กฟผ. คาดตั้งสถานีชารจ์รถไฟฟ้าแห่งแรกเสร็จ ก.ค. 2560

20161103 A01 01

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลว่า กฟผ. อยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อม ทั้งในส่วนที่เป็นยานยนต์ไฟฟ้า และส่วนของการทำธุรกิจสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า โดยในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้านั้น ได้มีการนำรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันมาดัดแปลงเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า มีการนำมาทดลองวิ่ง และนำออกแสดงให้ประชาชนได้ชมในงานโชว์ต่างๆ แล้วส่วนในเรื่องของสถานีชารจ์ไฟฟ้านั้น กฟผ. มีแผนจะสร้างแห่งแรกที่จุดใกล้กับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค. 2560 โดยในช่วงแรกจะให้บริการกับยานยนต์ไฟฟ้าเฉพาะส่วนของ กฟผ. ก่อน

          สำหรับการเปิดให้บริการกับประชาชนทั่วไปในเชิงพาณิชย์นั้น จะต้องรอให้กฎระเบียบต่างๆ มีการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน โดย กฟผ. อยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อเตรียมที่จะจัดตั้งบริษัทลูกมาทำธุรกิจ EV โดยเฉพาะ

          นายสหรัฐ ซึ่งกล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชน เดินทางไปดูงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Nanatsujima Mega Solar Power Plant เมืองคาโกชิมา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2559 และสังเกตเห็นสถานีชารจ์ยานยนต์ไฟฟ้าในจุดแวะพักจอดรถหลายแห่ง ว่าสถานีแต่ละแห่งเพิ่งจะสร้างเสร็จได้ไม่นาน แสดงว่าญี่ปุ่นเองก็มีการเตรียมความพร้อมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเอาไว้ล่วงหน้า หากแนวโน้มความต้องการใช้เพิ่มสูงมากขึ้นในอนาคต

          ทั้งนี้ กฟผ. อยู่ระหว่างทดลองดัดแปลงรถยนต์รุ่นเก่าให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการยกเครื่องใหม่ ซึ่งได้ทดลองกับรถยนต์ 2 รุ่นคือ โตโยต้าวีออสและฮอนด้าแจ๊ส ซึ่งการทดลองระยะที่ 1 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และสามารถนำมาขับได้จริง โดยการยกเครื่องรถยนต์ EV ดังกล่าวใช้เงินลงทุนประมาณ 2 แสนบาทต่อคัน ซึ่งต้นทุนจะสูงขึ้นหากติดตั้งแบตเตอรี่ไฟฟ้าขนาดความจุสูงขึ้น โดยในเบื้องต้น สมรรถนะของรถยนต์ EV ดัดแปลงของ กฟผ. สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กม.ต่อชม. และหากวิ่งด้วยความเร็วคงที่ 70 กม.ต่อชม. จะวิ่งได้ระยะทาง 140 กม. ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง โดยการชาร์จแต่ละครั้งใช้ระยะเวลา 8 ชม.

          อย่างไรก็ตาม กฟผ. จะต้องทดลองระยะที่ 2 ต่อไป เพื่อให้สามารถใช้ได้กับรถยนต์ทุกยี่ห้อ ซึ่งคาดว่าในอีก 2-3 ปี จากนี้จะทดลองเสร็จสมบูรณ์ และหากสำเร็จจะนำไปเป็นรถยนต์ต้นแบบ ให้ผู้ประกอบการที่สนใจนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ต่อไป

20161103 A01 02

          ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีความเห็นในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา ให้มีการทบทวนสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้า โดยในที่ประชุมได้มีการพิจารณาแผนสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเบื้องต้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ยกเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปในช่วง 2 ปีแรก ระยะที่ 2 ในช่วงปีที่ 3 จะต้องมีการลงทุนผลิตชิ้นส่วนประกอบที่สำคัญในประเทศไทย อาทิ แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมทั้งส่วนควบคุม และระยะที่ 3 ในช่วงปีที่ 4 เป็นต้นไป จะต้องมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ

          อย่างไรก็ตาม บีโอไอจะมีการหารือและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกครั้ง ก่อนจะประกาศสิทธิประโยชน์ออกมาอย่างเป็นทางการ

ที่มาข้อมูล
http://energynewscenter.com/index.php/news/detail/416