สาระสำคัญ “การสร้างความเข้าใจสถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้จากเวทีจังหวัดสงขลา”

          เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560 คณะกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ จัดกิจกรรมบรรยายสร้างความรู้ความเข้าใจสถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้พร้อมกัน 3 แห่ง ที่จังหวัดสงขลา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ซึ่งทั้ง 3 เวที มีผู้เข้าร่วมราว 3,447 คน และแสดงความคิดเห็น 64 คน ประกอบด้วย
          เวทีจังหวัดสงขลา เดินทางมาจาก 6 จังหวัด ได้แก่ สงขลา พัทลุง สตูล นราธิวาส ยะลา และปัตตานี รวม 1,136 คน มีผู้แสดงความคิดเห็น 24 คน
          เวทีจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาจาก 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง รวม 1,154 คน มีผู้แสดงความคิดเห็น 15 คน
          เวทีจังหวัดกระบี่ มาจาก 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก๊ต รวม 1,157 คน มีผู้แสดงความคิดเห็น 25 คน

เวทีสงขลา

          สำหรับเวทีจังหวัดสงขลา จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีจำนวนผู้ลงทะเบียนกว่า 1,100 คน จากผู้แทนชุมชน ประชาชนในพื้นที่ องค์กรเอกชน และสื่อมวลชน โดย พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวต้อนรับว่า การจัดกิจกรรมการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ มีผู้เข้าร่วมงานจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ ฝ่ายปกครอง ผวจ. นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคประชาชนและภาคประชาสังคม ในภาคเช้าเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจสถานการณ์พลังงานในพื้นที่ภาคใต้จาก 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงพลังงาน กฟผ. และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับภาคบ่ายเป็นการนำเสนอความคิดเห็นจากผู้แทนจังหวัดต่างๆ ที่เข้าร่วมงาน

20170329-ART01-01

พันเอกวินธัย สุวารี

          พลโทคุณวุฒิ หมอแก้ว แม่ทัพน้อยที่ 4 กล่าวเปิดกิจกรรมว่า การจัดเวทีในวันนี้เพื่อเป็นเวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจ รับฟังความคิดเห็นและยอมรับความเห็นที่แตกต่าง ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ
          1. สร้างความรู้ให้ประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ มีความเข้าใจด้านสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าภาคใต้
          2. รับฟังความเห็นของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์ ในบรรยากาศของความปรองดอง จึงขอให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านได้เป็นผู้แทนคนไทยทั่วประเทศ แสดงความเห็นเพื่อแก้ปัญหาพลังงานของประเทศ

20170329-ART01-02

พลโทคุณวุฒิ หมอแก้ว

การพัฒนาพลังงานของประเทศเน้นการกระจาย และการสร้างสมดุลพลังงาน

          สำหรับการบรรยายในช่วงเช้า ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้บรรยายในหัวข้อ “สถานการณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้” ว่า เป้าหมายของกระทรวงพลังงาน คือการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประเทศ ให้มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ มีราคาที่เหมาะสม ซึ่งไม่มีทางทำได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

20170329-ART01-03

ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ

          ทั้งนี้ การพัฒนาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ คำนึงถึง 3 ปัจจัย ได้แก่
          1. ความมั่นคง พลังงานไฟฟ้าต้องมีใช้ตลอด 24 ชั่วโมง ต้องพยายามไม่ให้เกิดความเสี่ยง และไม่พึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป
          2. ราคาไม่แพง ค่าไฟฟ้ามีความสำคัญต่อภาคส่วนต่างๆ ถ้าราคาแพงจะทำให้เดือดร้อน และมีผลต่อการพัฒนาประเทศ
          3. สิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะมาทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ยึดหลักกระจายและสร้างสมดุล (Mix & Balance) เพื่อให้เกิดสมดุลพลังงานและสิ่งแวดล้อม

ทำไมต้องมีโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

          ขณะนี้ ประเทศไทยมีกำลังผลิตประมาณ 40,000 เมกะวัตต์ มีความต้องการใช้ประมาณ 30,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นกำลังผลิตสำรองราวร้อยละ 30 แต่โรงไฟฟ้าต้องมีการปิดซ่อมแซม ในขณะที่ความต้องการใช้ยังคงมีอยู่ ดังนั้นจึงต้องมีกำลังผลิตสำรอง
          สำหรับคำถามที่ว่า ถ้ามีเพียงพอแล้วทำไมต้องสร้างเพิ่มนั้น ภาพรวมเราใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ ในการผลิตไฟฟ้ามาก ซึ่งก๊าซธรรมชาติมีน้อยลงๆ และกำลังจะหมดไป ทำให้เราต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพงส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าสูงขึ้น
          ดังนั้น จึงต้องกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ไม่พึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป และการที่แหล่งผลิต มีการกระจุกตัวอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออก ทำให้แต่ละภาคต้องพึ่งพาการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางทำให้เกิดปัญหาเรื่องแรงดันไฟฟ้า
          สำหรับพลังงานหมุนเวียน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้มีสัดส่วนร้อยละ 20 ซึ่งขณะนี้มีอยู่แล้ว 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน และเมื่อรวมกำลังผลิตทั้ง 9 ประเทศอาเซี่ยนยังมีไม่ถึง 3,000 เมกะวัตต์

ฝั่งอันดามัน น่าเป็นห่วง เพราะไม่มีแหล่งผลิตใหญ่ แต่ความต้องการไฟฟ้าสูง

          อย่างไรก็ตาม ในภาคใต้สถานการณ์น่าเป็นห่วง เนื่องจากมีกำลังผลิต 3,000 เมกะวัตต์ มีความต้องการใช้สูงสุด 2,700 เมกะวัตต์ มีโรงไฟฟ้าจากแก๊ซธรรมชาติแหล่งใหญ่คือ จะนะ และ ขนอม มีพลังน้ำจากเขื่อน รัชชประภาและเขื่อนบางลาง แต่ต้องปล่อยตามความต้องการด้านชลประทาน โดยกระแสไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้
          โรงไฟฟ้ากระบี่ ใช้น้ำมันเตาซึ่งมีราคาแพง โดยเฉพาะทางอันดามันยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะไม่มีแหล่งผลิตใหญ่ แต่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง จึงต้องมีการดึงไฟฟ้าจากภาคกลางเข้ามาเสริม ไฟฟ้าในภาคใต้จึงมีอัตราไฟฟ้าตกดับมากกว่าภาคอื่นๆ ซึ่งเกิดจากการหยุดซ่อมโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนที่พึ่งพาไม่ได้
          สาเหตุที่กล่าวว่า ไฟฟ้าในภาคใต้ขาดแคลนคือ ไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ได้ ต้องย้ายไปภาคกลาง ซึ่งภาคใต้มีอัตราการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าภาคอื่นๆ เนื่องจากมีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ทำให้ไฟฟ้าในภาคใต้จะเริ่มขาดแคลนในปี 2563 ซึ่งอาจจะต้องมีการซ้อมแผนฉุกเฉินสำหรับภาคส่วนต่างๆ ในแต่ละจังหวัดในอนาคต
          “การพัฒนาไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโต ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ ในราคาที่เหมาะสม และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีควบคู่กันไป”

ทางเลือกในการผลิตไฟฟ้า

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ กฟผ. บรรยายเรื่อง “ทางเลือกที่เหมาะสมและยอมรับได้ในการสร้างโรงไฟฟ้า”

20170329-ART01-04

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี

          กฟผ. เป็นหน่วยงานรัฐ มีภารกิจในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามที่กระทรวงพลังงานได้วางนโยบาย ตามแผน พัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 หรือ PDP2015 ใน 3 หัวข้อ ได้แก่
          1.ทางเลือกพลังงานไฟฟ้าที่สามารถดำเนินการได้ มีเชื้อเพลิงอะไรบ้างกี่รูปแบบ
          2.การดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชน (ในภาคพลังงานไฟฟ้า)
          3.ชุมชน ได้อะไรจากการมีโรงไฟฟ้า (ในพื้นที่)

1. ทางเลือกพลังงานไฟฟ้าที่สามารถดำเนินการได้

          1.1 พลังงานจากธรรมชาติ เป็นพลังงานที่มีอยู่แล้ว หาได้จากธรรมชาติ เช่น ลม แสงแดด น้ำ
                • พลังงานลม
                    การผลิตไฟฟ้าโดยใช้กังหันลม ทุกคนคิดว่าไม่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่จริงๆ แล้วมี ชุมชนไม่เห็นด้วย เรื่องเสียง นกที่บินเข้ามาโดนกังหันลมได้ ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีข้อเสียที่เกิดขึ้น เพื่อเปรียบเทียบว่าเหมาะสมที่จะสร้างหรือไม่
            ข้อดี - ไม่มีค่าเชื้อเพลิง
            ข้อจำกัด - ผลิตไฟฟ้าได้เป็นบางเวลา ไม่แน่นอน มีค่าลงทุนสูง สร้างในพื้นที่ป่า อาจกระทบเรื่องกฎหมายได้ตัวอย่างเช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลมลำตะคอง จ.นครราชสีมา ของ กฟผ.
                • แสงอาทิตย์
                    ในภาคใต้ มีค่าความเข้มของแสงมากในเดือน ก.พ.-พ.ค. โดยแผงโซลาร์เซลล์ 1 วัน จะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 4-5 ชม. ต้นทุนเมื่อ 5-6 ปีก่อนสูง แต่ปัจจุบันราคาลดลงเป็นลำดับ
            ข้อดี - ไม่มีค่าเชื้อเพลิง ได้มาจากธรรมชาติ กระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน
            ข้อจำกัด - ผลิตไฟฟ้าได้เป็นบางเวลา มีค่าลงทุนสูง
                • น้ำ
                    ในภาคใต้มีเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี เขื่อนบางลาง จ.ยะลา แต่ปัจจุบันไม่สามารถสร้างเขื่อนเพิ่มได้อีก เพราะความกังวลของประชาชนเรื่องสิ่งแวดล้อม และสัตว์ป่า
            ข้อดี - ไม่มีค่าเชื้อเพลิง ได้น้ำมาจากธรรมชาติ วัตถุประสงค์ใช้เพื่อการชลประทานเป็นหลัก แต่ เมื่อไม่ได้ปล่อยน้ำเพื่อการชลประทาน ก็จะไม่มีน้ำผลิตไฟฟ้า
            ข้อจำกัด - ผลิตไฟฟ้าได้เป็นบางเวลา

          1.2 พลังงานจากเชื้อเพลิงต่างๆ
                หมายถึงต้องจัดหาเชื้อเพลิงมาเผาต้มน้ำ เอาไอน้ำไปหมุนกังหัน ผลิตไฟฟ้า ได้แก่
                • ชีวมวล เป็นพลังงานหมุนเวียน ใช้แล้วผลิตขึ้นมาใหม่ได้ ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม เช่น กากปาล์ม เศษไม้ยางพารา กาบ/กะลามะพร้าว ซึ่งมีมากในภาคใต้
            ข้อดี - ใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้บางส่วน นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เป็นนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพลังงานที่ส่งเสริมให้อุดหนุนเกษตรกรมากขึ้น
            ข้อจำกัด - ปริมาณมีจำกัดขึ้นอยู่กับฤดูกาล ปีไหนแล้งหรือน้ำท่วมก็จะเสียหาย ไม่แน่นอน ค่าขนส่งสูง มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมถ้าบริหารจัดการไม่ดี จะมีฝุ่นเขม่า และกลิ่น จากการเผาชีวมวล
                • ก๊าซชีวภาพ (Biogas) เป็นการนำน้ำเสียจากโรงน้ำมันปาล์ม มันสำปะหลัง หรือมูลสัตว์ เพื่อนำก๊าซที่หมักได้ ต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพือ่ผลิตไฟฟ้าต่อไป
            ข้อดี - ลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าในฟาร์ม ลดก๊าซเรือนกระจก
            ข้อจำกัด - ใช้พื้นที่มากในการหมักกาซชีวภาพ ลงทุนสูง ผลิตได้จำนวนจำกัด
                • พลังงานขยะ เป็นการนำขยะไปเผาเพื่อต้มน้ำ แล้วนำไอน้ำไปหมุนกังหันผลิตไฟฟ้า
            ข้อดี - ช่วยกำจัดขยะชุมชน ลดก๊าซมีเทน ก๊าซเรือนกระจก
            ข้อจำกัด - ปัญหาเรื่องกลิ่น และการยอมรับของประชาชน ประชาชนไม่อยากให้สร้างใกล้บ้าน
                • น้ำมันปาล์ม
                    เปรียบเทียบราคาต้นทุนน้ำมันเตาและราคาค่าไฟฟ้าใน 1 หน่วยการผลิตไฟฟ้า เทียบได้กับการรีดผ้า 1 ชั่วโมง หรือเปิดแอร์ 1 ชั่วโมง น้ำมันเตาจะมีต้นทุนราคาลิตรละ 14.9 บาท เมื่อนำมาผลิตไฟฟ้า จะมีราคาค่าไฟหน่วยละ 3.78 บาท สำหรับน้ำมันปาล์มดิบจะมีต้นทุนปาล์มดิบกิโลกรัมละ 30.8 บาท ราคาค่าไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 8.42 บาท กฟผ.กระบี่ มีนโยบายรับซื้อปาล์ม ถ้าราคาปาล์มต่ำกว่าที่ 25 บาท/กิโลกรัม ทำเพื่อแทรกแซงตลาดน้ำมันปาล์มดิบ ยกระดับราคา ช่วยภาคการเกษตร
            ข้อดี - ช่วยเหลือเกษตรกร ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
            ข้อจำกัด - มีราคาแพง แย่งปริมาณน้ำมันปาล์มดิบในตลาดที่ใช้สำหรับครัวเรือน
                • เชื้อเพลิงฟอสซิล
                • ก๊าซธรรมชาติ ไทยใช้ก๊าซธรรมชาติ 70% ในการผลิตไฟฟ้า ใต้รับก๊าซจากอ่าวไทย ถ้าสัมปทานรอบที่ 21 ไม่ทัน ไทยจะไม่มีก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอ่าวไทยใช้ได้เพียงพอ และแหล่งก๊าซ JDA ในปี 2570 ก็จะหมดไป
                การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี จากตะวันออกกลางเข้ามาบรรจุไว้ที่คลังก๊าซธรรมชาติลอยน้ำ แปลงสภาพจากน้ำเป็นก๊าซต่อท่อในทะเลขึ้นบก ต่อท่อไปโรงไฟฟ้า จะขึ้นตรงไหนต้องศึกษาให้รอบคอบอีกครั้งในอนาคต แม้ว่า สามารถหาได้จากแหล่งทั่วโลก แต่ยิ่งอยู่ไกลก็ยิ่งค่าขนส่งสูง
            ข้อดี - เป็นเชื้อเพลิงสะอาด
            ข้อจำกัด - ปริมาณก๊าซมีแนวโน้มลดลง / LNG มีราคาแพง ใช้ราคาตลาดโลก แนวโน้มสูงขึ้น
                • ถ่านหิน ที่ กฟผ. แม่เมาะ จะมีเหมืองถ่านหิน ส่วนโรงไฟฟ้า BLCP จ.ระยอง จะนำเข้าถ่านหินจากต่างประเทศ และมีลานกองถ่านหินแบบเปิดโล่ง
            ข้อดี ราคามีเสถียรภาพ ราคาถูก มีปริมาณสำรองมาก ใช้ได้กว่า 100 ปี มีเทคโนโลยีทันสมัยควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ อยู่ในระดับมาตรฐานองค์การอนามัยโลก
            ข้อจำกัด ประชาชนมีความกังวลใจเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม ใช้เวลาก่อสร้างนาน 6 - 7 ปี แต่เทคโนโลยีใหม่สามารถลดมลสารได้มากกว่าเทคโนโลยีเดิมประมาณ 20%
                กฟผ.ยอมรับว่าปี 2535 แม่เมาะ แต่ กฟผ. แก้ปัญหาโดยการติดตั้ง FGD ในปี 2541 แม่เมาะไม่มีปัญหาเรื่องไอเสียอีกเลย ในต่างประเทศ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน Matsuura ใช้ลานกองถ่านหินแบบเปิด โรงไฟฟ้าถ่านหิน Jimah ประเทศมาเลเซีย กำลังผลิต 2,200 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าถ่านหิน Waigaoqiao ประเทศจีน ใช้เทคโนโลยี USC ทั้งหมด
                • น้ำมัน ทุกประเทศพยายามลดการใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้า เพราะน้ำมันเป็นสินค้าทางการเมืองระหว่างประเทศ ต้องสำรองไว้เพื่อความมั่นคง
            ข้อดี - จัดหาง่ายจากหลายแหล่ง
            ข้อจำกัด - มีราคาแพง แนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ
                • นิวเคลียร์ - ผลิตไฟฟ้าจากแร่ยูเรเนียม การผลิตไฟฟ้าจากแร่ยูเรเนียมขนาด 1 กิโลกรัม สามารถผลิตไฟฟ้าได้มหาศาล มากกว่าถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติเป็นหมื่นเท่า
            ข้อดี - ต้นทุนค่าไฟต่อหน่วยถูกกว่าถ่านหิน ปริมาณสำรองมาก ไม่เกิดก๊าซเรือนกระจก
            ข้อจำกัด - ประชาชนยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ต้นทุนการก่อสร้างสูง ใช้เวลาประมาณ 10 ปีในการก่อสร้าง

          1.3 การซื้อไฟจากต่างประเทศ
                เพราะประเทศไทยผลิตไฟฟ้าเองส่วนหนึ่งแต่ยังไม่พอใช้ ไทยซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาวมาก อนาคตจะรับซื้อจากเมียนมา และต้องสร้างสายส่งรองรับ
            ข้อดี - มีราคาถูก
            ข้อจำกัด - มีความเสี่ยงเพราะพึ่งพาต่างประเทศ และส่งไฟฟ้าในระยะทางไกล
                  ปัจจุบัน ไทยรับซื้อไฟฟ้าจากเมียนมา และลาว ซึ่งเป็นพลังน้ำโดยส่วนใหญ่ ส่วนการรับซื้อไฟฟ้าไทย-มาเลเซีย สำหรับสำรองในกรณีภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าฉุกเฉินเท่านั้น ไทยมีปัญหาไฟตกไฟดับ หรือมาเลเซียมีปัญหา ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนไฟฟ้ากันไปมา 30 เมกะวัตต์ ผ่านสายส่ง 300 เมกะวัตต์ ตลอดทั้งปี โดยปกติไทยจะไม่ซื้อไฟจากมาเลเซีย ที่มีราคาสูง

          สรุปทางเลือกพลังงานหมุนเวียนภาคใต้ ถ้าสร้างเสร็จตามสัญญา จะมีกำลังผลิตติดตั้งทั้งหมด 1,055.76 เมกะวัตต์ พลังงานจากขยะ ชีวมวล ชีวภาพ พลังน้ำขนาดใหญ่ พลังน้ำขนาดเล็ก ลม และแสงอาทิตย์ โดยชีวมวลจะมีกำลังผลิตมากที่สุด คือ 370.93 เมกะวัตต์ และแสงอาทิตย์น้อยที่สุดคือ 0.04 เมกะวัตต์

          ความสามารถในการผลิตของโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ
          โรงไฟฟ้าดีเซล ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมันเตา นิวเคลียร์ จะมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าสูง สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานทดแทน พวกชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ความร้อนใต้พิภพ จะมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้า ต่ำ-ปานกลาง และโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงลมและแสงแดด จะมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าต่ำที่สุด

          อัตราค่าไฟฟ้า
          กกพ. เป็นผู้คิดราคาค่าไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำจะมีราคาค่าไฟต่ำที่สุดประมาณ 2.46 บาท รองลงมาคือถ่านหินประมาณ 2.65 บาท แต่แพงที่สุดจะเป็นลม และขยะในราคา 6.06 และ 6.10 ตามลำดับ

          สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน
          อินโดนีเซียใช้ถ่านหินค่อนข้างมาก ก๊าซธรรมชาติน้อยกว่าไทย พม่า สิงคโปร์ใช้ถ่านหินน้อยมาก แต่ใช้ก๊าซธรรมชาติมาก เพราะมีเงินทุนสูง และบรูไนมีแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศ ปัจจุบัน ทุกประเทศมีเป้าหมายในการใช้พลังงานหมุนเวียนประมาณ 25% ภายใน 10-20 ปีข้างหน้า

          ราคาค่าไฟฟ้าของประเทศต่างๆ
          ประเทศไทยมีราคาค่าไฟ 3.78 บาทต่อหน่วย มีสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตประแสไฟฟ้ามาก สำหรับประเทศสิงคโปร์ กัมพูชา และมาเลเซียจะมีราคาแพงกว่า คือหน่วยละ 5.93 6.28 และ 6.47 ตามลำดับ เนื่องจากใช้ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในการผลิตไฟฟ้า ส่วนประเทศมาเลเซียมีราคาอยู่ที่ 3.37 บาทต่อหน่วย ผลิตไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินเป็นหลัก และนำก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศส่งออกไปขายเป็น LNG โดยประเทศเมียนมา ลาวและเวียดนาม จะมีราคาค่าไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 1.99 2.59 และ 2.6 บาทตามลำดับ ซึ่งใช้พลังงานน้ำผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้ค่าไฟถูก

2. การดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชน

          การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของการพัฒนาโรงไฟฟ้า แบ่งเป็น ระยะก่อนก่อสร้าง จะต้องทำตามข้อกำหนดของกฎหมายสิ่งแวดล้อม และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทำ IEE สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก EIA และ EHIA สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 3,000 เมกะวัตต์ขึ้นไป
          เมื่อรายงานอนุมติจะเข้าสู่ระยะก่อสร้าง จะต้องติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยต้องมีการรายงานผลทุก 6 เดือน ต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถ้ามีข้อผิดพลาดจะต้องแก้ไขให้ตรงกับรายงานอย่างถูกต้อง รวมถึงระยะดำเนินการผลิต จะต้องติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม รายงานผลทุก 6 เดือน เช่นกัน
          การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA และ EHIA ขอบเขตการศึกษา ไม่น้อยกว่า 5 กิโลเมตร ตามกฎหมาย ซึ่งสามารถทำได้มากกว่า 5 กิโลเมตร ตามความเหมาะสม ทั้งในด้านทรัพยากรทางกายภาพ ศึกษาลักษณะภูมิประเทศ ทางชีวภาพ ศึกษาด้านการทำประมง ป่าชายเลน การใช้ประโยชน์ของมนุษย์ ศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดินและแหล่งน้ำ และคุณภาพชีวิต ศึกษาด้านเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว ถ้ามีผลกระทบจะต้องหามาตรการป้องกัน
          การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (ค.1) กำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมิน EHIA ครั้งที่ 2 (ค.2) การประเมินและจัดทำรายงาน EHIA ครั้งที่ 3 (ค.3) กระบวนการทบทวนรายงาน EHIA และ ครั้งที่ 4 (ค.4) การจัดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานอนุญาต (กกพ.) ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย

          การควบคุมมลสาร
          โรงไฟฟ้าจะมีระบบกำจัดมลสารทางอากาศที่ทันสมัยช่วยลดมลสารและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยมีอุปกรณ์ 4 ชนิด ได้แก่ เครื่องควบคุมก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (SCR) อุปกรณ์ดักจับไอปรอท (ACI) อุปกรณ์ดักจับฝุ่น (ESP/FF) และเครื่องควบคุมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) ซึ่งมลสารที่ปล่อยออกไปจะต้องได้มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมของไทย
          การควบคุมมลสารของโรงไฟฟ้า กฟผ. จะดีกว่าค่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่กฎหมายกำหนด เช่น ฝุ่นละออง ค่ามาตรฐานของกฎหมายไทยอยู่ที่ 80 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร แต่ค่าควบคุมของโรงไฟฟ้าอยู่ที่ 30 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร ในกรณีที่โรงไฟฟ้าปล่อยเกินค่าควบคุม ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดไปจากรายงาน EIA/EHIA ที่จัดทำไว้ ซึ่ง กฟผ. ต้องทำให้ค่าควบคุมอยู่ในระดับที่กำหนดเสมอ
          สำหรับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประเทศไทยปล่อยจำนวน 0.08% ของทั้งโลก ซึ่งมาจากภาคพลังงาน ภาคขนส่ง และภาคการเกษตร
          เทคโนโลยีของโรงไฟฟ้าถ่านหิน สำหรับเทคโนโลยีเดิมหรือ Subcritical ลดการปล่อย CO2 ได้ 880 กรัม/หน่วยไฟฟ้า เปรียบเทียบกับการรีดผ้า 1 ชั่วโมง ปล่อย CO2 ประมาณ 8 ขีด สำหรับเทคโนโลยีใหม่ หรือ Ultra-supercritical สามารถลดการปล่อย CO2 ได้ประมาณ 740-800 กรัม/หน่วย ลดลงประมาณ 20%
          การดำเนินงานติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านคุณภาพอากาศ น้ำ และเสียง จะมีรถตรวจวัดคุณภาพอากาศออกตรวจวัด ด้านน้ำจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ในรายงาน และเปิดโอกาสให้ชุมชนมาร่วมตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
          หลังจากที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) ในปี 2541 จัดเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะมา 13 ปี เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้ามาชมสภาพแวดล้อมของแม่เมาะ ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนในปี 2558 มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด 400,000 คน มีรายได้จากการท่องเที่ยวของ จ.ลำปางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3. ชุมชน ได้อะไรจากการมีโรงไฟฟ้า

          การมีโรงไฟฟ้าชุมชนจะได้ประโยชน์ใน 3. ลักษณะ คือ
          1. กองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า
          2. เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ การอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้แก่ชุมชน ด้านศาสนา ท่องเที่ยว โดยโรงไฟฟ้าและชุมชนดำเนินการร่วมกัน
          3. เกิดการจ้างงาน การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

          กฟผ. นำเงินส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าปีละกว่า 2,000 ล้านบาท โดยในระยะก่อสร้างจะส่งเข้ากองทุน 50,000 บาท/เมกะวัตต์/ปี และช่วงระหว่างการผลิต นำเงินส่งเข้ากองทุนฯ 1-2 สตางค์/หน่วย ตามปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตตามชนิดของเชื้อเพลิง เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ นำส่งช่วงผลิต 70.08 ล้านบาทต่อปี โรงไฟฟ้าถ่านหิน 140.16 ล้านบาทต่อปี แต่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ นำส่งเพียงปีละ 14.02 ล้านบาทต่อปี เนื่องความไม่แน่นอนในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเงินกองทุนนี้จะนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนรอบพื้นที่โรงไฟฟ้า ทั้งอาชีพ การเกษตร เศรษฐกิจชุมชน การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

          ในภาคใต้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555-2560 มีโครงการชุมชนและกิจกรรมใหญ่ น้อย จำนวนทั้งสิ้น 2,575 โครงการ เป็นงบประมาณรวมกว่า 1,023.86 ล้านบาท ตัวอย่างเช่น โครงการก่อสร้างอาคารบริการ 8 ชั้น โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา จากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าจะนะ จำนวน 80,000,000 บาท โครงการปรับปรุงถนนสายคลองหมากท่ายาง จ.กระบี่ จากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้ากระบี่ จำนวน 1,500,000 บาท อีกทั้งโครงการมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชน สร้างศูนย์เรียนรู้พลังคิดด้านพลังงานที่โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา มอบงบประมาณสร้างโรงพยาบาล จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และทันตแพทย์เคลื่อนที่ รวมถึงจัดกิจกรรมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำร่วมกับชุมชน ปลูกป่า และปะการังเทียม(บ้านปลา) จากลูกถ้วยไฟฟ้าที่หมดอายุของ กฟผ. ทำให้เพิ่มพันธุ์สัวต์น้ำ เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น ฯลฯ

          3 เสาหลักการพัฒนาไฟฟ้า ต้องมีระบบไฟฟ้ามั่นคง ไฟไม่ตก ไม่ติดๆดับๆ ราคาค่าไฟเหมาะสม และดูแลสิ่งแวดล้อม โดยจะต้องอาศัยพลังงานหมุนเวียน การจัดเก็บพลังงาน การลด CO2 และการประหยัดพลังงานร่วมกันไป สอดประสานกัน

          กล่าวโดยสรุป การผลิตไฟฟ้าโดยเชื้อเพลิงแต่ละประเภท มีข้อดีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านพลังงานจะต้องเป็นไปอย่างผสมผสานกัน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงทางพลังงาน มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประเทศ และมีความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทรวงพลังงานและ กฟผ. คิดและทำเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนเพื่อลูกหลานของเรา

การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม

          คุณจงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) บรรยายเรื่อง "ข้อพิจารณาถึงผลกระทบต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม" โดยกล่าวว่า ประชาชน ชุมชน ที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้าไม่ว่าประเภทใด จะมีความกังวลเรื่องวิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมของเขา เราจำเป็นที่จะต้องรักษาสมดุล ใน 3 มิติ คือ เศรษฐกิจดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี เป็นสามเหลี่ยม ที่ต้องมีความสมดุลกัน

20170329-ART01-05

นางสาวจงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล

          สำหรับภาคใต้มีความพิเศษกว่าภาคอื่นๆ เพราะทั้งสองฝั่ง มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล มีทรัพยากรมากมาย มีทั้งแหล่งต้นน้ำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติมากมาย ยังมีพื้นที่ที่สำคัญ พื้นที่ห้ามล่าสัตว์ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับประเทศ มรดกอุทยาน ป่าชายเลน มีแนวปะการัง หญ้าทะเล ด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีผลกระทบต่อการพัฒนาต่างๆภายในภาค จะต้องมีองค์กรต่างๆมาดูแล เพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในส่วนนั้น
          ในการพัฒนาโครงการใดๆ ไม่มีทางที่จะไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ยิ่งมีโครงการขนาดใหญ่ ก็จะมีผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่มีหนทางดูแลรักษาทรัพยากร และความเป็นอยู่ของประชาชนที่อยู่ใกล้กับโครงการขนาดใหญ่

การจัดทำ EIA

          การจัดทำ EIA คือ ในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่กว่า 10 เมกะวัตต์ จะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณนั้น ทั้งด้านบวกและด้านลบ เพื่อที่จะหาทางป้องกัน หลีกเลี่ยง และหาทางแก้ไข ในปัญหาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งขั้นตอนในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA มี 3 ขั้นตอน โดยหน่วยงานของรัฐไม่ใช่ผู้จัดทำเอง แต่บริษัทที่ปรึกษาจะเป็นผู้จัดทำรายงานนี้ขึ้นมา เนื่องจากมีรายละเอียดข้อมูลมากและครอบคลุมสาระในหลากหลายหน่วยงาน
          เมื่อได้ผลการประเมิน ก็จะต้องมีการกำหนดมาตรการแก้ไข ตรวจสอบ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาว่า รายงานมีความถูกต้อง เหมาะสมแค่ไหน โดยมีคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ซึ่งมีหลายชุด เพื่อมาร่วมพิจารณาด้วย ทั้งนี้ การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนี้ จะให้ความสำคัญกับ
          1. ที่ตั้ง และรายละเอียดของโครงการ
          2. สภาพแวดล้อมปัจจุบันของโครงการ
          3. การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยการนำความกังวลใจของประชาชนรอบโครงการ มาวิเคราะห์ และร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา
          4. การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
          5. การกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข ซึ่งชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานได้ในทุกขั้นตอน

การจัดทำ EHIA

          สำหรับการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ของโครงการขนาดใหญ่ 1,000 เมกะวัตต์ ขึ้นไป จะให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของประชาชนมากกว่า EIA มีการศึกษาในเชิงระบบนิเวศ และสุขภาพประชาชนที่เข้มข้นยิ่งขึ้น เมื่อได้มีการศึกษา รับฟังความคิดเห็น เป็นเหมือนเงื่อนไข เหมือนสัญญาที่เจ้าของโครงการจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
          ภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ และในระหว่างการดำเนินโครงการ ประชาชนสามารถที่จะเข้ามาเป็น ผู้ตรวจสอบได้ เพื่อที่จะให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนที่ระบุไว้ในรายงาน และจะมีการทำรายงานติดตามผล ตลอดโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนเกิดความมั่นใจ

การสรุปภาคเช้า “สถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้”

          ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาตร์ (NIDA) สรุปการบรรยายในช่วงเช้าของ 3 หน่วยงาน ซึ่ง ดร.ประเสริฐฯ กระทรวงพลังงาน พูดถึงเป้าหมายกระทรวงพลังงานต้องสร้างความสมดุลของ 3E ความมั่นคง การกระจายพลังงานไฟฟ้าทั่วถึง พอเพียง ไฟไม่ดับ ไม่ขาดแคลน ปัจจัยเศรษฐกิจ เนื่องจากไฟฟ้ามีต้นทุน ทำอย่างไรให้ค่าไฟอยู่ในระดับที่ประชาชนยอมรับ สิ่งแวดล้อม-พัฒนาพลังงาน โดยคำนึงถึงการลดโลกร้อน การรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม

20170329-ART01-06

ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์

ในอนาคตสิ่งที่ต้องกังวล คือ เชื้อเพลิงหลัก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติกำลังหมดไป โรงไฟฟ้ากระที่จุกตัวในภาคกลาง ขณะที่ภาคใต้มีปัญหาด้านสายส่ง มีปัญหาไฟฟ้าดับมากกว่าทุกภาค การสร้างโรงไฟฟ้าจะช่วยเรื่องการจ้างงาน เศรษฐกิจหมุนเวียน มีกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า
          คุณสหรัฐฯ กฟผ. ได้บรรยายถึงทางเลือกการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เชื้อเพลิงชนิดต่างๆ มีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไร และพูดถึงการจัดรับฟังความคิดเห็น ประโยชน์จากการมีโรงไฟฟ้า เมื่อประชาชนมีโรงไฟฟ้า จะมีการนำเงินเข้ากองทุนโรงไฟฟ้า ไปเข้าชุมชน พัฒนาชุมชนต่อไป
          คุณจงจิตร์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พูดถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ต้องสมดุล ภาคใต้มีทรัพยากรหลากหลาย โดดเด่น เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จึงมีกฎหมายคุ้มครอง ขณะที่กระทรวงทรัพยากรมีเครื่องมือ คือ การประเมิน EIA และ EHIA เพื่อให้โครงการกระทบสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด ซึ่งประชาชนสามารถให้ความเห็น ส่งข้อมูลให้กระทรวงได้ตลอดเวลา

การแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

          ในภาคบ่าย ผุ้เข้าร่วมฟังการบรรยาย ได้มีการแสดงความคิดเห็นคนละ 10 นาที โดยผู้ที่ได้ลงชื่อไว้ล่วงหน้า และมีการจับสลากลำดับการพูด ประกอบด้วย

1.นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จ.สงขลา

20170329-ART01-07

          ประเด็นที่ขอฝากความคิดเห็นไว้คือ
          1.โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามีความสำคัญต่อราคาไฟฟ้าภาคใต้แค่ไหน โรงไฟฟ้าจะนะผลิตไฟฟ้าได้ 1,400 เมกะวัตต์ แต่ 6 จังหวัดภาคใต้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมด 850 เมกะวัตต์ ทำไมจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาขนาด 2,200 เมกะวัตต์ และรัฐอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินปะนาเระ จ.ปัตตานี ทำให้เข้าใจว่า รัฐต้องการพัฒนาภาคใต้ตอนล่างให้เป็นภาคของการพัฒนาอุตสาหกรรมหนักหรือไม่ รวมถึงโครงการเหมือง และเขตเศรษฐกิจพิเศษและอื่นๆ โรงไฟฟ้าถ่านหินปล่อยมลสาร 14 ล้านตัน เทคโนโลยีไม่สามารถลดได้ เปรียบเทียบกับการเอาถ่านหินหนึ่งรถบรรทุกมาเผา สสารยังคงอยู่ ไม่หายไปไหน
          2. EHIA โรงไฟฟ้าเทพา พบข้อบกพร่อง วัตถุประสงค์ตั้งใจทำให้รายงานผ่านเท่านั้น เช่น การศึกษาขอบเขต 5 กิโลเมตร จะกำหนดไม่ให้ถึงพื้นที่ที่มีปัญหา เช่น อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในรายงานเขียนว่าเทพาเป็นป่าเต็งรัง เป็นการลอกการศึกษาแม่เมาะมาหรือไม่ มีปัญหาจริยธรรมในการศึกษา และไม่ทราบว่ามีหน่วยงานใดตรวจสอบความผิดปกติ โดยเสนอให้ทำรายงาน EHIA เสร็จเรียบร้อยต้องมาสอบวิทยานิพนธ์กับอาจารย์หรือนักวิชาการที่เห็นต่าง เช่น ปรอท มีการบำบัดจริงหรือไม่ ใช้วิธีอะไรตรวจสอบ แต่ในรายงานเขียนว่า ปรอทมีเพียงเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องบำบัด
          3. กระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา ครั้งที่ 1 มีการแจกข้าวสาร มีภาพคนมากรูกันรับข้าวสาร ค.2 มีคนรับฟังแค่ 700 คน น้อยมาก ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปคุยกับชาวบ้านจริงๆ สำหรับ ค.3 รู้สึกรับไม่ได้กับความไม่เป็นธรรม รัฐบาลเตรียมลวดหนามล้อมรอบเวทีจัดงาน มีทหาร ตำรวจครบทีม ชาวบ้านก็ไม่กล้ามา ควรเปลี่ยนรูปแบบการรับฟังความคิดเห็นที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการให้เหมาะสม
          4. ภาคใต้มีทรัพยากรที่สมบูรณ์ คนใต้ไปคุยกันที่ปัตตานี สร้างข้อตกลงร่วมกันขึ้น คนใต้ขอมีโอกาสกำหนดอนาคตตัวเองบ้าง ขอมีส่วนร่วมตั้งแต่ออกแบบเวที แบบไหนที่ใช่ ที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเวทีใหญ่หรือกลุ่มใหญ่ อยากให้คุยทีละประเด็น หน่วยงานจัดรับฟังตอบคำถามไม่ได้ในเวที ก็ต้องไปหาข้อมูลกลับมาตอบคำถามทีหลัง ใช้เวลานานไม่เป็นไร ถ้าฝ่ายก่อสร้างโรงไฟฟ้าตอบคำถามไม่ได้ ก็ต้องพับโครงการไป อยากให้หน่วยงานไปพบชาวบ้านให้ครบทุกครัวเรือน

 

2. นายดลยา สะแลแม กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำสายบุรี ปัตตานี

20170329-ART01-08

          กังวลใจจากการที่เห็นปรากฏการณ์การสื่อสารพลังงาน ที่สร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชนเห็นว่า ไฟฟ้าดับ เราจึงต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม ทั้งที่เป็นปัญหาการบริหารจัดการ วันนี้ ถ้าเราต้องสร้าง สร้างอีกเท่าไหร่ถึงจะพอ จะบริหารจัดการอย่างไร เพิ่มพลังงานหมุนเวียนตรงไหน พยายามหาสิ่งที่เป็นมิตร และหาสิ่งที่พัฒนาไปสู่ความยั่งยืน เราต้องสร้างความมั่นคงเหมือนกัน แต่เป็นความมั่นคงทางอาหาร ทำไมภาคใต้ต้องพัฒนาทางพลังงานด้วย อยากให้ทางกระทรวงพลังงานพัฒนาเฉพาะสิ่งที่เล็กๆ น้อยๆ เช่น น้ำตก ลม คิดว่า เป็นสิ่งที่รัฐบาลน่าจะต้องให้ความสนใจ

 

3.นายเจตกร หวันสู ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.สตูล

20170329-ART01-09

          - การใช้พลังงานควรมีความสมดุลในเรื่องต้นทุนและการจัดการ ฐานข้อมูลและข้อเท็จจริงยังไม่ครบ รัฐต้องหาฐานข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับได้
          - ควรส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วม การรับฟังข้อมูลแบบ Focus Group น่าจะเป็นทางออกที่สร้างการยอมรับจากประชาชน ผู้จัดเวทีมีส่วนสำคัญ ต้องมีใจที่เป็นกลาง
          - เอาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ข้อมูลกับข้อเท็จจริงยังขัดแย้งกัน ถ้าภาครัฐมีความจริงใจ ผลการศึกษาต้องเป็นที่ยอมรับได้ และต้องสะท้อนความเป็นไปได้
          - จะต้องสร้างองค์ความรู้และความไว้วางใจให้กับประชาชนในพื้นที่ จะต้องไม่มีธง ที่ผ่านมายังไม่เกิดความสมดุล
          - จังหวัดสตูลเน้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีความกังวลในเรื่องของทิศทางการท่องเที่ยวและการพัฒนาไปคนละทางกันไม่สอดคล้องกัน
          - การส่งเสริมในเรื่องของการจัดซื้อของภาครัฐ ให้สอดคล้องกับนโยบายในเรื่องของการประหยัดพลังงาน และทำให้เป็นตัวอย่างให้เห็นชัดเจน

 

4. ผศ.ดร.ศราวุธ เจะโส๊ะ คณะวิทยาศาสตร์ มอ.ปัตตานี

20170329-ART01-10

          ไฟฟ้าเป็นความจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่ต้องมีราคาที่เหมาะสม ปัจจุบันประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้า 64% ซึ่งก๊าซธรรมชาติควรนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นที่มีมูลค่ามากกว่านำมาใช้ผลิตไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน มีความไม่แน่นอน เป็นได้แค่พลังงานเสริม ส่วนถ่านหิน ข้อดี คือ มีปริมาณสำรองมาก ราคาถูก แต่ข้อจำกัด คือ โดนความร้อนจะก่อให้เกิดมลพิษ
          การจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศจึงอยากให้
          - ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ
          - ดำเนินการภายใต้มาตรฐานสากล ที่เป็นที่ยอมรับชองประชาชน
          - ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เช่น ให้ประชาชนถือหุ้นโรงไฟฟ้า
          - ควรปรับปรุงการทำ EHIA ให้ทันสมัย

 

5.นายดลเลาะ เหล็มและ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต. เทพา สงขลา

20170329-ART01-11

          - สนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ อยากเห็นการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา แต่หากสร้างได้แล้ว อย่าให้เป็นเหมือนเมื่อก่อน ที่พอฝนตกแล้วไฟดับ โดยยกตัวอย่างฟ้าผ่าที่บางสะพาน ไฟฟ้าดับไป 9 ชม.
          - ปัญหาการพึ่งพาไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน กลางคืนซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน กลางวัน เราขายบางส่วนให้เพื่อนบ้าน พอเราไฟฟ้าไม่พอใช้ ไฟฟ้าดับ ขอเพื่อนบ้านช่วย เขาขึ้นราคาทันที
          - เรื่องผลกระทบ เข้าใจว่า ไม่ว่าทำอะไรก็กระทบ ทำลายระบบนิเวศน์ไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว
          - การทำ EHIA ที่เทพา ในฐานะคนเทพา ขอยืนยันว่า ไม่ให้เจ้าหน้ากีดกั้นใคร ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นได้
          - หากการทำ EHIA หรือ EIA ผ่านแล้ว รัฐไม่ควรรอช้า ควรดำเนินการต่อไปทันที เพราะยิ่งรอ จะยิ่งเกิดความแตกแยก

 

6.นายนูรเด็น แวกือจิ ผอ.กองการศึกษา อบต.จอเบาะ

20170329-ART01-12

          หลังจากฟังการบรรยายในภาคเช้า ทำให้รู้ว่าพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ไม่เพียงพอแน่นอน ความต้องการเพิ่มขึ้นเท่าตัว จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม แต่ จ.นราธิวาส ยังไม่มีโอกาสในการสร้างโครงการโรงไฟฟ้า ปัญหาในการสร้างโรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร บางส่วนมองว่า การสร้างความเข้าใจระหว่างชุมชนกับรัฐยังไม่ครอบคลุม แต่ทำไมฝ่ายคัดค้าน สามารถเชิญชวนชาวบ้านรวมตัวกันต่อต้านกันได้ ทั้งๆที่รัฐมีอำนาจมากกว่า หรือเป็นเพราะความอ่อนแอของภาครัฐด้านประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเข้าใจความสำคัญของพลังงาน
          สำหรับการจัดทำรายงาน EIA/EHIA ต้องดำเนินการให้เฉียบขาดถูกต้อง ตรงตามกฎหมายทุกข้อ จ.นราธิวาส ในอนาคตนราธิวาสจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของภาคใต้ จะมีความการใช้ไฟฟ้าจะมากขึ้น ถ้ามีโครงการโครงการโรงไฟฟ้าอยากให้สร้างที่นราธิวาส หวังว่าภาครัฐต้องเร่งดำเนินการสร้างความเข้าใจกับประชาชนเรื่องพลังงานอย่างถูกต้อง ถ้าผิดพลาดต้องรีบแก้ไข อย่าซ้ำเติมชุมชนว่า ทำไมต้องต่อต้าน แต่เป็นเพราะเข้าใจไม่ตรงกัน ควรสร้างความปรองดอง ความเข้าใจกับทุกฝ่าย

 

7.นายอาณัติ โชติพัฒนกิจ รองประธานสภาพัฒนาอุตสาหกรรม จ.สตูล

20170329-ART01-13

ในภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้น เรื่องไฟฟ้ามีผลกระทบเป็นลำดับแรกๆ ทั้งในเรื่องค่าไฟฟ้า และความมั่งคงในการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรม อัตราการใช้ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในวันนี้ การเติบโตในการใช้ไฟฟ้า 5 % ต่อปี ซึ่งถ้าหากเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปีๆ อนาคตก็อาจจะเกิดผลกระทบแน่นอน ต้นทุนของประเทศไทย ค่าไฟฟ้าถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆของเราอยู่ลำดับ 5 - 6 ซึ่งจะทำให้เราเสียโอกาสการแข่งขันในด้านเศรษฐกิจ
          สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในประเทศต่อนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ คือ พลังงานไฟฟ้าหลักในภาคอุตสาหกรรม ให้มีการผลักดันในเรื่องของการสร้างแหล่งพลังงานไฟฟ้าในภาครัฐ และมีความตั้งใจและสนับสนุนให้มีโรงไฟฟ้าเป็นของตัวเอง
          ในส่วนของผลกระทบที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าเราจะกระทำการใด ก็จะมีทั้งส่วนที่ได้ และส่วนที่เสีย แต่ถ้าหากเรากระทำอย่าง สุตริจ โปร่งใส เที่ยงธรรมในการปฏิบัติงาน ก็จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน และประเทศชาติ

 

8.นายสุพัฒน์ แก้วจันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าบอน จ.พัทลุง

20170329-ART01-14

          สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ ทุกคนต่างรู้ดีว่ามีการเจริญเติบโตถึงร้อยละ 6 ต่อปี รัฐบาลจะต้องบอกให้ชัดว่า มีนโยบายอย่างไร สนับสนุนให้เกิดโรงไฟฟ้าอะไร ขณะนี้ที่พัทลุงมีการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ไม่มีการคัดค้านเพราะเชื่อใจและไว้วางใจ คนที่เป็นตัวแทนที่ชาวบ้านเลือกมา
          วันนี้ผู้นำทั้งหลายที่ได้เข้ามารับฟังข้อมูลถึงข้อดีข้อเสียของโรงไฟฟ้าชนิดต่างๆ ไปแล้ว โดยส่วนตัวไม่อยากให้เกิดเหตุไฟฟ้าดับในภาคใต้ เพราะมีประสบการณ์ส่วนตัวมาแล้ว ปัญหาเหล่านี้ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ส่วนตัวจึงเห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้า แต่ควรคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่และชุมชนด้วย อะไรที่ดีก็ควรทำ ส่วนอะไรที่ยังไม่ดี ก็หาวิธีปรับปรุงแก้ไข หรือหาวิธีที่ป้องกัน และถ้าเป็นไปได้เมื่อสร้างโรงไฟฟ้าขึ้น ควรพิจารณาจ้างแรงงานในพื้นที่ก่อนเป็นลำดับแรก

 

9.นายอิสสะมะแอ แต ผช.ผญบ.ม.3 ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส

20170329-ART01-15

          จากการรับฟังข้อมูลภาคเช้า ทำให้มีความเข้าใจว่า ภาคใต้ต้องการแหล่งผลิตไฟฟ้าเพิ่ม จ.นราธิวาส จะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง จึงอยากให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว แล้วมาร่วมมือกัน ไม่ใช้อคติ โดยใช้ 3 ช คือ ชอบ เชื่อ ช่วย ซึ่งประชาชนต้องมีความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของภาครัฐ

 

10. นายมะหะมะปอไซ ลันจา กำนัน ต. หนองแรด อ. ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

20170329-ART01-16

          ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะเครือข่ายของสหกรณ์พสกนิกรรอบอ่าวปัตตานีสู่สันติสุข สนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ เพราะเป็นพลังงานสะอาด เหมาะสมกับภูมิศาสตร์ภาคใต้ โดยเฉพาะปัตตานี จึงอยากสนับสนุนให้สร้างใน จ. ปัตตานี เพื่อรองรับกระแสไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอ หากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เกิดขึ้น สมาชิกสหกรณ์พสกนิกรรอบอ่าวปัตตานีสู่สันติสุข ใน อ.เมือง และ อ.ยะหริ่ง จะมีงานทำ เกิดการจ้างงานในพื้นที่ด้วย ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ที่เขตอำเภอยะหริ่ง เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

 

11. ดร.สมชาย แซ่อึ้ง ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์

20170329-ART01-17

          - ประเทศต้องก้าวไปข้างหน้า ระบบพลังงานต้องมั่นคง ยั่งยืน
          - สำหรับด้านเทคโนโลยีเชื่อว่าสามารถทำได้ กำจัดมลสารได้ แต่รัฐต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้ได้ การจัดการต้องเชื่อถือได้

 

12.นายเอกชัย อิสระทะ เกษตรกรรม กิจกรรมทางเลือก จ.สงขลา

20170329-ART01-18

          สถานการณ์พลังงานไฟฟ้า เกี่ยวเนื่องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ภาคใต้เราจะมีชุดโครงการขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่ ที่จะเดินหน้าไปสู่การเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ประชาชนกังวลว่า จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมแบบภาคตะวันออกหรือไม่
          ทิศทางการพัฒนาในภาคใต้ คือเรื่องหลักที่ต้องคุยกันว่า ทิศทางการพัฒนาภาคใต้เป็นอย่างไรกันแน่ ถ้าเราย้อนมาดูศักยภาพภาคใต้ ที่เป็นธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอาหาร ถ้าฟันธงอนาคตภาคใต้ให้ชัดเจนก่อน ถึงจะวางแผนเรื่องพัฒนาพลังงาน ประเมินผลกระทบทางยุทธศาสตร์ SEA ประเมินศักยภาพภาคใต้ที่เรากำหนดร่วมกัน จึงอยากให้มีการทบทวนในเรื่องทิศทางก่อน
          เฉพาะที่โรงไฟฟ้าจะนะที่กำลังผลิต 1,400 เมกกะวัตต์ เราก็มีไฟเหลือเฟือ ข้อเสนอของกระทรวงพลังงานว่า ไฟฟ้าบ้านเราอาจจะดูไม่พอ และเรื่องเตรียมการซ้อมไฟดับ
          ข้อเสนอชุดหนึ่งที่น่าสนใจ และยกให้เป็นวาระหลัก คือ ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเรือน ถ้าติดโซล่าเซลล์ บ้านเราทุกหลัง แล้วเอาพลังงานหลักไปสนับสนุน ธุรกิจการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมหลักได้ ถ้าติดตั้งทุกหลังคาเรือนจะได้มากกว่า 20,000 เมกะวัตต์ กระทรวงพลังงานควรทำเรื่อง ลดภาษีนำเข้าแผงโซล่าเซลล์ ให้บ้านสามารถเชื่อมต่อได้ โดยไม่ต้องมีแบตเตอร์รี่ สามารถขายไฟคืนเข้าระบบได้ ใช้ไฟแสงอาทิตย์กลางวัน กลางคืนซื้อไฟฟ้ารัฐใช้ รายได้ที่ประชาชนจะได้ ก็เป็นเหมือนบำนาญประชาชน อยากให้ประชาชนเป็นผู้ผลิตขายไฟตรงให้กับรัฐได้

 

13.นายสมคิด สงเนียม ประธานสภาเกษตรกร จังหวัดพัทลุง

20170329-ART01-19

          ในอดีตเคยทำงานด้านพลังงานของจังหวัด ปัจจุบันมาส่งเสริมการทำ Solar Farm ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด โดย 1 เมกกะวัตต์ จะใช้พื้นที่ 10 ไร่ ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2,200 เมกกะวัตต์ ต้องใช้พื้นที่ 22,000 ไร่ ทำให้พื้นที่ยางพาราลดลง น้ำยางหายไปจากตลาด เกษตรกรขาดรายได้ ดังนั้น ควรเอาพื้นที่มาให้สภาเกษตรกรเช่า แล้วทำ Solar Farm เพื่อขายไฟฟ้าให้ กฟผ.ก็จะคุ้มค่ากว่า

 

14. นายมูหำหมัดกอเส็ง แนแซ ประธานอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ยะลา

20170329-ART01-20

          กิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจในวันนี้เป็นสิ่งที่ดี ทำให้มีความเข้าใจสถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้มากขึ้น ทางกลุ่มอาสาสมัครฯ ยินดีให้ความร่วมมือนำความรู้ถ่ายทอดสู่ชุมชน ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และอยากเสนอว่า
          1. การสร้างโรงไฟฟ้าต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีผลกระทบน้อยที่สุด
          2. ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการใช้พลังงานอย่างประหยัด
          3. ควรเปิดโอกาสให้สถานที่ประกอบศาสนกิจ ติดตั้งเซลแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองได้
          4. อยากให้มีกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนต่อไป

 

15.นายอภิมาตร เหร็บควนเคี่ยม ประธานสภาเกษตร จ.สตูล

20170329-ART01-21

          มาในฐานะ ตัวแทนเกษตรกร จ. สตูล ขอพูดถึงการใช้พลังงานไฟฟ้ากับภาคการเกษตร โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน
          - พลังงานจากแสงแดด ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมีโครงการอยากให้สหกรณ์การเกษตรติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เกษตรกรมีความตื่นเต้นดีใจ จะได้เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า แต่ตอนนี้เงียบหายไป
          - พลังงานลม ถ้าพูดตามหลักภูมิศาสตร์ ภาคใต้เป็นแหลม สามารถรับลมได้ทั้ง 2 ทิศ ต้นฤดูฝน จากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และปลายฤดูฝนจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ จึงมีลมหมุนเวียนตลอดปี แต่ที่ติดตั้งคงต้องไปศึกษาว่าที่ไหนจึงจะเหมาะ
          - พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง ที่ไม่มีคนพูดถึง เพราะอาจใช้ทุนสูง แต่ถ้าเปิดโอกาสให้เอกชน หรือเกษตรกรที่มีศักยภาพ หรือองค์กรเกษตรเข้ามาทำ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ
          - ชีวมวล ที่อาจมีปัญหาเรื่องฝุ่นควัน แต่ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี เชื่อว่าไม่น่ากลัว และยังช่วยเกษตรกร คนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้มีรายได้เพิ่ม โดยการจำหน่ายเศษเหลือใช้จากภาคเกษตร
          - โดยสรุป อยากให้มีการสนับสนุนพลังงานแสงอาทิตย์และชีวมวลอย่างจริงจัง เพื่อช่วยเกษตรกรให้มีรายได้ ไปพัฒนาตัวเอง ครอบครัว ขณะที่ผู้ใช้ไฟยังได้ประโยชน์ด้วย และเข้าใจว่า การพัฒนาย่อมมีการสูญเสียบ้าง อยากให้ลองชั่งน้ำหนักดู จะได้ตัดสินใจในทิศทางที่ถูก ขอให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว อย่าตั้งธงไว้ก่อนว่าจะเอาพลังงานอะไร

 

16.นายพณวรรธน์ พงษ์ประยูร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสงขลา

20170329-ART01-22

          - วันนี้ประชาชนในภาคใต้ได้มาร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และศีลธรรมประชาชนใฝ่ฝันมาตลอด ในฐานะที่อาศัยอยู่ใน อ.เทพา มา 40 ปี มองว่าความเข้าใจผิดบางอย่างต้องแก้ไขชี้แจง เช่น กรณีการแจกข้าวสารในการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโรงไฟฟ้าเทพา ซึ่งเป็นมติของของประชาชนเทพาซึ่งขอให้แจกข้าวสารแทนของชำร่วยอื่นๆ ที่มีความเหมาะสมกับชีวิตประจำวันประชาชนมากกว่า
          - ได้มีโอกาสชม อ.ภิญโญ และ อ.เรณู ดีเบต เห็นผลการโหวตความต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งมีคนเห็นด้วยกว่า 17,000 คน แต่คนเห็นต่างมีเพียง 3,000 คน เราต้องฟังเสียงข้างน้อย แต่ทำตามเสียงข้างมาก ตามหลักประชาธิปไตย มองว่าคนเราคิดต่างได้ แต่ต้องมารวมกันได้ อยากให้ช่วยเติมเต็มเพื่อให้ประเทศชาติขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้า ให้ไทยมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไม่อยากให้ทุกคนมาค้าน และเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ใช่แค่ กฟผ.
          - พลังงานเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ผมเชื่อในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เปรียบกับ นสพ. ที่ล้มหายตายจาก แต่ไปอยู่ในมือถือด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
          - แต่ให้ทำด้วยคุณธรรม ทำด้วยใจ อะไรก็ตามที่ทำด้วยใจ อะไรถูกต้องอาจไม่ถูกใจ ถ้าทั้งถูกต้องถูกใจ ไทยก็จะเจริญ

 

17.นายปราโมทย์ พลเพชร แกนนำอนุรักษ์น้ำตกโตนสะตอ จ.พัทลุง

20170329-ART01-23

          การสร้างความรู้ความเข้าใจ ในการใช้พลังงานไฟฟ้าในทางเลือกต่างๆ รวมทั้งการได้แสดงออก ถือเป็นสิ่งดีที่สุด รัฐบาลจะสร้างอะไรต้องมาจากประชาชน อย่าให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ ถ้ามีความขัดแย้งต้องฟังเสียงประชาชนก่อน ต้องจับมือเดินไปด้วยกัน อย่างที่เทพามีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ มีโรงเรียนปอเนาะ ซึ่งการที่จะผ่านหรือไม่ต้องให้พื้นที่ยอมรับด้วย ต้องดูที่เหตุและผลของคนในพื้นที่ แล้วตัดสินใจดูว่ามีผลดีมากกว่าผลเสียหรือไม่

 

18.นายปาฏิหาริย์ บุญรัตน์ สถาบันพระปกเกล้า จ.สงขลา

20170329-ART01-24

          พูดในนามเครือข่ายศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง 7 จังหวัดภาคใต้ มีข้อเสนอแนะว่า การจัดเวทีให้ความรู้ควรมีกระบวนการสร้างความรู้ โดยมีประเด็นดังนี้
          1. ควรรายงานค่าใช้จ่ายการจัดกิจกรรม / ใครจ่าย
          2. อีก 3 เดือน ควรจัดอีกครั้ง เพื่อให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง
          3. ให้ทุกอำเภอเปิดเวทีอย่างนี้ เชิญทุกภาคส่วนมาร่วมให้ความเห็น เพื่อประเมินความรู้ของประชาชน
          4. ให้ คสช. ใช้ ม.44 ยกเลิกกระบวนการ EIA และให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างโปร่งใส
          5. อยากเห็นการทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่ระบุให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศ
          6. ประชาชนท้องถิ่นต้องได้ประโยชน์จากโครงการที่เกิดขึ้นในพื้นที่
          7. บริษัทที่จัดทำ EIA ต้องรับประกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่จัดทำรายงาน

 

19.นายอดุลย์สมาน สุขแก้ว อาจารย์สาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร ม.ราชภัฏยะลา

20170329-ART01-25

ข้อเสนอ
          1.ด้านวิทยาศาสตร์
          - ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตร สามารถนำเชื้อเพลิง ชีวมวล ชีวภาพมาผลิตไฟฟ้าได้ และมีน้ำ แสงอาทิตย์ ลม แต่ยังขาดศักยภาพในการจัดการให้ผลิตไฟฟ้าออกมาได้เพียงพอ จึงต้องใช้พลังงานที่ใช้แล้วหมดไป เช่น ถ่านหิน ถ้าเรามีการจัดการที่ดี เชื่อมั่นว่า สามารถใช้พลังงานจากธรรมชาติเหล่านี้ผลิตไฟฟ้าได้
          - เราคิดแต่ว่า จะทำอย่างไรให้ได้พลังงานไฟฟ้าเยอะๆ แต่ไม่คิดจะประหยัดพลังงาน ประชาชนทุกคน ต้องการความสะดวกสบาย รัฐยังรณรงค์ในการลดการใช้พลังงานน้อย
          2.ด้านสังคม
          - อยากให้รัฐมีช่องทาง หรือกิจกรรมให้ตอบรับความเชื่อมั่นของประชาชน ให้เป็นโรงไฟฟ้าที่สมบูรณ์ เข้าใจเกื้อกูลกัน และต้องมีกระบวนการจัดการและเทคโนโลยีที่ดี ดูแลสิ่งแวดล้อม ประชาชนมีอาชีพมั่นคง
          - ประชาชนยังมีข้อสงสัยถามรัฐอีกมาก อยากให้รัฐมีเวทีที่สร้างมิตรภาพและความเข้าใจ ให้ความรู้กับประชาชน
          - ยินดีที่ภาครัฐส่งเสริมศักยภาพของพลังงานให้ยั่งยืน มั่นคง

 

20.นายมะนาวี มะ ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้นำบ้านเกาะแลหนัง จ.สงขลา

20170329-ART01-26

          รู้จักกับ กฟผ. มาประมาณ 4 ปี ตอนแรกที่เข้ามาบอกว่าจะสร้างโรงไฟฟ้า ตอนแรกไม่เห็นด้วย จึงไปดูโรงไฟฟ้าแมนจุง ที่มาเลเซียด้วยตัวเอง รวมทั้งให้ กฟผ.พาไปดูของจริงที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ไปสอบถามว่ามีผลกระทบจริงหรือไม่ในหลายๆ หมู่บ้านละแวกนั้น ตามที่ได้ยินข่าวมาว่ามีแต่ผลเสีย มีฝุ่นละออง แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มี
          จริงๆ แล้วไม่ต้องฟังใครไม่ว่าจะเป็น กฟผ.หรือไปหาข้อมูลจาก Facebook หรือ Internet ควรที่จะไปสัมผัสไปดูและรับรู้ด้วยตัวเองดีกว่า ณ วันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง ในเรื่องของการพัฒนา อยากเห็นไปถึงหนองจิก ปัตตานีเลยด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ เรามามัวต่อต้านการพัฒนาไม่ว่าโครงการอะไรก็ค้านหมด แต่กลับละเลยเรื่องปัญหา ยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอยู่ในขณะนี้

 

21. นายอาบีดีน มนูทวี ผู้ทรงคุณวุฒิ จ.ยะลา

20170329-ART01-27

          พลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่มองไม่เห็น และอยู่กับเราตลอดเวลา การพัฒนาพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนควรมีแนวทางดังนี้
          1. การกำหนดทิศทางพัฒนาพลังงาน ควรศึกษาต้นทุนของชุมชนว่ามีศักยภาพในเรื่องใด และให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ เห็นถึงความจำเป็น – กำหนดพื้นที่ – มีผลกระทบอย่างไร
          2. สร้างกระบวนการมีส่วนร่วม โดยให้ความรู้ผลดี/ผลเสียของโครงการ มีการจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างไร
          3. การดำเนินโครงการมีมาตรฐาน มีการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
          4. มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในทุกด้าน
          5. ควรจัดทำโรงไฟฟ้าต้นแบบ อำเภอละ 1 โรง เพื่อให้รู้ว่าแต่ละพื้นที่ควรมีการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบใด

 

22.นายซาการียา บิณยูซูฟ ประธานมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข จ.นราธิวาส

20170329-ART01-28

          - จริงๆแล้วพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ประชาชนยังมองว่าไกลตัว รัฐจะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ว่าพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัว
          - กลุ่มผู้นำที่มีบทบาทในชุมชน ไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องของพลังงาน ที่จะนำไปสื่อสารต่อประชาชน รัฐควรจะบูรณการความรู้ผู้นำทุกกลุ่ม เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลพลังงาน เห็นความสำคัญของพลังงาน
          - รัฐยังไม่มีมาตรการให้ประชาชนลดการใช้พลังงาน การให้ข้อมูลด้านพลังงานยังไม่ชัดเจน ไม่เข้าถึงประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด อยากให้รัฐมีเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานเชิงประจักษ์

 

23.นายสนั่น ชายะพันธ์ นายก อบต. ฉาง จังหวัดสงขลา

20170329-ART01-29

          - นายกต้องการเดินหน้าประเทศไทย แต่มีกลุ่มบุคคลพยายามขัดขา คนพูดไม่รู้ คนรู้ไม่พูด ไม่เคยศึกษา ไม่เคยดูงาน แต่ค้านทุกเรื่อง คนที่ค้านไม่ใช่คนในพื้นที่ คนเทพาพร้อมให้สร้าง แต่คนใกล้เคียงบอกไม่ให้สร้าง
          - ลองคิดดูว่า ถ้ามาเลเซียไม่ส่งไฟฟ้า ภาคใต้จะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้พวกเรามอบความไว้วางใจให้พลเอกประยุทธ์ 80 % ถ้าเห็นว่าถูกต้อง ขอให้ทำเลย
          - ถ้ารอให้ถึงรัฐบาลเลือกตั้งจะทำไม่ได้ ตอนนี้พี่น้องชาวเทพาเห็นด้วยทั้งหมดแล้ว
          - ประเทศไทยโดนดึงถอยหลังตลอด เดินหน้าไม่ได้มาตั้งแต่แทนทาลัม แต่มาเลเซียทำแล้ว โรงไฟฟ้าถ่านหินมาเลเซียก็ทำแล้ว 7 โรง
          - พี่น้องชาวเทพาขอฝากรัฐบาลว่า ช่วยสร้างโรงไฟฟ้าเร็วๆ

 

24.นายธีระ พ่วงนุช นักวิจัยอิสระค้นคว้าเรื่องผลกระทบของโลหะหนักต่อสุขภาพ

20170329-ART01-30

          - ไม่มีใครพูดถึงปัญหาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งปัญหาของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ปัญหายาเสพติด รายได้ครอบครัวที่ค่อนข้างต่ำ จึงต้องมีการยกระดับรายได้ขึ้นมา โดยต้องหาธุรกิจซึ่งเสริมเข้ามาเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อน ซึ่งเมื่อเทียบกันระหว่างโรงงานเอกชนกับโครงการขนาดใหญ่ของรัฐเมื่อเข้ามาแล้ว โครงการของรัฐจะมีส่วนร่วมกับชุมชนมากกว่า
          - ความขัดแย้งของสังคมตั้งแต่ปี 2540 เป็นความขัดแย้งของชุมชนต่อโครงการใหญ่ๆ ของรัฐ ชุมชนมีสิทธิมากขึ้น แต่มิติทางความคิดเท่าเดิม เมื่อมีกลุ่มเข้ามาใส่ความคิดขัดแย้งกับรัฐเข้าไป ในขณะที่รัฐก็ลุแก่อำนาจ จึงไปด้วยกันไม่ได้
          - การที่ลงพื้นที่เทพามาตลอด 3-4 ปี ได้มีโอกาสสร้างกลุ่มคนขึ้นมาประมาณ 70-100 คน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้เป็นพี่น้องชุมชนในอำเภอเทพา แบ่งเป็นกลุ่มย่อยต่างๆ ร่วมกับภาคราชการ เอกชน รวมทั้ง กฟผ.พัฒนาพื้นที่อำเภอเทพามาโดยตลอด

สรุปการรับฟังความคิดเห็น (ช่วงบ่าย)

          ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาตร์ (NIDA) ได้กล่าวสรุปก่อนปิดการบรรยายว่า
          มีคำถามจากประชนว่า ทำไมไม่นำรายงาน EIA/EHIA ที่ทำเสร็จแล้วมาใช้ ทำไมต้องเริ่มต้นใหม่ กระบวนการมีส่วนร่วม ไม่ควรให้ประชาชนมีความขัดแย้ง ให้ประชาชนเข้าใจกัน
          ตระหนักถึงสถานการณ์พลังงานของประเทศ รัฐต้องสร้างความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ประเมินผลกระทบต่างๆ นำมาหาข้อตกลงร่วมกันในแต่ละฝ่าย แล้วจึงร่วมมือกันสร้างโรงไฟฟ้าให้เหมาะสมในภาคใต้
          ควรจะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นแบบนี้อีกหลายๆครั้ง และเสนอจัดเวทีระดับอำเภอ กลุ่มย่อย เพื่อให้คนในพื้นเสนอว่าต้องการโรงไฟฟ้าแบบใด และรัฐควรไปดูพื้นที่จริงมาวิเคราะห์ตัดสินว่าพื้นที่นั้นควรจะมีโรงไฟฟ้าเพิ่มหรือไม่ หรือรูปแบบใด
          การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ไม่มีคำว่าถูก ผิด หรือระบุว่าเป็นโรงไฟฟ้าแบบไหน เป็นเพียงการรวบรวมความคิดเห็นเพื่อนำรายงานส่งหน่วยงานรัฐบาลต่อไป

 

จบกิจกรรมเวลา 17.25 น.