007.jpg

ความต้องการใช้ไฟภาคใต้เพิ่มต่อเนื่อง ย้ำความจำเป็นการสร้างโรงไฟฟ้า

          รองผู้ว่าการกิจการสังคม ชี้ความจำเป็นของการสร้างโรงไฟฟ้าภาคใต้ให้พึ่งพาตัวเองได้ ต้องใช้ถ่านหินเพื่อกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิง ลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ

20160902-M01-01

          เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จัดการสัมมนาสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคใต้ ‘ผ่าความจริง...โรงไฟฟ้่าเทพา’ ณ โรงไฟฟ้าจะนะ โดย นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม (รวค.) ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง ‘สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าภาคใต้ ความมั่นคงบนความเสี่ยง’

          ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี และมีอัตราการเติบโตที่มากกว่าอัตราเฉลี่ยของทั้งประเทศ ซึ่งหากไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้จะมากกว่ากำลังการผลิตที่มี ทำให้ต้องพึ่งพาไฟฟ้าที่ส่งมาจากภาคกลาง หรือประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีราคาแพงกว่าอัตราค่าไฟฟ้าของไทย ขณะที่ หากมีโรงไฟฟ้าภาคใต้ จะทำให้ไฟฟ้าในภาคใต้มีความมั่นคง พึ่งพาตัวเองได้ ขณะเดียวกัน จะช่วยสร้างคุณภาพของระบบไฟฟ้าด้วย

20160902-M01-02

          ขณะเดียวกัน นายสหรัฐ กล่าวว่า ในปัจจุบัน ประเทศไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 70 ขณะที่ ภาคใต้ พึ่งพาก๊าซธรรมชาติถึงร้อยละ 78 ซึ่งหากมีการหยุดซ่อมท่อก๊าซแหล่ง JDA จะส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของภาคใต้อย่างมาก เพราะโรงไฟฟ้าจะนะเป็นโรงไฟฟ้าที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งนี้เท่านั้น จึงเป็นสาเหตุที่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อกระจายสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ถ่านหินก็เป็นเชื้อเพลิงที่มีปริมาณสำรองมาก อีกทั้ง เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินในปัจจุบันมีความทันสมัยมาก

          “ที่เทพาใช้เทคโนโลยี Ultra Supercritical ซึ่งประสิทธิภาพในการกำจัดมลสารได้มากถึงร้อยละ 99” รองผู้ว่าการกิจการสังคมกล่าว