กฟผ. ก้าวตามรอยพ่อ ด้วยโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัส เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 ความว่า “…การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตนเอง ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวเอง จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอ จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไร ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก…”

20161102 A02 01

    กฟผ. ได้ดำเนิน “โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยน้อมนำ แนวพระราชดำริปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชมาปฏิบัติให้เกิดเป็น รูปธรรมมาอย่างยาวนานและอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเกื้อกูลซึ่งกันและกันระหว่าง ธรรมชาติและการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยมุ่งเน้นการนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพมาใช้แทนสารเคมี ในการดำเนินงาน 4 กิจกรรม ได้แก่ การเกษตร การประมง การปศุสัตว์ และการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ราษฎรเพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองและลดค่าใช้จ่ายส่งผลให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางโครงการชีววิถีฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เขื่อน และใต้แนวสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ถึงปัจจุบัน มีชุมชนต้นแบบทั้งหมด 26 แห่ง

20161102 A02 03

สาธิตการทำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM)

20161102 A02 02

การเกษตร

20161102 A02 04

การประมง

20161102 A02 05

การปศุสัตว์

    นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ร่วมมือกับ สอศ. ในการนำโครงการชีววิถีฯ เข้าดำเนินการในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมง วิทยาลัยการอาชีพ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในแต่ละปีสามารถสร้างเครือข่าย และขยายผลได้ไม่น้อยกว่า 120 ชุมชน 50 โรงเรียน และประชาชนทั่วไปกว่า 100,000 คน จนนำมาสู่ความร่วมมือโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในครั้งที่ 5 ซึ่ง กฟผ. ให้ความร่วมมือในการขยายองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการส่งเสริมการนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) มาใช้ทดแทนสารเคมีในชีวิตประจำวันของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร และข้อมูลด้านวิชาการ ในการดำเนินโครงการฯ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชุมชนสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมนำไปสู่การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งให้เพิ่มมากขึ้น