010.jpg

กฟผ. พร้อมรับมือ JDA-A18 หยุดผลิตก๊าซธรรมชาติ ช่วง 20-31 ส.ค. 59 เชื่อมั่นไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมรณรงค์คนไทยร่วมลดการใช้ไฟฟ้า

          กฟผ. ให้ความมั่นใจ สถานการณ์ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA-A18) หยุดผลิต ระหว่างวันที่ 20-31 ส.ค. 59 ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า เตรียมความพร้อมและมาตรการรองรับ ทั้งด้านผลิตไฟฟ้า ระบบส่ง และเชื้อเพลิง รณรงค์ขอความร่วมมือคนไทยลดการใช้ไฟฟ้า ช่วงการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติดังกล่าว เสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง

20160715

    นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง (รวส.) เปิดเผยกรณีบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แจ้งกำหนดการหยุดจ่ายก๊าซฯจากแหล่งพัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย (JDA-A18) ระหว่างวันที่ 20-31 สิงหาคม 2559 รวม 12 วัน เพื่อบำรุงรักษาประจำปีนั้น มีผลให้โรงไฟฟ้า จะนะชุดที่ 2 ไม่สามารถเดินเครื่องได้ รวมทั้งต้องมีการเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิง สำหรับเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 1 จากก๊าซธรรมชาติเป็นน้ำมันดีเซล กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการและแผนการรองรับในทุกด้าน ทั้งด้านระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่ง และเชื้อเพลิง พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ตลอดถึงกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมในพื้นที่ให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติดังกล่าว เพื่อเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง

    รองผู้ว่าการระบบส่ง กล่าวต่อไปว่า “สำหรับมาตรการรองรับของ กฟผ. คือ ด้านระบบผลิตไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 1 พร้อมเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล ซึ่ง กฟผ. ได้ทดสอบเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งยังได้ตรวจสอบโรงไฟฟ้าภาคใต้ทั้งหมดให้พร้อมใช้งาน งดการหยุดเครื่องบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าภาคใต้ในช่วงหยุดจ่ายก๊าซฯ และประสานการไฟฟ้ามาเลเซียขอซื้อไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉิน ด้านระบบส่ง ทำการตรวจสอบสายส่งและอุปกรณ์สำคัญในภาคใต้ให้พร้อมใช้งานก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯ และหยุดการบำรุงรักษาระบบส่งภาคใต้ช่วงหยุดจ่ายก๊าซฯ ส่วนด้านเชื้อเพลิง ได้สำรองน้ำมันให้เพียงพอเต็มความสามารถจัดเก็บก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯ ที่สำคัญคือได้เตรียมทีมงานติดตามสถานการณ์ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ตลอดจนมีแผนสำรองพร้อมเข้าแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที โดยคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้ในช่วงหยุดจ่ายก๊าซฯไว้ที่ 2,570 เมกะวัตต์ โดยมีความพร้อมด้านกำลังผลิตโรงไฟฟ้าในภาคใต้ 2,448 เมกะวัตต์ ในส่วนที่เหลือรับไฟฟ้าจากภาคกลางผ่านสายส่งเชื่อมโยงภาคกลาง-ภาคใต้

    สำหรับการทำงานหยุดบำรุงรักษาแหล่งพัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย (JDA-A18) จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้เติบโตเฉลี่ยปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ จึงมีความจำเป็นต้องจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้เพิ่มเติมเพื่อให้ระบบไฟฟ้าภาคใต้ยังคงมีความเพียงพอและมั่นคงตลอดไป “กฟผ. ได้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ JDA-A18 ไว้ทุกด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ แต่อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดพลังงาน ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง (18.00-21.30น.) เพื่อความมั่นคงเชื่อถือได้ของระบบผลิตไฟฟ้าโดยรวมของประเทศเป็นสำคัญ” รองผู้ว่าการระบบส่ง กล่าวย้ำ