นายกฯ ออสเตรเลียวิจารณ์นโยบายลดก๊าซเรือนกระจก “โลกสวย” เกินไป ต้นเหตุรัฐออสเตรเลียใต้ไฟฟ้าดับ

          นาย Malcom Turnbull นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลพรรคแรงงาน ในรัฐต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าความมั่นคงด้านพลังงาน หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในรัฐออสเตรเลียใต้

20161007-A01-01

          เมื่อ 28 กันยายน 2559 ออสเตรเลียใต้เผชิญไฟฟ้าดับทั้งรัฐเมื่อพายุได้โค่นเสาส่งไฟฟ้าหลายเสาล้ม และระบบส่งเชื่อมกับรัฐวิคตอเรียหยุดการทำงาน

          หนึ่งวันหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ นาย Turnbull กล่าวว่าการใช้มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องคำนึงถึงความมั่นคงของระบบพลังงานด้วย แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ไม่แน่นอนเป็น “ภัยคุกคาม” ความมั่นคงทางพลังงาน

          “เราต้องคำนึงถึงความมั่นคงของระบบพลังงานเป็นลำดับแรก ไม่ว่าเราจะใช้แหล่งพลังงานน้ำ ลม แสงอาทิตย์ ถ่านหินหรือก๊าซ ก็ตาม เป็นเวลาหลายปีแล้วที่หลาย ๆ รัฐ ที่อยู่ภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคแรงงานได้ให้ความสำคัญกับการกำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่มากเกินไป และเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงานเลย” นาย Turnbull กล่าว

20161007-A01-02

          นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้กล่าวด้วยว่าได้หารือกับ นาย Josh Frydenberg รัฐมนตรีพลังงานของออสเตรเลียใต้ ให้มีการเจรจากับรัฐมนตรีพลังงานในรัฐอื่น ๆ เพื่อกำหนดเป้าการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาพรวมระดับประเทศ แทนที่จะเป็นเกมส์การเมืองที่มีการแข่งขันระหว่างแต่ละรัฐ เพื่อเอาชนะการมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงสุด

20161007-A01-03

          ซึ่งนาย Josh Frydenberg ได้แสดงความเห็นว่า สภาพอากาศเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับ แต่ก็มีความกังวลในเรื่องความมั่นคงของพลังงานหมุนเวียน ที่ปัจจุบันครองสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในออสเตรเลียใต้ถึงร้อยละ 40

          “พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานที่ไม่มีความแน่นอน เมื่อลมไม่พัด ไม่มีแสงแดด ก็ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบ เนื่องจากลักษณะเฉพาะที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลในรัฐต่าง ๆ กำลังให้ความสำคัญ”

20161007-A01-04

          ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย นาย Barnaby Joyce กว่าวว่า “เราต้องตั้งคำถามว่า การพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนมากเกินไป ส่งผลให้ปัญหาการจัดหาพลังงานไฟฟ้าที่มั่นคง ทวีความรุนแรงขึ้นหรือไม่”

          อย่างไรก็ตาม นาย Bill Shorten สมาชิกสภาออสเตรเลีย ฝั่งพรรคแรงงานได้ออกมาโต้ว่า เหตุการณ์ไฟดับในออสเตรเลียใต้เป็นเพราะสภาพอากาศ และความเสียหายจากพายุ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนของรัฐ

ข้อมูลเพิ่มเติม
The Australian Energy Market Operator (AEMO) ลำดับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับออสเตรเลียใต้ เริ่มตั้งแต่เวลา 16.18 น. วันที่ 28 ก.ย. 2559 ถึง 18.25 น. วันที่ 29 ก.ย. 2559 รวม 26 ชั่วโมง 7 นาที

- ก่อนไฟดับ ไฟฟ้าที่ใช้ในรัฐผลิตจากลม 883 MW โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 330 MW และนำเข้าจากรัฐวิคตอเรีย 613 MW

20161007-A01-05

- ไม่กี่วินาทีก่อนไฟดับ ฟาร์มกังหันลม 6 แห่งผลิตไฟได้น้อยลง(กังหันลมจะหยุดทำงานเมื่อเกิดพายุ หรือความเร็วลมเกินขนาด- ผู้แปล) ระบบจึงต้องดึงไฟฟ้าจากรัฐวิคตอเรียมาเพิ่มให้เพียงพอ 850 MW แต่สายส่งถูกออกแบบให้ส่งไฟฟ้าได้สูงสุดราว 600 MW ระบบส่งจึงปลดตัวเองโดยอัตโนมัติ (Automatic-protection) ทำให้ระบบไฟฟ้าล่มทั้งหมด

20161007-A01-06

- ไฟฟ้าเริ่มกลับมาอีกครั้งหลังจาก ElectraNet ผู้ดูแลระบบส่งทยอยส่งไฟจากรัฐวิคตอเรียไปให้เมือง Adelaide และสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าก๊าซ Torrens Island ซึ่งกำลังปิดซ่อมตามแผน

- 19.00 น. เมือง Adelaide กลับมามีไฟฟ้าใช้อีกครั้ง และเที่ยงคืน ระบบไฟฟ้าร้อยละ 80-90 กลับมาทำงานได้ปกติ

- สายส่ง 3 ใน 4 สาย ทางเหนือของเมือง Adelaide ยังล่ม ตอนเหนือของรัฐยังอยู่ในความมืด ก่อนกลับมีไฟฟ้าใช้ตอนเที่ยงวันในวันถัดไป

- หน่วยงานกำกับดูแลตลาดพลังงานของออสเตรเลีย (AEMO) ยังคงวิเคราะห์เหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งนี้ คาดว่าจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมวันที่ 19 ตุลาคม 2559

- AEMO จะใช้เวลา 6 เดือน จัดทำรายงานเกี่ยวกับไฟฟ้าดับโดยละเอียดให้แล้วเสร็จ

20161007-A01-07

แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร
ที่มา http://www.abc.net.au/news/2016-09-29/governments-prioritising-emissions-targets-over-energy-security/7888128