นิตยสาร The Sun เปิดเผยรายงานล่าสุดของสถาบันวิจัย Civitas ประเทศอังกฤษ ที่เสนอให้อังกฤษ “สร้างความเข้มแข็ง” ด้านพลังงานด้วยการยกเลิกการอุดหนุนพลังงานสะอาด เพื่อลดค่าไฟฟ้าให้ต่ำกว่าของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป พร้อมกับแนะนำนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษว่า การรีบเร่งเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนยิ่งกระตุ้นให้เกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจประเทศ

20170215-ART01-01

สถาบันวิจัย Civitas แนะนำให้นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ใช้โอกาสที่อังกฤษถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ยกเลิกการสนับสนุนโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ และกลับมาเปิดเหมืองถ่านหินอีกครั้ง

          รายงานของ Civitas ยังระบุด้วยว่า ค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมของอังกฤษปรับเพิ่มขึ้นเท่าตัวตั้งแต่ พ.ศ. 2547 จนทำให้ผู้ผลิตย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในประเทศด้วย โดยในปี 2557 ค่าไฟฟ้าในอังกฤษสูงกว่าค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปถึงร้อยละ 25

20170215-ART01-02

กราฟเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมของอังกฤษกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ในปี 2558 (หน่วย: เพนซ์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง)
https://notalotofpeopleknowthat.wordpress.com/2016/04/06/comparison-of-industrial-electricity-prices-in-the-eu/

          นายกลินน์ แกสคาร์ท ผู้เขียนรายงานวิจัยฉบับดังกล่าว กล่าวว่าอังกฤษควร “ฉีก” นโยบายพลังงานในปัจจุบันทิ้ง แล้วร่างนโยบายใหม่ที่เน้นให้พลังงานมีราคาคงที่และถูก เพื่อประโยชน์สำหรับผู้ใช้ไฟทุกคน

          “ค่าไฟควรจะมีราคาถูกมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องแรก เพื่อรับประกันว่าการจัดหาพลังงานจะมีความมั่นคงเพียงพอ และควรให้ความสำคัญกับต้นทุนพลังงานที่มีราคาต่ำเป็นลำดับที่สอง”

20170215-ART01-03

รายงานวิจัยเรื่อง “Competitiveness Before Carbon” หรือ “ประเทศต้องแข่งขันได้ ภายใต้นโยบายลดคาร์บอน” ตีพิมพ์ต้นเดือน กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา

          นายกลินน์ แกสคาร์ท ยังให้คำแนะนำในรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในการเจรจาออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หากที่ประชุมพยายามกดดันให้อังกฤษช่วยรับภาระค่าไฟฟ้าของยุโรป รัฐบาลอังกฤษควรพิจารณาถอนแผนการร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกจากสหภาพยุโรปด้วย

          มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2563 เงินอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนจะทำให้ผู้ใช้ไฟภาคครัวเรือนในทุก ๆ หลังต้องรับภาระจ่ายค่าไฟสูงขึ้นจากเดิมถึง 110 ปอนด์ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมเกือบ 20 ปอนด์

          ทั้งนี้ เมื่อปี 2554 รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่ซึ่งมีเงินทุนกว่า 8 พันล้านปอนด์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการฟาร์มกังหันลมและแสงอาทิตย์

20170215-ART01-04

กราฟเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากบริษัทผลิตเหล็กในอังกฤษและประเทศยุโรปอื่น ๆ ในปี 2557 (หน่วย: เพนซ์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง)
https://notalotofpeopleknowthat.wordpress.com/2016/04/06/comparison-of-industrial-electricity-prices-in-the-eu/

แปลและเรียบเรียง สุภร เหลืองกำจร
ที่มา https://www.thesun.co.uk/news/2825914/brexit-britain-should-weaponise-energy-by-binning-green-levies-to-slash-electricity-prices-below-the-levels-seen-in-every-other-eu-state-a-think-tank-claims/