ปีหน้า สัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าของสหรัฐ จะกลับมาสูงกว่าก๊าซธรรมชาติ

20161220-A01-00

          ด้วยเทคโนโลยี hydraulic fracturing ในการขุดน้ำมันของสหรัฐอเมริกาที่มีมากว่า 60 ปี ได้รับการพัฒนามาใช้สกัดน้ำมันและก๊าซจากแหล่งหินน้ำมัน (shale) ทำให้ในช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมา เกิดการแปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยสหรัฐอเมริกาสามารถผลิตและมีปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้นจำนวนมหาศาล จนเป็นประเทศที่มีราคาก๊าซธรรมชาติถูกที่สุดในโลก และรัฐบาลอนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมันในปีนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี

20161220-A01-02

          จากระดับราคาก๊าซธรรมชาติทีถูกลงดังกล่าว ทำให้ในเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมา ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซในสหรัฐ เริ่มต่ำกว่าถ่านหินเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่จากราคาก๊าซในปัจจุบัน และแนวโน้มราคาที่เพิ่มขึ้น EIA (U.S. Energy Information Administration) คาดการณ์ว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติจะกลับมาสูงกว่าถ่านหินอีกครั้งในต้นปี 2560

          ทั้งนี้ตั้งแต่กลางปี จนถึงธันวาคม 2559 ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดจรของสหรัฐ (Henry Hub) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.8 เหรียญต่อล้านบีทียู เป็น 3.5 เหรียญต่อล้านบีทียู เช่นเดียวกับราคาตลาดจรญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายน ที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 7 เป็น 8.5 เหรียญต่อล้านบีทียู และยุโรปจาก 4.5 เป็น 5 เหรียญต่อล้านบีทียู (ที่มา www.quandl.com/) โดยการปรับขึ้นลงของราคา LNG ในตลาดสหรัฐจะขึ้นอยู่กับแหล่งผลิต ส่วนราคา LNG ในตลาดยุโรป และเอเชียจะแพงกว่า และปรับขึ้นลงตามราคาน้ำมัน

20161220-A01-03

          IEA ยังคาดการณ์ด้วยว่า สัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 31 ในปีหน้า และจะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับการใช้ก๊าซธรรมชาติ

ที่มา : บทความ EIA เรื่อง Coal may surpass natural gas as most common electricity generation fuel this winter เดือน พ.ย. 2559