036.jpg

ปวงประชาร่วมตามรอยเขื่อนพระราชา สานต่อพระราชปณิธานการพัฒนาที่ยั่งยืนในงาน “รวมใจภักดิ์รักพ่อ สานต่อปณิธาน” เขื่อนภูมิพล

          ประชาชนจำนวนมากร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 อย่างหาที่สุดมิได้ ในงาน “รวมใจภักดิ์รักพ่อ สานต่อปณิธาน” ที่ กฟผ. เขื่อนภูมิพล จัดเพื่อ เผยแพร่พระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพ ด้านวิศวกรรม การพัฒนาแหล่งน้ำ เขื่อนและพลังงาน พร้อมตั้งมั่นสืบสาน 9 พระราชปณิธานพ่อหลวงให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติ

20170201 MIS01 01

          เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2559 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดงาน “รวมใจภักดิ์รักพ่อ สานต่อปณิธาน” เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมจุดเทียนแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายธนรัชต์ ภุมมะกสิกร ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กฟผ. นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล ข้าราชการ หน่วยงานเอกชน และประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ บริเวณสวนน้ำพระทัย เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก

          ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ตลอดเวลา 70 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ พระองค์ได้สร้างประโยชน์สุขให้กับแผ่นดิน และมหาชนชาวสยามอย่างแท้จริง จึงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รัก เทิดทูน และเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ทรงสั่งสอนแนะนำปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า “คำสอนของพ่อ” ที่ได้พระราชทานไว้นับเป็นมรดกล้ำค่าของแผ่นดิน การจัดงาน “รวมใจภักดิ์รักพ่อ สานต่อปณิธาน” ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกกิจกรรมที่เราจะได้ร่วมสืบสานพระราชปณิธาน เป็นการสดุดีพระเกียรติคุณ พระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ และแสดงพระอัจฉริยภาพอันหลากหลายในด้านต่างๆ ของพระองค์ ให้พสกนิกรชาวไทยได้รับทราบ

          นายธนรัชต์ กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยจะผ่านช่วงเวลาความทุกข์เศร้าที่สุดมานานกว่า 100 วัน แต่ความอาลัยของประชาชนชาวไทยที่มีต่อ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ยังคงมีอยู่ตลอดเวลา ความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับจังหวัดตาก จัดงาน “รวมใจภักดิ์รักพ่อสานต่อปณิธาน” ระหว่างวันที่ 28 - 30 มกราคม 2560 ครั้งนี้เพื่อเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ รวมถึง ด้านวิศวกรรม ในการพัฒนาแหล่งน้ำ เขื่อน และพลังงาน นับเป็นการพัฒนาที่มีความยั่งยืน สร้างประโยชน์สุขให้ประชาชนและสร้างความเจริญให้กับประเทศชาติ ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ของพระราชปณิธานที่ กฟผ. ร่วมสืบสาน ได้แก่ ด้านการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนด้านการประดิษฐ์และนวัตกรรมด้านการดูแลรักษาป่าและน้ำ ด้านความพอเพียงและการเอาชนะความยากจน ด้านการดูแลชาวนา ด้านการศึกษา ด้านการประหยัด ด้านการเสียสละและการให้ทาน ด้านการส่งเสริมให้เป็นคนดี

          สำหรับกิจกรรมในงานนอกจากได้ร่วมกันจุดเทียนแสดงความอาลัยและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีแล้วยังได้ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ อาทิ พ่อของแผ่นดิน, โครงการพระราชดำริ, นิทรรศการเกี่ยวกับพระราชดำรัสพลังงานทดแทนแบบจำลองโครงการพระราชดำริต้นไม้แห่งความดีฝายชะลอน้ำและโครงการชีววิถีที่ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้อย่างเหมาะสม รวมถึงมีการจัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์ ณ อาคารบริหารจัดการน้ำซึ่งเคยเป็นที่ประทับเพื่อทรงงานเมื่อครั้งเสด็จเขื่อนภูมิพลเมื่อปี พ.ศ. 2501

20170201-MIS01-02

          นอกจากนี้จัดให้มีการแสดงละครเวทีเทิดพระเกียรติฯ ดนตรีบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) การแสดงโขน การแสดงของชุมชน การจำลองวิถีชีวิตคนบ้านนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จำลอง“กาดต้าตง”ตลาดนัดชุมชนถนนคนเดินอำเภอบ้านตากและการออกร้านจำหน่ายสินค้าโอท็อปและผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดตาก นอกจากนี้ภายในงานยังให้บริการทันตกรรมและตรวจรักษาโรคทั่วไป การฝึกสอนอาชีพ เช่น การทำมาลัยใบเตยมะกรูด ใบเตยเครื่องหอมดอกไม้จันทร์และเรียนการผนึกภาพ อีกทั้งยังมีอาหารชวนชิมจากอำเภอต่างๆ ในจังหวัดตากมาแจกให้กับผู้ร่วมงานด้วย

          เขื่อนภูมิพล ได้รับพระกรุณาพระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า ‘เขื่อนภูมิพล’ ในปี พ.ศ. 2500 โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่พ.ศ. 2496 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงให้ความสนพระทัยนับแต่เริ่มดำเนินการก่อสร้าง โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการดำเนินการก่อสร้างขุดเจาะอุโมงค์ผันน้ำ และทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกและเป็นเขื่อนแห่งเดียวที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งที่ใช้ในการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร สามารถปล่อยน้ำในอ่างเก็บน้ำ ไปช่วยเหลือราษฎรในบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร ตลอดจนพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาประมาณ 7.5 ล้านไร่ รวมทั้งช่วยป้องกันน้ำเค็มในเขตนครหลวง กรุงเทพมหานคร ธนบุรี นนทบุรี และนครปฐม อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สำคัญของประเทศ ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมาเขื่อนภูมิพลยังมีเรือนรับรองพิเศษที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงเสด็จมาประทับและใช้เป็นสถานที่ทรงงานเยี่ยมราษฎรและติดตามงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ อีกด้วย