020.jpg

กฟผ. ขยายระบบส่ง 500 กิโลโวลต์เชื่อมโยงทั่วประเทศ ทยอยเสร็จตั้งแต่ปี 2562 รองรับพลังงานหมุนเวียนตามแผน AEDP

          กฟผ. ลงทุน 10 ปี 6 แสนล้านบาท ขยายระบบส่งขนาด 500 กิโลโวลต์ และ 230 กิโลโวลต์ ทั่วประเทศ รับพลังงานทดแทนทั้งหมดตามแผน AEDP รับซื้อไฟฟ้าและนอกประเทศ พร้อมทั้งชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ เช่น โครงการคลังก๊าซ แอลเอ็นจีชั่วคราว การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และงานวิจัยรถไฟฟ้าดัดแปลง

20160908 5

    เมื่อวานนี้ (8 สิงหาคม 2559) กฟผ. จัดสัมมนาสื่อมวลชน เรื่อง “การพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าใหม่ของประเทศไทย” ณ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซนทรัลพลาซาลาดพร้าว โดยมีนายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม เป็นประธานการสัมมนา

20160809 1

    นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี กล่าวเปิดการสัมมนาว่า ในช่วง 10 ปีข้างหน้า กฟผ. จะมีการลงทุนด้านโรงไฟฟ้าและระบบส่งรวมกันราว 1.2 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งหรือราว 6 แสนล้านบาท เป็นการลงทุนด้านระบบส่ง ซึ่งบางสายใช้งานมาตั้งแต่ก่อตั้ง กฟผ. หรือกว่า 47 ปี ซึ่งจากข้อมูล เมื่อหลายปีก่อนพบว่า หากมีไฟฟ้าดับ จะมีมูลค่าความเสียหายถึงหน่วยละ 60 บาท ปัจจุบัน ความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 80 บาทต่อหน่วย กฟผ. จึงให้ความสำคัญในการส่งกระแสไฟฟ้าให้มีคุณภาพอยู่ตลอดเวลา สำหรับการพัฒนาระบบส่งใหม่ของ กฟผ. คำนึงถึง 4 หลัก คือ 1. ระบบไฟฟ้าต้องมีความมั่นคงและเชื่อถือได้ 2. ให้มีผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 3. รองรับ ASEAN Power Grid หรือ APG และการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้าน และ 4. รองรับต่อพลังงานหมุนเวียน ภายใน 8 ปีข้างหน้า จะรองรับได้กว่า 5,000 เมกะวัตต์

20160809 2

     นายกิจจา ศรีพัฒฒางกุระ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน กล่าวว่า แผนการดำเนินงานด้านระบบส่ง โดยเฉพาะระบบส่งขนาดแรงดัน 500 กิโลโวลต์ และ 230 กิโลโวลต์ จะทยอยเข้าใช้งานตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป และตั้งแต่ปี 2567 จะครอบคลุมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและทางเลือก (AEDP) 2558-2579 ของประเทศ

20160809 39

    ด้านนายบุญมาก สมิทธิลีลา รองผู้ว่าการพัฒนาระบบส่ง กล่าวว่า การพัฒนาระบบส่งแต่ละเส้นต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปี โดยมีขั้นตอนสำคัญ คือ การสำรวจ การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และการออกแบบ ซึ่ง 3 ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ปี และการก่อสร้างใช้เวลา 2 – 3 ปี หากมีการคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการขออนุญาติหน่วยงานต่างๆ เช่น กรณีพาดผ่านพื้นที่ป่า ก็จะทำให้ใช้เวลามากขึ้น จึงต้องทำความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบส่ง รวมทั้งขอความร่วมมือให้ช่วยกันสอดส่องดูแลสมบัติของชาติ เช่น เรื่องการขโมยน็อต ตัดเหล็กฉากไปขาย เป็นเงินไม่กี่ร้อยบาท แต่ต้นทุนการก่อสร้างเสาส่งขนาด 500 กิโลโวลต์ ต้นละประมาณ 3 ล้านบาท ถ้าทำให้เกิดไฟตก ไฟดับ จะมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล

    ในการสัมมนาสื่อมวลชนยังได้ให้ความสนใจสอบถามการดำเนินการต่างๆ ของ กฟผ. เช่น โครงการความร่วมมือในเรื่องคลังแอลเอ็นจีชั่วคราว (FSRU) นายกิจจา ศรีพัฒฒางกุระ กล่าวชี้แจงว่า อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาขนาด 5 ล้านตัน คาดว่าที่ปรึกษาจะศึกษาแล้วเสร็จภายในต้นเดือนกันยายน 2559 โดยจะนำมาใช้ที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ซึ่งหากผ่านทุกขั้นตอนและได้รับการอนุมัติจาก ครม. คาดว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณปี 2565

    สำหรับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน อยู่ระหว่างการศึกษา เช่น การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่ว่างที่สามารถดำเนินการได้ของ กฟผ. อาทิ แผงโซลาเซลล์ลอยในอ่างน้ำตามเขตเขื่อนต่างๆ รวมถึงสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลจากภาคเกษตรกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพหลักของประเทศไทย โดยขณะนี้ กฟผ. อยู่ระหว่างการศึกษาศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อวางแผนการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะสรุปและนำเสนอการปรับแผนต่อสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ภายในปี 2559

    ส่วนงานวิจัย รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ดัดแปลง รองผู้ว่าการนโยบายและแผน กล่าวชี้แจงว่า ในระยะที่ 1 กฟผ. และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สามารถดัดแปลงรถยนต์ยี่ห้อ HONDA รุ่น JAZZ ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง EV สำเร็จแล้ว ขณะนี้ เป็นระยะที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงให้สามารถใช้งานได้กับกล่องควบคุม (Electric Control Unit : ECU) ของรถยนต์ทุกประเภท ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ สำหรับค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงอยู่ที่ประมาน 200,000 บาท (ราคาไม่รวมแบตเตอรี่) โดยสามารถใช้ได้ทั้งกับแบตเตอรี่จากน้ำกรดรูปแบบเก่า อายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปี และแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานทนทานเป็น 10 ปี แต่จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นเป็นราคาคันละประมาณ 400,000 บาท โดยขณะนี้ทีมวิจัยอยู่ระหว่างวิจัยและพัฒนา ตลอดจนศึกษาความเหมาะสมของแบตเตอรี่ทั้ง 2 แบบ ซึ่งหากเป็นไปได้จะพยายามเร่งดำเนินการศึกษาให้แล้วเสร็จก่อนระยะเวลาเดิม ซึ่งกำหนดไว้ที่ 2-3 ปี

    เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะมีการต่อยอดธุรกิจ โดยเจรจากับผู้ประกอบการชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ ภายในประเทศที่สนใจธุรกิจดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้า ให้สามารถผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ต่อไป หากในอนาคตมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง EV เพิ่มขึ้นเป็นล้านๆ คัน ย่อมส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการศึกษาวิจัยต่อไปว่าในการชาร์จแบตเตอรี่ แบบ quick charge และ slow charge ใช้พลังงานไฟฟ้ากี่กิโลวัตต์ เพื่อพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต และเตรียมความพร้อมรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น