศของโลก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของคนในสังคม กฟผ. จึงได้ร่วมมือกับ อบก. ในการพัฒนาแนวทางการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก โดยได้ลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับ กฟผ. เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการบูรณาการวิธีการและกระบวนการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภายใต้แผนการดำเนินงานของ กฟผ. ตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 7 ถึง 20 ในภาคพลังงานและภาคขนส่ง เมื่อเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานตามปกติ หรือ BAU (Business as Usual) ภายในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) ตามหนังสือแสดงเจตจำนงการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ หรือ NAMAs (Nationally Appropriate Mitigation Actions) ต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC (United Nations Framework Convention on Climate Change) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

    สำหรับการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกของ กฟผ. ในปี 2556 ลดได้เป็นจำนวน 422,551 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี มาจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้า ของ กฟผ. และในปี 2557 ลดได้เป็นจำนวน 3,229,064 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี จากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้า ของ กฟผ. และมาตรการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 7 เท่า

    จากสัดส่วนความรับผิดชอบในปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ กฟผ. จึงได้กำหนดค่าเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ของ กฟผ. ไว้ที่ 4 ล้านตัน แต่ทั้งนี้ กฟผ.ได้เล็งเห็นความสำคัญที่จะช่วยประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กฟผ. จึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก ให้ได้ มากกว่าเป้าที่วางไว้ โดยจากการประเมินศักยภาพของ กฟผ. ในปี 2020 กฟผ.จะดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามมีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจก ของ กฟผ. ที่่ 5.4 ล้านตัน

p 20160609 03

    “เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ตาม NAMAs ในปี 2563 นั้น กฟผ. ตั้งเป้าหมายที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ ประมาณ 4,000,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมีมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก 4 มาตรการ ได้แก่ มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้า ของ กฟผ. มาตรการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน มาตรการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีสะอาด และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เกณฑ์มาตรฐาน และติดฉลากอุปกรณ์ไฟฟ้า ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำของภาคผลิตไฟฟ้าของประเทศ และนำพา กฟผ. มุ่งสู่การเป็นองค์กรสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ภายในปี 2563” นางวราภรณ์ คุณาวนากิจ กล่าวในที่สุด