007.jpg

กฟผ. ยืนยัน ยึดมั่นสัญญาที่ให้ต่อคณะกรรมการไตรภาคี และการประมูลโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ยังไม่มีผลผูกพันใดๆ

          กฟผ. เคารพ และยึดมั่นสัญญาที่ให้ต่อคณะกรรมการไตรภาคี ยืนยันกระบวนการประมูลโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ จนกว่าจะได้รับอนุมัติจาก ครม.

20161121-P01-01

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในฐานะ โฆษก กฟผ. ชี้แจงกรณีที่เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินร้องเรียนให้ยุติประมูลโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว กฟผ. เคยชี้แจงไปแล้วเมื่อครั้งที่ท่านที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเชิญทุกฝ่ายมาประชุม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2558 เพื่อหารือกันก่อนตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งตัวแทนเครือข่ายฯ ที่ร่วมประชุมอยู่ด้วย ได้กล่าวยอมรับว่า ถ้ากระบวนการประมูลที่กำลังดำเนินการอยู่ตอนนั้น กฟผ. ยืนยันว่าไม่มีผลผูกพันก็สามารถยอมรับและเป็นข้อยุติได้

          ดังนั้นจากคำประกาศของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 การทำกิจกรรมนั่งภาวนาหน้าทำเนียบ โดยให้เหตุผลว่า กฟผ. ฉีกสัญญาด้วยการประกาศผู้ชนะราคาการประมูลจึงไม่เป็นความจริง เพราะ กฟผ. ได้ยืนยันต่อสาธารณชนมาโดยตลอดว่า การประมูลโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่จะไม่มีผลทางกฎหมาย และจะมีผลต่อเมื่อโครงการฯ ผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) และรัฐบาลอนุมัติโครงการเท่านั้น

          โฆษก กฟผ. กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลได้จัดตั้งกรรมการไตรภาคี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2558 ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายฯ ในการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย โดยในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา คณะกรรมการไตรภาคีได้รับรายงานความคืบหน้าของอนุกรรมการฯทั้ง 3 ชุด และกรรมการทุกฝ่ายได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง แต่เนื่องจากกรรมการแต่ละฝ่ายยังมีจุดยืนที่แตกต่างกัน พลเอกสกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมการไตรภาคี จึงให้กรรมการแต่ละท่าน สรุปความคิดเห็นและเหตุผลที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย พร้อมข้อเสนอ เพื่อนำรายงานและความเห็นของคณะกรรมการชุดใหญ่ทั้งหมด เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

          “การระบุว่า กฟผ. ไม่รอผลการพิจารณาของคณะกรรมการไตรภาคีจึงไม่เป็นความเป็นจริง กฟผ. เชื่อมั่นว่า ทุกฝ่ายจะเคารพการดำเนินงานของคณะกรรมการไตรภาคี อันจะนำมาซึ่งข้อยุติที่ได้รับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างเป็นเหตุเป็นผล รวมทั้งที่สำคัญคือ เพื่อให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมโดยรวม" โฆษก กฟผ. กล่าวย้ำในตอนท้าย