035.jpg

ชี้แจงข้อเท็จจริง คอลัมน์สังคมข่าว หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 10 มีนาคม 2560 หน้า 5

          ตามที่อ้างถึงคอลัมน์สังคมข่าว หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 10 มีนาคม 2560 หน้า 5 นำเสนอในประเด็นโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างจากจีน แต่ไม่เคยไปศึกษาหรือดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในประเทศจีน และประเด็นหากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ไม่เกิด กระทรวงพลังงานเตรียมแผนสำรองให้บริษัทลูกของ กฟผ. สร้างโรงไฟฟ้าแทน นั้น กฟผ. ขอเรียนชี้แจง ดังนี้

1. ประเด็น: โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างจากจีน แต่ไม่เคยไปศึกษาหรือดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศจีน

          กฟผ. ขอเรียนตามที่ได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้วอย่างชัดเจนว่า การคัดเลือกผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นการคัดเลือกผ่านการประกวดราคาระดับนานาชาติ ผู้เข้าประกวดราคาทุกรายต้องนำเสนอรายละเอียดและคุณสมบัติทางเทคนิค รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ให้คณะกรรมการพิจารณา โดยบริษัทจีนร่วมกับอิตาเลียนไทย ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำที่สุดในการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดกระบี่ จะใช้อุปกรณ์หลักที่เป็นเทคโนโลยีจาก 2 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี

          1. เครื่องผลิตไฟฟ้าแบบกังหันไอน้ำ (Turbine Generator) เป็นเทคโนโลยีจากเยอรมนี และผลิตในเยอรมนี

          2. หม้อไอน้ำ และอุปกรณ์กำจัดมลสาร เป็นเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลิตในจีน ทว่ามีการควบคุมมาตรฐานโดยวิศวกรจากสหรัฐอเมริกา ในรูปแบบเดียวกันกับการที่จีนเป็นฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บริษัทชั้นนำต่าง ๆ ทั่วโลก

          สำหรับเหตุที่ไม่ไปดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จีนนั้น กฟผ. นำคณะสื่อมวลชนไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นและยุโรป เพื่อไปดูเทคโนโลยีของโรงไฟฟ้าที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย และดูตัวอย่างการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นแบบที่ดีของโลก ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินในญี่ปุ่น และยุโรปไม่ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

2. ประเด็น: หากโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่เกิด กระทรวงพลังงานเตรียมแผนสำรองให้บริษัทลูกของ กฟผ. สร้างโรงไฟฟ้าแทน

          กฟผ. ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ กฟผ. ศึกษาและทำความเข้าใจ EIA และ EHIA ใหม่ โดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งตามภารกิจหน้าที่ กฟผ. ต้องดูแลระบบไฟฟ้าของภาคใต้ให้มั่นคงและได้มีการวางแผนไว้ระดับหนึ่งแล้ว แต่อย่างก็ตาม การจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ต้องรอผลการพิจารณาจากรัฐบาล

          สำหรับการเตรียมแผนสำรองกรณีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ล่าช้าออกไป ระหว่างนี้ กฟผ. ได้มีการบริหารความเสี่ยง ด้วยการเร่งดำเนินโครงการสายส่งไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ เพื่อเสริมความมั่นคงระบบส่งจากภาคกลางสู่ภาคใต้ คาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าราวปี 2562

          กฟผ. ขอเรียนข้อมูลดังกล่าวเพิ่มเติมเพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลอย่างรอบด้าน หากท่านมีความประสงค์ที่จะรับทราบข้อมูลในประเด็นใด ๆ เพิ่มเติม หรือประสงค์จะส่งข้อมูลให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กฟผ. จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง

          ขอแสดงความนับถือ (นายศานิต นิยมาคม) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ ทำการแทน ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย