ภารกิจสร้างผู้นำ “ปอเนาะญาลันนันบารู” เกาะแลหนัง

          โครงการ “ญาลันนันบารู หรือ เส้นทางสายใหม่” ในพื้นที่เกาะแลหนัง ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา นับเป็นอีกโครงการที่โดดเด่น ไม่เฉพาะในพื้นที่อำเภอเทพาเท่านั้น แต่ยังได้รับความร่วมมือจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในการสนับสนุนกิจกรรมให้เป็นแหล่งฟูมฝักเยาวชนเพื่อคืนกลับสู่สังคม เป็นกำลังของชุมชนต่อไปในอนาคต

          เกาะแลหนัง ในภาพของสายตาคนภายนอกอาจมองว่า เป็นดินแดนสนธยาแฝงด้วยความน่ากลัว ยิ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ด้วยภูมิประเทศเป็นเกาะแก่งและเป็นพื้นที่รอยต่อกับอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี จึงทำให้บางฝ่ายมองว่า เกาะแลหนัง เป็นแหล่งฝึกอาวุธของกลุ่มก่อความไม่สงบ

          ภาพของเกาะแลหนัง จึงตกในในหลุมดำของความคิด และถูกมองในภาพลบจากสังคมภายนอก ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วแทบสวนทางกันโดยสิ้นเชิง

          กองบรรณาธิการ นิตยสาร อะลามี่ เดินทางเข้าพื้นที่เกาะแลหนัง เพื่อหาคำตอบและยิ่งไปกว่านั้น เราจะมาทำความรู้จักกับโครงการ “ปอเนาะญาลันนันบารู” หรือ เส้นทางสายใหม่

20160727 A01 01

          นายมะนาวี มะ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ในฐานะแกนนำคนสำคัญในการผลักดันโครงการนี้ กล่าวว่า เขาเกิดและโตจากเกาะแลหนัง เห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ด้วยสำนึกรักบ้านเกิดและอยากให้คนในชุมชนปลอดภัยจากการไหลบ่าและรุกล้ำทางวัฒนธรรมและสังคม จึงพยายามสร้างเกราะให้ชุมชนเข้มแข็ง

          “บรรพบุรุษของเราย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันมีชาวบ้านที่เป็นคนดั้งเดิมอาศัยอยู่ประมาณ 196 ครัวเรือน ซึ่งเราเริ่มเปิดหมู่บ้านและมีคนภายนอกเข้ามาเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา”

          เขากล่าวพลางน้อยใจว่า ที่ผ่านมาคนจะรู้จักเกาะแลหนัง ด้วยการแต่งแต้มทาสีให้ดูน่ากลัวผ่านสื่อว่า เป็นแหล่งฝึกอาวุธ แต่ความเป็นจริงแล้ว “คนที่นี่ชอบความเป็นธรรม” และอยู่ร่วมกันโดยไม่มีปัญหาใดๆ

20160727 A01 02

          มะนาวี กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งปอเนาะญาลันนันบารู ว่า จากผลพวงอันเกิดจากสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ระบาด จนทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของยาเสพติดดังกล่าว กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้ร่วมกับ สำนักงาน ปปส.

          จัดทำโครงการ “ยาลันนันบารู” เพื่อป้องกันเยาวชนไม่ให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เมื่อมีผู้ติดยาเสพติดจำนวนมาก การใช้มาตรการป้องกันเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงได้ขยายขอบเขตของโครงการ เพื่อให้มีการบำบัดยาเสพติด ด้วยการนำหลักการศาสนาอิสลาม

          โดยการส่งเสริมสนับสนุนจาก นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส.และ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ได้มอบหมายให้ พ.อ.สุวรรณ เชิดฉาย (หัวหน้าป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด) เป็นผู้ดำเนินการ และความร่วมมือของชาวบ้านในหมู่บ้านเกาะแลหนัง ม.3 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา บนพื้นที่ 26 ไร่ โดยใช้บนพื้นที่เกาะสามของหมู่บ้าน ซึ่งมี นายณัฐวุฒิ บาเห็ม (ผู้ใหญ่บ้าน) และ นายมะนาวี มะ (สมาชิก อบต.) นายวิรัช แม เป็นผู้นำในการดำเนินงาน รวมถึงการสนับสนุนไฟฟ้าสำหรับใช้สอยบนพื้นที่บริเวณปอเนาะ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

20160727 A01 04

          มะนาวี กล่าวว่า ปอเนาะญาลันนันบารู จะรับเด็กจากการส่งต่อจากโครงการมัสยิดสานใจป้องกันยาเสพติดเป็นหลัก ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (เทพา สะบ้าย้อย นาทวี และจะนะ) โดยมีผู้ปกครองนำมาส่งด้วยตนเองและรับทราบข้อกฎกติกาในการดูแลรักษาร่วมกัน

          สำหรับการเรียนการสอน เราจะชูความเป็น “โรงเรียนผู้นำ” จะเน้นการเรียนศาสนา การปฏิบัติศาสนกิจ และมีกิจกรรมตามอัธยาศัย โดยใช้หลักสูตรแกนกลางของ บาบออับบาส ซึ่งเป็นครูใหญ่ และเสริมหลักสูตร กศน.หากผ่านการอบรมแล้วสามารถกลับไปเป็นผู้นำ และยังสามารถศึกษาต่อหรือทำงานและประกอบอาชีพได้

          “อยากให้สังคมมองว่าเด็กเหล่านี้เขาคือผู้ป่วย เขาเพียงหลงทางไปเท่านั้น โดยเด็กที่ผ่านการอบรมหลายคนกลับไปเป็นผู้นำในบ้าน หรือในหมู่บ้านสามารถนำวิถีชีวิตจากปอเนาะญาลันนันบารู กลับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้”

          มะนาวี กล่าวถึงการเข้ามาของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ว่า เริ่มแรกเราก็ไม่เห็นด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าหน้าตาโครงการเป็นอย่างไร หลังจากนั้นชาวบ้านพยายามที่จะไปศึกษาโครงการ รวมทั้งมีโอกาสไปพบกับผู้บริหารของ กฟผ. ทำให้เราเริ่มเข้าใจถึงโครงการมากขึ้น

          “เรายืนยันกันกับ กฟผ.ว่า ต้องทำจากล่างขึ้นบน ไม่ใช่ทำจากข้างบนลงล่าง มิฉะนั้นชุมชนและชาวบ้าน จะไม่เอาด้วย”

          จากนั้นเราขอ กฟผ.ไปดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีชาวบ้านในชุมชนเดินทางไปดูงาน ได้มีโอกาสซักถามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาเลเซีย ซึ่งทุกคนได้ทราบข้อมูลโดยตรง และเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์โดยส่วนรวม จึงมาคิดต่อว่า เมื่อโครงการเกิดขึ้น เราจะมาร่วมพัฒนาชุมชนกันอย่างไร

          มะนาวี กล่าวว่า โรงไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาด้านความมั่นคงทางพลังงาน เท่านั้น แต่ กฟผ.จะเข้ามีส่วนร่วมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ปรับทัศนียภาพ พัฒนาชุมชนในหลายๆ ด้าน รวมถึงด้านฝึกงานฝึกอาชีพ ฟื้นฟูธรรมชาติด้วยการปลูกป่าชายเลนรักษาระบบนิเวศ การทำปะการังเทียม(สร้างบ้านปลา) เพื่อนำไปทิ้งทะเลโดยความร่วมมือของชาวบ้าน มีส่วนร่วมกับชุมชนโดยชุมชนและเพื่อชุมชน

20160727 A01 05

          “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่เกาะแลหนัง ร่วมกันพัฒนาชุมชนในทุกๆ ด้าน และขอขอบคุณที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของเยาวชน และปอเนาะญาลันนันบารู เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการให้โอกาสและคืนคนดีกลับสู่สังคมต่อไป”

          ปอเนาะญาลันนันบารู หรือ เส้นทางสายใหม่ นับเป็นอีกภารกิจของชุมชนเกาะแลหนัง ที่จะต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ ที่จะสร้างเยาวชนคนเหล่านี้ให้กลับมาเป็นคนดี และเป็นผู้นำของชุมชนต่อไปในอนาคต