008.jpg

กฟผ. มั่นใจโรงไฟฟ้าเทพา เป็นของชุมชนอย่างแท้จริง ยืนยันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม-ดูแลคนในพื้นที่จริงจัง

          สัมมนาสื่อมวลชนภาคใต้ ‘ผ่าความจริง...โรงไฟฟ้าเทพา’ กฟผ. ยืนยันดำเนินงานตามข้อกฎหมาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเดินตามหลัก ‘เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา’ พร้อมตอบทุกข้อสงสัย

          เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จัดการสัมมนาสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคใต้ ณ โรงไฟฟ้าจะนะ และดี อามาน โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเทพา โดยมีการเสวนาภายใต้หัวข้อ ‘ผ่าความจริง...โรงไฟฟ้่าเทพา’ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากหลายฝ่าย ได้แก่ นายวีระชัย ยอดเพชร หัวหน้าโครงการเตรียมงานพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพา นายนฤมิต คินิมาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ นายธำรง พรหมรัตน์ ผู้แทนสื่อมวลชน และนายมะฆอซาฟี มะดอหะ ผู้แทนคนรุ่นใหม่อำเภอเทพา

20160902-M02-01

          นายวีระชัย ยอดเพชร หัวหน้าโครงการเตรียมงานพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพา (หก.ตท.) ได้กล่าวให้คำมั่นถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพาว่า โรงไฟฟ้าเทพาจะเป็นโรงไฟฟ้าของชุมชนอย่างแท้จริง โดยผ่าน ‘เทพา โมเดล’ คือการที่ กฟผ. จะสร้างโรงไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาความเจริญท้องถิ่น และการสร้างรายได้ในทุกๆ ด้าน ทั้งการท่องเที่ยว อาชีพ การศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยคนเทพามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น จะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของเทพาให้มีความแข็งแกร่ง คนในชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน กฟผ. ก็คำนึงถึง ‘สิทธิชุมชน และสิ่งแวดล้อม’ ตลอดการดำเนินงานทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการสร้างโรงไฟฟ้า

          “การเข้ามาดำเนินงานโรงไฟฟ้าเทพาของ กฟผ. เราใส่ใจทุกกระบวนการ โดยใช้หลักของในหลวง เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” นายวีระชัย กล่าว พร้อมทั้งกล่าวว่า ขณะนี้ ได้มีการจ้างงาน และส่งเสริมอาชีพคนในพื้นที่แล้ว รวมถึงมีแนวทางที่จะรับคนในพื้นที่เทพาเข้าทำงาน หากการดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จสิ้น

          สำหรับในประเด็นความกังวลถึงการดูแลครัวเรือนจำนวนหนึ่งที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่จะเป็นโครงการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา หก.ตท. ให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า กฟผ. จะดูแลทั้งบุคคลที่มีเอกสารสิทธิ์ และไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งราคาที่ดินที่ กฟผ. รับซื้อนั้นเป็นไปตามราคาตลาด พร้อมทั้งให้แต่ละครัวเรือนเลือกสถานที่ที่ต้องการอยู่ใหม่ด้วยตนเอง ส่วนการย้ายโรงเรียนปอเนาะห์นั้นก็เป็นไปตามความต้องการของโรงเรียน ที่มีการก่อสร้างในที่ใหม่ถูกต้องตามหลักศาสนาอย่างแน่นอน

20160902-M02-02

          สำหรับในประเด็นเมื่อมีโรงไฟฟ้าเข้ามาตั้งจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ นายนฤมิต คินิมาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ กล่าวว่า การทำรายงานสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน และการควบคุมมาตรฐานสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้าเทพานั้นมีค่าที่ดีกว่ามาตรฐานที่กำหนดอีกด้วย ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกถ่านหินที่มีคุณภาพดี การขนส่งถ่านหินมาจากต่างประเทศที่เป็นการขนส่งระบบปิด ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าเทพาใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในเชิงพาณิชย์ Ultra Supercritical ที่สามารถกำจัดมลสารได้เกือบทั้งหมด

          ส่วนในประเด็นเรื่องการใช้น้ำ ในโรงไฟฟ้า นายนฤมิตได้ยืนยันว่า การดึงน้ำเข้ามาใช้ในโรงไฟฟ้ามีตะแกรงในการกรอง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำขนาดเล็กหลุดเข้ามาในโรงไฟฟ้า ขณะที่ ความเร็วในการดูดน้ำเข้ามาก็มีความเร็วที่จะทำให้สัตว์น้ำสามารถว่ายออกไปได้

20160902-M02-03

          ขณะเดียวกัน เมื่อถามถึงในมุมมองของสื่อมวลชนว่าคิดเห็นอย่างไรกับโครงการโรงไฟฟ้าเทพา นายธำรง พรหมรัตน์ ผู้แทนสื่อมวลชน กล่าวว่า โดยส่วนตัวตนเองเป็นคนที่อาศัยอยู่ในสะบ้าย้อยรู้สึกยินดีกับคนเทพา และเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ กฟผ. จะเข้ามาสร้างโรงไฟฟ้า เพราะจะทำให้เทพาพัฒนา และเติบโต อย่างไรก็ตาม ได้แสดงความคิดเห็นต่อ กฟผ. ว่าควรมีการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปยังประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อให้คนเกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพา

          “การให้ข้อมูลแก่ชุมชน บางทีอาจจะทำให้ชาวบ้านเป็นผู้ปกป้องเราจากกลุ่มคนภายนอกที่เข้ามา” ผู้แทนสื่อมวลชน กล่าว

20160902-M02-04

          ด้านนายฆอซาฟี มะดอหะ ผู้แทนคนรุ่นใหม่อำเภอเทพา กล่าวว่า ต้อนรับโครงการโรงไฟฟ้าเทพาของ กฟผ. เพราะช่วยทำให้ชุมชนพัฒนา โดยเป็นการคิดจากชุมชนเอง และ กฟผ. ก็เข้ามาช่วยติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ชุมชน และเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ตัดสินใจด้วยตนเอง พร้อมทั้ง กฟผ. ยังได้เข้ามาช่วยกระตุ้นความคิดให้เยาวชน สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนหนังสือ เพื่อที่ในอนาคตจะได้ทำงานในโรงไฟฟ้า

          นอกจากนี้ นายมะฆอซาฟี ยังกล่าวถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเมื่อมีโรงไฟฟ้าเทพาด้วยว่า การไปดูงานเชิงประจักษ์ที่แม่เมาะ ทำให้เห็นว่าที่แม่เมาะอากาศดีมาก ไม่มีต้นไม้ตายเลยสักต้น ซึ่งชุมชนในเทพาเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมมากขึ้นจากการดูงาน