034.jpg

กฟผ. ชี้แจงสื่อมวลชน เรื่องการควบคุมฝุ่นขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5) ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน

    ตามที่คอลัมน์ “สังคมข่าว” หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หน้า 5 ฉบับวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ได้นำเสนอข่าว ผลวิจัยมลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วยุโรป 257 แห่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22,900 ราย เป็นผลมาจากการหายใจเอาฝุ่นละอองขนาดเล็กจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเข้าไป ขณะที่ประเทศไทย นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ.คนใหม่ กำลังผลักดันให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งสวนทางกับทางยุโรปที่กำลังจะยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะปัญหามลพิษทำให้คนเสียชีวิตจำนวนมาก

    ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อน กฟผ. จึงขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง ดังนี้

    จากรายงานเรื่อง Europe’s Dark Cloud: How coal burning countries make their neighbors sick ขององค์กรเอกชน ระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินของประเทศในประชาคมยุโรป 22,900 คน เป็นการสร้างแบบจำลองบนสมมุติฐานและตัวแปรต่างๆ เช่น จำนวนโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทิศทางลม ระบาดวิทยา ประชากร ฯลฯ มาประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร (Premature death) ในปี 2013 โดยมิได้อ้างอิงยอดผู้เสียชีวิตจริง หรือรายงานที่เกี่ยวข้องว่า มีสาเหตุมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน

    ในความเป็นจริง ประชาคมยุโรปให้ความสำคัญต่อประเด็นสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้วยมาตรฐานการควบคุมมลภาวะที่เข้มงวด ยังคงมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินร้อยละ 25 และในอนาคตจะยังคงมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในระดับที่น้อยกว่าปัจจุบันเล็กน้อย เพื่อความมั่นคงของระบบและระดับต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม โดยมีการทดแทนโรงไฟฟ้าเก่าด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย พร้อมๆ กับเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ การผลิตพลังงานจากถ่านหิน ช่วยให้ยุโรปมีความเจริญ มั่งคั่ง ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การขนส่งมวลชนระบบไฟฟ้าที่ทันสมัยและทั่วถึง จนเป็นศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนจากทุกมุมโลก

P 20160722 1

    สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินของ กฟผ. ทั้งโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่และเทพา นอกจากจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเชิงพาณิชย์ที่สุดในปัจจุบัน เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และควบคุมมลภาวะแล้ว ยังกำหนดมาตรการควบคุมมลภาวะที่ดีกว่ามาตรฐานของประเทศ ตามเกณฑ์แนะนำ(Guidelines) ของ World Health Organization(WHO) ปี2005 ทั้งในกรณีฝุ่นขนาดเล็ก(PM10 และ PM2.5 *) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน และโลหะหนักต่างๆ โดยกำหนดไว้ในรายงาน EHIA ซึ่งโรงไฟฟ้าจะต้องปฏิบัติ และตรวจวัดทั้งภายในบริเวณพื้นที่โดยรอบ ตลอดอายุโรงไฟฟ้า จึงมั่นใจได้ว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้ง 2 โครงการ จะไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งไม่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรดังกล่าว

    * PM10 หมายถึง ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครเมตรหรือไมครอน (µm)

      PM2.5 หมายถึง ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตรหรือไมครอน (µm)

      โดย 1 ไมโครเมตร เท่ากับ 1 ใน 1,000,000 เมตร

P 20160722 3

ฝุ่นขนาดเล็กมาก(PM2.5) จากโรงไฟฟ้ากระบี่/เทพา น้อยกว่าค่าแนะนำขององค์การอนามัยโลก

    ในปี 2558 ประเทศไทยมีสัดส่วนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินและลิกไนต์คิดเป็นร้อยละ 19 และพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นร้อยละ 7 ซึ่งตามแผน PDP2015 ในปี 2579 สัดส่วนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินและลิกไนต์จะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 23 และพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 20 ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างสมดุลทางพลังงาน ที่สอดคล้องกับการพัฒนาพลังงานในระดับสากล