Black Ribbon

012.jpg

ปรับฐานข้อมูลใหม่ทำให้พีคไฟฟ้าปี 2560 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ 32,059 เมกะวัตต์

20170324-MIS03-02

          กระทรวงพลังงาน ปรับฐานข้อมูลพีคไฟฟ้าของประเทศใหม่ ทำให้พีคไฟฟ้าปี 2560 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 32,059 เมกะวัตต์ ท่ามกลางอากาศร้อน 40 องศาเซลเซียส ช่วงระหว่างปลาย มี.ค. - พ.ค. 2560 ในขณะที่มาตรการลดใช้ไฟฟ้าภาคสมัครใจหรือ Demand Response ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือต่ำกว่าเป้าหมาย

20170324-MIS03-01

          นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ปรับฐานยอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ของประเทศในช่วงฤดูร้อนของปี 2560 นี้ มาอยู่ที่ 32,059 เมกะวัตต์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ และสูงกว่าปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 30,973 เมกะวัตต์ หรือสูงขึ้นถึง 1,086 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีการนำข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก (Very Small Power Producer: VSPP) ซึ่งมีสูงถึง 6,673 เมกะวัตต์ เข้ามารวมอยู่ด้วย จากที่ผ่านมาไม่สามารถรวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้ เนื่องจากไม่มีการแจ้งข้อมูลมายังภาครัฐโดยคาดว่าพีคไฟฟ้า น่าจะเกิดช่วงปลายเดือน มี.ค. ถึงต้นเดือน พ.ค. 2560 นี้

          สำหรับ การเตรียมความพร้อมในส่วนของการลดพีคไฟฟ้าลงนั้น กระทรวงพลังงานจะรณรงค์ให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันประหยัดไฟฟ้าผ่านมาตรการง่ายๆ เช่น การปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ การปรับแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส การเปลี่ยนมาใช้หลอด LED เป็นต้น รวมทั้งจะมอบหมายให้กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินมาตรการ Demand Response หรือ DR ซึ่งเป็นมาตรการให้ภาคเอกชน ลดการใช้พลังงานลงด้วยความสมัครใจ

          ด้านนายเริงชัย คงทอง ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า กล่าวว่า กฟผ. คาดว่าฤดูร้อนนี้อุณหภูมิเฉลี่ยประเทศจะอยู่ที่ระดับ 37 องศาเซลเซียส และสูงสุดที่ 40 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดพีคไฟฟ้าของประเทศสูงสุดที่ 32,059 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม กฟผ.มีกำลังผลิตติดตั้งไฟฟ้าอยู่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ จึงคาดว่าจะรับมือกับพีคไฟฟ้าในปีนี้ได้ โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส จะทำให้ยอดการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 400 เมกะวัตต์

          ในส่วนการปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานา ระหว่างวันที่ 25 มี.ค. - 2 เม.ย. 2560 รวมระยะเวลา 9 วันนั้น จะกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าประมาณ 6,400 เมกะวัตต์ ซึ่ง กฟผ. ได้เตรียมสำรองน้ำมันเตา 102 ล้านลิตร ให้โรงไฟฟ้าราชบุรีและโรงไฟฟ้าบางปะกง และเตรียมน้ำมันดีเซล 13.9 ล้านลิตร ให้โรงไฟ้ฟ้าไตรเอนเนอจี้ โรงไฟฟ้าราชบุรี และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 1 พร้อมสั่งงดซ่อมโรงไฟฟ้าในพื้นที่ กทม. รวมถึงดูแลสายส่งไฟฟ้าให้มีความพร้อมใช้งานเสมอ