20170223-ART01-01

          1. คุณปานเทพ บอกว่า ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว การสร้างโรงไฟฟ้าจึงเชื่อมกันหมดทั้งประเทศ บางภูมิภาคมีกำลังการผลิตเหลือก็สามารถส่งไฟฟ้าไปให้กับอีกภาคหนึ่งที่ขาดแคลนไฟฟ้าได้เป็นเรื่องปกติ ด้วยเหตุผลตรงนี้การไฟฟ้าจึงได้มีการลงทุนขยายสายส่งไปภาคใต้เพิ่มในแผนพัฒนาผลิตไฟฟ้า PDP 2015 อยู่แล้ว แสดงให้เห็นว่าเรื่องสายส่งไฟฟ้าไปยังภาคใต้เป็นเรื่องปกติ

          ชี้แจง ระบบไฟฟ้าไทย ถูกออกแบบมาให้ส่งไฟฟ้าไปมากันได้ก็จริง แต่ภาคใต้มีความพิเศษ สายส่งไปได้แนวเส้นทางเดียว ถ้าเกิดเหตุเช่น ฝนฟ้าคะนอง ลมแรง วาตภัย ก็มีโอกาสขัดข้องพร้อมกัน เปรียบเทียบกับเขตกรุงเทพฯที่ไฟฟ้าขาดเหมือนกัน แต่มาได้จากทั้ง 3 ทิศ ย่อมมีโอกาสหายพร้อมกันได้ยาก การวางยุทธศาสตร์ไฟฟ้าภาคใต้ จึงต้องให้เลี้ยงตัวเองได้ สายส่งไว้สำรองหรือใช้บางเวลา

          2. คุณปานเทพ บอกว่า ตามแผนพัฒนาผลิตไฟฟ้า PDP 2015 "เฉพาะภาคใต้" ปี 2560 กำลังการผลิตติดตั้งสูง 3,513 เมกกะวัตต์ สูงกว่าที่คาดการณ์ว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 2,809 เมกกะวัตต์ ทุกวันนี้ก็ใช้วิธี "ลดกำลังการผลิตไฟฟ้า" ให้น้อยกว่าที่ติดตั้งเพื่ออ้างดึงไฟฟ้าจากภาคกลาง จริงหรือไม่? ตัวอย่างเช่น ข้อมูลของภาคใต้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 19.13 น.

          ชี้แจง ภาคใต้มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงในระบบไฟฟ้า เนื่องจากมีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 2,700 เมกะวัตต์ โดยมีกำลังผลิตในพื้นที่ 3,000 เมกะวัตต์ ขณะที่โรงไฟฟ้าหลักที่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องมีราว 2,400 เมกะวัตต์ ที่เหลือเป็น รฟ. พลังน้ำ ส่วนโรงไฟฟ้ากระบี่ใช้น้ำมันเตา เป้นโรงไฟฟ้าสำรอง ซึ่งต้องใช้เวลาเริ่มเดินเครื่องนับ 10 ชั่วโมงจึงจะจ่ายไฟฟ้าได้ สำหรับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 ช่วงหัวค่ำ รฟ.จะนะยังหยุดซ่อมอยู่ ประกอบกับมีอุบัติเหตุคนจมน้ำท้ายเขื่อนรัชชประภา จึงเดินเครื่องไม่ได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ทำงานหาร่างผู้จมน้ำ ทำให้ต้องรับไฟฟ้าจากภาคกลาง แนวทางในการเดินเครื่อง จะเป็นลักษณะเดียวกับที่ชี้แจงในเพจ "คุยกับหม่อมกร" ครับ

          3. คุณปานเทพ บอกว่า ถ้าสายส่งจากภาคกลางส่งไปไปภาคใต้มีปัญหาจริงและไฟฟ้าภาคใต้ขาดจริงด้วยแล้ว เหตุใดประเทศ ไทยจะยอมให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวขายไฟฟ้าผ่านโครงข่ายสายส่งของไทยส่งไกลข้ามประเทศไปยังมาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ไกลอย่างมากได้อย่างไร?

          ชี้แจง โครงการที่ลาวจะขายไฟฟ้าให้มาเลเซีย 100 เมกะวัตต์ เป็นโครงการทดลองของการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือไฟฟ้าระหว่างประเทศระยะยาว จะซื้อขายกันได้ตามเวลาที่ตกลงกัน เช่น เวลาที่ความต้องการไฟฟ้าแตกต่างกันของไทยกับมาเลเซีย ซึ่งเป็นสิทธิของแต่ละประเทศ่ ดังนั้น กฟผ. จะเปิดให้ซื้อขายกันได้ก็ต่อเมื่อเวลาที่ขายไม่กระทบกับไฟฟ้าภาคใต้ โดยกลไกจะมีการอนุญาตเป็นรายชั่วโมง 1 วันล่วงหน้า ปัจจุบัน ยังไม่มีการซื้อขายกัน อยู่ในระหว่างการศึกษาความพร้อมของแต่ละประเทศ

          4. คุณปานเทพ บอกว่า ถ้ารัฐบาลห่วงใยในเรื่องไฟฟ้าที่ภาคใต้จริง และไฟฟ้าขาดแคลนจริง เหตุใดจึงปล่อยให้ไตรเอ็นเนอร์จีซึ่งเป็นบริษัทลูกของราชบุรีโฮลดิ้ง ซึ่งจะหมดอายุสัญญาผลิตไฟฟ้าลงแต่ยังมีศักยภาพที่จะผลิตไฟฟ้าต่อไปอีก 10 ปี และพร้อมขายไฟฟ้าในประเทศไทย ในราคาที่ถูกลง แต่กลับไปปล่อยให้บริษัทดังกล่าวส่งออกไฟฟ้าไปเมียนมาเพื่อลดกำลังการผลิตไฟฟ้าลง อันเป็นเหตุอ้างที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใช่หรือไม่? และถ้าห่วงใยเรื่องการผลิตไฟฟ้าว่าจะไม่พอที่ภาคใต้จริง เหตุใดจึงไม่รับซื้อไฟฟ้า ไม่จัดทำสายส่งไฟฟ้าไปยังโรงงานน้ำมันปาล์มจังหวัดกระบี่ 18 แห่ง ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้จากก๊าซชีวภาพ และก๊าซชีวมวล ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากน้ำเสียและเศษปาล์มระหว่างผลิตน้ำมันปาล์ม?

          ชี้แจง การที่โรงไฟฟ้าไตรเอนเนอยี หมดสัญญา และอยากขายไฟฟ้าต่อนั้น กฟผ. มิได้รับซื้อ เพราะก๊าซฯพม่าก็มีแนวโน้มลดลง และภาคตะวันตกไม่ได้ขาดไฟฟ้าเหมือนภาคใต้ ส่วนการที่โรงไฟฟ้าดังกล่าว จะขายไฟฟ้าไปพม่าแทนนั้น ยังทำไม่ได้เพราะขัดกฎหมาย และข้อกำหนดหลายข้อ แนวคิดดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงครับ

          เรื่องการรับซื้อพลังงานหมุนเวียน ประเทศไทยส่งเสริมเต็มศักยภาพ ตามแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน แต่เนื่องจากแหล่งผลิตอยู่กระจัดกระจาย ซึ่ง กฟผ. อยู่ระหว่างการขยายระบบส่งในภาคใต้รองรับ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ภาคใต้จำเป็นต้องมีพลังงานหลักเพิ่มขึ้น ให้มากพอที่จะค้ำระบบที่มีพลังงานที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นด้วย

ดูโพสต์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
https://www.facebook.com/123613731031938/photos/a.123920204334624.18090.123613731031938/1348050545254911/?type=3&theater