random-csr-img05.jpg

กฟผ. จับมือ กศน. เนรมิตศูนย์ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ – ร้อยเอ็ด ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานสู่สังคม

          กฟผ. มอบเงิน 22 ล้านบาท สนับสนุนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จัดทำห้องนิทรรศการถาวรด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานสู่สังคม

20160902-C01-01

          เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2559 นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. เป็นผู้แทน กฟผ. มอบเงินสนับสนุนการจัดทำห้องนิทรรศการถาวรด้านพลังงานไฟฟ้า จำนวน 22 ล้านบาท ให้กับ นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) โดยมี นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม และผู้บริหารของทั้ง 2 หน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 201 อาคารสำนักผู้ว่าการสำนักงานใหญ่ กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

20160902-C01-02

          นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ร่วมกับสำนักงาน กศน. ในการพัฒนาโครงการนิทรรศการถาวรด้านพลังงานไฟฟ้า โดยดำเนินการจัดทำสื่อการเรียนรู้ด้านพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานประเภทต่างๆให้กับ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างประสบการณ์แก่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับภายในห้องนิทรรศการจัดแบ่งเป็น 6 ส่วน ได้แก่ วิวัฒนาการไฟฟ้า หลักการเกิดไฟฟ้า เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า ไฟฟ้ามาถึงเราได้อย่างไร เผชิญวิกฤตพลังงานไฟฟ้า และการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า โดยจะนำเสนอในรูปแบบการจัดนิทรรศการด้วยสื่อที่ทันสมัยและกิจกรรมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า ที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานไฟฟ้า และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2560

          นอกจากการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้กับ สำนักงาน กศน. ในครั้งนี้แล้ว ที่ผ่านมา กฟผ. ยังให้การส่งเสริมและสนับสนุนในด้านการแบ่งปันความรู้สู่สังคม (Learning for Society) มาอย่างต่อเนื่องโดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน คือ ในโรงเรียน โดยดำเนินการผ่านกิจกรรมห้องเรียนสีเขียว ร่วมกับโรงเรียนที่มีความประสงค์ และมีความพร้อม เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและเสริมสร้างอุปนิสัยประหยัดพลังงาน และ นอกโรงเรียน โดยจัดสร้างอาคารศูนย์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ กฟผ. (EGAT Learning Center) รวมทั้งสิ้น 7 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ราชานุรักษ์ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้พลังคิด กฟผ.จะนะ จ.สงขลา ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ลำตะคองจ.นครราชสีมา ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้แม่ออน จ.เชียงใหม่ พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ) จ.ลำปาง และที่ ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี ซึ่งถือเป็น Model Plant ที่สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้จริง และเป็นการเรียนรู้แบบครบวงจร โดยศูนย์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จะมีการบริหารจัดการอย่างเป็นเอกภาพ ร่วมกับศูนย์การเรียนรู้ฯ ทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อต้องการให้เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้เรื่องพลังงาน ช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานไฟฟ้า และมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนมีความเข้าใจในภารกิจของ กฟผ. มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคงตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

20160902-C01-03

          นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการ สำนักงาน กศน. กล่าวว่า ขอขอบคุณ กฟผ. ที่เห็นความสำคัญของการศึกษาและร่วมมือกับ กศน. ในการนำความรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าสู่ประชาชน โดยงบประมาณที่ กฟผ. มอบให้ในครั้งนี้ ก็เพื่อประโยชน์ของประชาชน ซึ่ง กศน. จะนำไปใช้ในการสร้างสื่อนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) จำนวน 12,000,000 บาท และ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด จำนวน 10,000,000 บาท รวมเป็น 22,000,000 บาท โดยจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการการผลิตไฟฟ้า ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า รวมถึงมีการจำลองสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของพลังงานไฟฟ้า และรู้จักใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายนี้ สำนักงาน กศน. จะนำงบประมาณที่ กฟผ. ได้ให้การสนับสนุนนี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประโยชน์สูงสุดเพื่อประชาชนและสังคมไทย