006.jpg

กฟผ. เตรียมสรุปรายงาน EHIA เสนอ สผ. ย้ำ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตชุมชน

          กฟผ. เดินหน้าตามขั้นตอน EHIA พร้อมนำความเห็นของ คชก. และคณะฯไตรภาคี ประกอบการพิจารณาในรายงานฯ เสนอต่อ สผ. อย่างครบถ้วน โดยย้ำถ่านหินเป็นทางออกสู่การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานภาคใต้ในอนาคต

20161129-P01-01

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ ในฐานะ โฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงการดำเนินงานโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจในเรื่องการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ กฟผ. ได้นำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557 และได้มีการเพิ่มเติมความคิดเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ (คชก.) อีกจำนวน 165 ข้อ ในเวลาต่อมา ซึ่งระหว่างรอการพิจารณา ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความเห็นว่า กฟผ. ควรถอนรายงานจนกว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการไตรภาคีจะได้ข้อยุติ

          มติของ กพช. เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 60 ที่ขอให้ สผ. เริ่มกระบวนการพิจารณารายงาน EHIA ต่อนั้น มิใช่เป็นการอนุมัติให้ก่อสร้างโครงการฯ แต่อย่างใด ส่วนข้อสังเกตของคณะกรรมการไตรภาคีที่ กพช. ให้เพิ่มนั้น กฟผ. จะเร่งรัดจัดทำเพิ่มเติมและส่งให้ สผ. พิจารณาต่อไป

          การลงทุนเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียของบริษัท EGATi เป็นการประกันความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินในต่างประเทศที่บริษัทไปร่วมลงทุน และเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ ถ่านหินจากเหมืองแห่งนี้ มีค่าความร้อนไม่ตรงกับคุณสมบัติถ่านหินที่ใช้กับโรงไฟฟ้ากระบี่ เนื่องจากไม่ใช่วัตถุประสงค์ในการลงทุนของบริษัท จึงจะไม่มีการขายถ่านหินให้โรงไฟฟ้ากระบี่

          การเลือกใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เนื่องจากมีปริมาณสำรองที่มั่นคงและมีราคาต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยถูกกว่า LNG และพลังงานหมุนเวียนชนิดอื่น รวมทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินยังเป็นโรงไฟฟ้าหลักที่ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง ตลอดจนใช้เทคโนโลยีสะอาด (Ultra Super Critical) ที่ทันสมัย สามารถควบคุมค่ามลสารให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

          การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ มีปริมาณ 4.7 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และโครงการโรงไฟฟ้าเทพา จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 12.9 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี เมื่อรวมทั้งสองโรงไฟฟ้าจะมีปริมาณเท่ากับ 17.6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคคมนาคมขนส่ง และพาหนะของประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบจากข้อมูลถึง 3.7 เท่า

          ทั้งนี้ การเปรียบเทียบการใช้ข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ในปี 2555 พบว่ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคคมนาคมขนส่งและพาหนะรวม 64.23 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี

          บริษัทจีนร่วมกับอิตาเลียนไทยเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดในการประมูลโรงไฟฟ้าฯ ซึ่งทำให้ไม่มั่นใจในเทคโนโลยีนั้น ขอชี้แจงว่า เทคโนโลยีของบริษัทที่ชนะการประกวดราคาก่อสร้างโรงไฟฟ้าฯ จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด เนื่องจากการคัดเลือกผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้า เป็นการคัดเลือกผ่านการประกวดราคาระดับนานาชาติ ที่ผู้เข้าประกวดราคาทุกรายจะต้องนำเสนอรายละเอียด และคุณสมบัติทางเทคนิค รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ ให้คณะกรรมการพิจารณา โดยที่อุปกรณ์หลักจะต้องผ่านการตรวจสอบ และมีระยะเวลาการเดินเครื่องจริงตามที่กำหนด เมื่อผ่านเกณฑ์ทางเทคนิค จึงจะเปิดซองราคาต่อไป ในข้อเท็จจริงบริษัทจีนที่เสนอราคาต่ำสุด ได้เสนอรายละเอียดของอุปกรณ์หลัก เช่น หม้อต้ม เครื่องกำจัดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เครื่องกำจัดฝุ่น เครื่องกำจัดออกไซด์ของไนโตรเจน เครื่องกำจัดปรอท ที่ออกแบบและผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตจากประเทศอเมริกา และเยอรมนี ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมทั้งประเทศต่างๆ ทั้งสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น และจีน ได้เปลี่ยนมาสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และการควบคุมมลภาวะ ดังเช่นในปัจจุบันสินค้าชื่อดังทั่วไปก็ผลิตจากประเทศจีน ภายใต้มาตรฐานของเจ้าของสินค้านั้น ๆ

          จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ กฟผ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยภาครัฐ ว่าจะดำเนินกระบวนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ด้วยความโปร่งใส ตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ เพื่อมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศไทย โฆษก กฟผ. กล่าวทิ้งท้าย