สืบสานตามแนวพระราชดำริ กฟผ. กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

20161115-A01-01

          นอกจากพระราชสัมญญานามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้รับการเทิดพระเกียรติจากปวงชนชาวไทยในการเป็น “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” แล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงเป็นนักพัฒนาทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแลเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ดีมีสุขของประชาชนของพระองค์ โดย กฟผ. ได้ดำเนินโครงการต่างๆ สืบสานตามแนวพระราชดำริเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ดังนี้

1. โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ
          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชทานพระราชดำริเป็นอเนกประการ ในการทำนุบำรุงสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ทรงพระราชทานพระราชดำริการพัฒนาด้านต่างๆ ควบคู่กับการอนุรักษ์เสมอ ด้วยทรงจัดการใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์แก่พสกนิกรมากที่สุด ประกอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยปัญหาป่าไม้ที่ถูกบุกรุกทำลายกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้เกิดภัยธรรมชาติ ได้แก่ ความแห้งแล้งและอุทกภัยบ่อยครั้ง ตลอดจนผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงได้ทรงมีพระราชกระแสตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล0009/11951 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2535 ให้หามาตรการหยุดยั้งการทำลายป่าและเร่งฟื้นฟูบำรุงต้นน้ำลำธาร รัฐบาลในสมัยนั้นจึงสนองพระราชกระแสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และจะน้อมเกล้าฯ ถวายการให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชนปลูกป่าเป็นราชสักการะ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ปีที่ 50 ในปี พ.ศ. 2539 จึงเกิดเป็นโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ปีที่ 50 ขึ้น

          กฟผ. ได้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ปีที่ 50 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 โดยได้จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบภายใต้ชื่อ “โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย”

20161115-A01-03

2. โครงการปลูกต้นไม้รอบบ้านพ่อ

20161115-A01-04

          คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เห็นชอบให้มีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสแห่งการบรมราชาภิเษกปีที่ 60 และเฉลิมพระชนมพรรษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหนังสือ ที่ นร. 0111 /ว.615 ลงวันที่ 25 มกราคม 2553 เรื่องการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสแห่งการบรมราชาภิเษกปีที่ 60 และกระทรวงพลังงานได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในโอกาสสำคัญยิ่ง ภายใต้หัวข้อ “ลดโลกร้อนถวายพ่อ”

20161115-A01-05

          กฟผ. ได้ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง จึงจัดทำ “โครงการปลูกต้นไม้รอบบ้านพ่อ” ร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสำคัญยิ่ง และเป็นการสนองแนวพระราชดำริที่ทรงห่วงใยทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม โดย กฟผ. จะดำเนินการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ป่าอนุรักษ์เสื่อมโทรม และพื้นที่สาธารณประโยชน์ด้วยการปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ในจำนวน 4,000 ไร่ ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

3. โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
          ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2540 ความว่า “..สิ่งสำคัญคือเราพออยู่พอกิน อุ้มชูตัวเราได้ให้มีความพอเพียงแก่ตัวเอง พึ่งตนเองได้ หมายความว่าให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน มีความเป็นอยู่อย่างประมาณตน มีกินมีใช้ตามอัตภาพ แล้วที่เหลือจึงขายเป็นรายได้ต่อไป”

20161115-A01-06

          กฟผ. ได้ดำเนิน “โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยน้อมนำแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมมาอย่างยาวนาน และอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเกื้อกูลซึ่งกันและกันระหว่างธรรมชาติและการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยมุ่งเน้นการนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพมาใช้แทนสารเคมี ในการดำเนินงาน 4 กิจกรรม ได้แก่ การเกษตร การประมง การปศุสัตว์ และการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ราษฎร เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองและลดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ยังมีการคัดเลือกชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางโครงการชีววิถีฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เขื่อน และใต้แนวสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ถึงปัจจุบัน มีชุมชนต้นแบบทั้งหมด 26 แห่ง

20161115-A01-07

          นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ร่วมมือกับ สอศ. ในการนำโครงการชีววิถีฯ เข้าดำเนินการในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมง วิทยาลัยการอาชีพ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในแต่ละปีสามารถสร้างเครือข่ายและขยายผลได้ไม่น้อยกว่า 120 ชุมชน 50 โรงเรียน และประชาชนทั่วไปกว่า 100,000 คน จนนำมาสู่ความร่วมมือโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในครั้งที่ 5 ซึ่ง กฟผ. ให้ความร่วมมือในการขยายองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการส่งเสริมการนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) มาใช้ทดแทนสารเคมีในชีวิตประจำวันของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร และข้อมูลด้านวิชาการ ในการดำเนินโครงการฯ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชุมชนสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งให้เพิ่มมากขึ้น

4. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

20161115-A01-08

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ทรงเริ่มงานพัฒนาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 เป็นต้นมา โดยมีพระราชดำริให้ดำเนินการรวบรวมรักษาพันธุ์พืชต่างๆ ที่หายากและกำลังจะหมดไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสานพระราชปณิธานต่อ โดยพระราชทานให้โครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างธนาคารพืชพรรณขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 เป็นต้นมา

20161115-A01-09

          โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในระยะที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน มีหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนองพระราชดำริเป็นจำนวนมาก โดยพื้นที่และกิจกรรมของโครงการได้ขยายและกระจายออกไปสู่ภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งมีแนวทางการดำเนินงานที่หลากหลายมากขึ้นโดยลำดับ และได้บรรลุผลก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยประจักษ์ชัดแล้ว

20161115-A01-10

          สำหรับ กฟผ. ได้ร่วมสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี สร้างความหลากหลายทางระบบนิเวศให้แก่โลก ผ่านโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และนำมรดกทางภูมิปัญญามาพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้สู่การมีสำนึกต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรให้ยั่งยืน โดยดำเนินกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช ปลูกรักษาพันธุกรรมพืช และสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

5. ผ้าป่ามหากุศลเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อสนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย

20161115-A01-11

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระอนุสรณ์คำนึงถึงว่า โดยที่พระภิกษุสามเณรเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามพระวินัยโดยเคร่งครัดและธำรงรักษา ตลอดจนเผยแผ่พระธรรมคำสอนแก่ประชาชนทั่วไป อันเป็นการสร้างความสงบร่มเย็นให้เกิดขึ้นแก่สังคม ประเทศชาติ และแก่โลก หากพระภิกษุสงฆ์และสามเณรมีโอกาสได้รับการศึกษาพุทธธรรมในขั้นสูง สามารถค้นคว้าและทำความเข้าใจพระไตรปิฎกอย่างแตกฉาน จะสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนานี้ได้ด้วยตนเอง และนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้องจนบรรลุธรรมแล้วนำไปสั่งสอนพุทธบริษัทต่อไปได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน การบำรุงพระภิกษุสามเณรให้ได้ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้งแตกฉาน เป็นทางสำคัญที่จะช่วยจรรโลงและเผยแผ่พระพุทธศาสนาสืบไป เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 76 พรรษา 5 ธันวาคม 2546 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกองทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2547 พร้อมพระราชทานทุนปฐมฤกษ์จำนวนหนึ่งให้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2547

20161115-A01-12

          ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดตั้งโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย และจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ตลอดไป กฟผ. และบริษัทในเครือ พร้อมผู้ปฏิบัติงานได้ร่วมกันบริจาคเงินสมทบโครงการดังกล่าวเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดย “การถวายผ้าป่ามหากุศลเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อสนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย”

6. โครงการข้าวกล้องเบอร์ 5
          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นต้นแบบการเสวยข้าวกล้องเป็นพระกระยาหารหลัก รวมถึงพระราชดำรัสของพระองค์ที่ได้พระราชทานในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเกี่ยวข้าวโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2541 ให้คนไทยบริโภคข้าวกล้องเพื่อสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ จากการศึกษาการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการสีข้าวพบว่า การขัดสีข้าวเปลือกให้เป็นข้าวขาวถึง 3 ครั้งนั้น จะต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมากถึงร้อยละ 60 ของกระบวนการขัดสีข้าวทั้งหมด ขณะเดียวกัน ข้าวที่ต้องผ่านการขัดสีถึง 3 ครั้ง ทำให้จมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยคุณค่าของสารอาหารนานาชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลุดออกไปด้วย

20161115-A01-13

          กฟผ. จึงได้ดำเนิน “โครงการ ข้าวกล้องเบอร์ 5” ขึ้น เพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยหันมาบริโภคข้าวกล้องเพื่อสุขภาพที่ดี สนองพระราชดำรัสของพระองค์ และยังเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกร ไปพร้อมๆ กับการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมจากการลดหรือชะลอการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากการประหยัดไฟฟ้าในกระบวนการสีข้าวได้อีกทางหนึ่ง