เป็นเรื่องน่ายินดี ที่คนไทยมีความตื่นตัวเรื่องของคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะจากฝุ่นละเอียดที่เรียกว่า PM2.5 แม้ว่าโรงไฟฟ้าจะเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นเช่นกัน แต่ก็มีเทคโนโลยีป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ทำให้มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ซึ่งไม่ได้ยืนยันจากตัวเลขการตรวจวัดเท่านั้น แต่ยังยืนยันได้จากการที่ผู้ปฎิบัติงาน และครอบครัว สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ภายในและบริเวณใกล้โรงไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง

20160927 a01 01

    ฝุ่นละเอียด เป็นอีกหนึ่งในภัยคุกคามสุขภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ เราจึงควรตระหนักและตื่นตัวกันมากขึ้น โดยเฉพาะฝุ่นละเอียดขนาด 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมที่มีขนาด 60 ไมครอน ถึง 24 เท่า สามารถเข้าสู่ระบบหายใจได้มากกว่าฝุ่นขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การที่องค์กรเอกชนบางแห่งนำมาเป็นประเด็นรณรงค์คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินและแต่งเติมสีสัน จนอาจทำให้คนไทยละเลยสาเหตุที่แท้จริง และมองข้ามการป้องกันอันตรายที่อยู่รอบตัว

ที่มาของฝุ่นละเอียด

20160927 a01 02

    เพราะความจริงนั้น ฝุ่นละเอียดส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้จากกระบวนการเผาไหม้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า การเผาไร่นาทำการเกษตร ควันเสียรถยนต์ หรือแม้แต่กระทั่งการใช้ฟืนทำกับข้าวในครัวเรือน ก็ทำให้เกิดฝุ่นละเอียดลอยปะปนอยู่ในอากาศแล้ว โดยองค์การอนามัยโลกได้กำหนดเกณฑ์แนะนำฝุ่นละเอียดที่ปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือมีความเข้มข้นเพียง 25 ส่วนในล้านส่วนของน้ำหนัก 1 กรัม ต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

20160927 a01 03

 

โรงไฟฟ้า อุตสาหกรรมกำจัดฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    จากรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งเทพาและกระบี่ พบว่า ฝุ่นละเอียดโดยรอบพื้นที่หลังมีโครงการนั้น ดีกว่าค่ามาตรฐาน เพราะมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาควบคุม โดยการทำงานร่วมกันของเครื่องกำจัดฝุ่น (Electrostatic precipitator – ESP) เครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Flue Gas Desulfurization : FGD) และเครื่องกำจัดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (Selective Catalytic Reduction - SCR) ซึ่งมีประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น PM2.5 ถึงร้อยละ 98 ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพอากาศได้ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล ทั้งของไทย สหรัฐอเมริกา และเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)

    นอกจากนี้ มีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดที่ปากปล่องโรงไฟฟ้า ซึ่งจะแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนที่ปริมาณจะสูงเกินค่าควบคุม และยังมีเครื่องมือตรวจวัดในบรรยากาศรอบบริเวณ ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้

20160927 a01 04

    ผลการวัดค่าฝุ่นละเอียดที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะยังพบว่า มีค่าเฉลี่ยดีกว่ามาตรฐานของประเทศไทย และถึงแม้ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ในเขตพื้นที่ภาคเหนือจะประสบปัญหาหมอกควันจากการเผาป่าและวัชพืช ทำให้ค่าฝุ่นละเอียดโดยรวมสูงขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ปลอดภัย

20160927 a01 05

    สิ่งสำคัญคือผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และครอบครัว เกือบทุกคนทำงานและอาศัยในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ดังนั้น หากมีมลภาวะ ผู้ปฏิบัติงานก็คงจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ และคงไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหากพบว่ามีอันตรายต่อตนเอง ครอบครัวและชุมชน

20160927 a01 07

    โรงไฟฟ้าถ่านหินจึงไม่ใช่สาเหตุของปัญหาฝุ่นละเอียดในพื้นที่อย่างแน่นอน แต่สาเหตุใกล้ตัว ที่เรามักมองข้ามไป ทั้งควันเสียของรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม ที่ไม่มีอุปกรณ์ดักจับฝุ่น รวมทั้งการทำเกษตรกรรมและการขนส่ง ยิ่งในเมืองใหญ่ที่มีการกระจุกตัวของประชากรสูงอย่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ค่าเฉลี่ยฝุ่นละเอียดที่พบนั้นสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานถึงสองเท่าเลยทีเดียว ถ้าทุกฝ่ายร่วมกันมุ่งแก้ปัญหาที่ต้นตอแท้จริง เชื่อว่า คนไทยคงมีอากาศที่บริสุทธ์ได้ในทุกๆ ที่