Black Ribbon

005.jpg

หน้าร้อนปีนี้ ควรใช้น้ำอย่างประหยัด เหตุน้ำในเขื่อนหลัก กฟผ. ยังคงมีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุม

          นายธนรัชต์ ภุมมะกสิกร ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เผยปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ มีมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่มากนักยังต้องระมัดระวังการใช้น้ำอย่างประหยัด และยังคงระบายน้ำต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการอุปโภค - บริโภค รักษาระบบนิเวศ และการเพาะปลูกข้าวนาปี ขณะที่ภาคใต้อยู่ในเกณฑ์ดีได้น้ำฝนช่วยเติมน้ำในเขื่อน

20170411-MIS01-01

          นายธนรัชต์ ภุมมะกสิกร ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กฟผ. เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อน กฟผ. ว่า ณ วันที่ 2 เมษายน 2560 เวลา 24.00 น. มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. 37,237 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุ มากกว่าปี 2559 ในช่วงเวลาเดียวกันร้อยละ 23 หรือ 8,683 ล้าน ลบ.ม. เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 14,191 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 37 ของความจุใช้การได้ ซึ่งแม้ว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ จะมีมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่มากนักยังต้องระมัดระวังการใช้น้ำอย่างประหยัด โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนศรีนครินทร์ ยังคงมีปริมาณน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุม

          นายธนรัชต์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันเขื่อนต่างๆ อยู่ในช่วงของการระบายน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 โดยเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีแผนการระบายน้ำให้กับการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 - 30 เมษายน 2560 รวม 5,950 ล้าน ลบ.ม. ถึงปัจจุบันเขื่อนทั้งสี่แห่งมีการระบายน้ำมากกว่าแผนแล้วประมาณ 600 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากสถานการณ์การเพาะปลูกข้าวนาปรังมากกว่าแผนถึงสองเท่าตัว (แผน 2.67 ล้านไร่ ปลูกจริง 5.35 ล้านไร่) และปัญหาความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนโดยเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ระบายน้ำมากกว่าแผน265 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ของกรมชลประทานระบายน้ำมากกว่าแผน 332 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้กรมชลประทานประเมินว่าจะมีการใช้น้ำมากกว่าแผนตลอดฤดูแล้งประมาณ 700 ล้าน ลบ.ม.

          เมื่อสิ้นสุดการระบายน้ำฤดูแล้ง ในวันที่ 30 เมษายน 2560 เขื่อนทั้ง 4 ยังมีความจำเป็นต้องระบายน้ำต่อเนื่องในช่วงต้นฤดูฝน เพื่อสนับสนุนการอุปโภค - บริโภค รักษาระบบนิเวศ และการเพาะปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อให้เก็บเกี่ยวได้ทันก่อนฤดูน้ำหลาก ส่วนพื้นที่ดอนจะเริ่มเพาะปลูกเมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนโดยจะใช้น้ำฝนเป็นหลักเสริมด้วยน้ำท่าและน้ำชลประทาน

          สำหรับลุ่มน้ำแม่กลองนั้น งดการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรัง มีแผนการจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อการอุปโภค - บริโภค รักษาระบบนิเวศ พืชไร่ - พืชผัก และไม้ผลที่ปลูกไว้เดิม ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – มิถุนายน 2560 รวม 2,950 ล้าน ลบ.ม. ผลการระบายน้ำถึงปัจจุบันมากกว่าแผนประมาณ 200 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยรวมมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งได้ตามแผนทุกพื้นที่

          นอกจากนี้ สภาพอากาศในระยะนี้ มีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ตอนล่าง จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมตอนล่างของอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในเขื่อนบางลางซึ่งในปีที่ผ่านมามีปริมาณน้ำน้อย โดยมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนบางลางเพิ่มขึ้น และยังสามารถลดการระบายน้ำ ช่วยประหยัดการใช้น้ำจากเขื่อนบางลาง ได้อีกทางหนึ่ง

          ขณะที่เขื่อนรัชชประภา มีปริมาณน้ำในเกณฑ์ค่อนข้างมาก ซึ่งหากเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา ณ ช่วงเวลาเดียวกันแล้ว ปีนี้นับเป็นปริมาณน้ำที่มากที่สุด โดยปัจจุบันมีระดับน้ำในอ่างฯ อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ Upper Rule Curve เพียง 1.16 เมตร คิดเป็นปริมาณน้ำ 190 ล้าน ลบ.ม. สามารถระบายน้ำผลิตไฟฟ้าเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในช่วงการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยานาดาในช่วงวันที่ 25 มีนาคม – 2 เมษายน 2560 และการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง JDA - A18 ในช่วงสิงหาคม 2560 ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันจำเป็นต้องพิจารณาบริหารจัดการการระบายน้ำเพื่อควบคุมระดับน้ำในอ่างฯ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อไป